
Nothing เปิดตัว Nothing Phone (4b) สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในกลุ่มราคาจับต้องง่ายกว่าเดิม โดยวางตำแหน่งเป็นไลน์ใหม่ที่อยู่ต่ำกว่าซีรีส์ Nothing Phone (4a) แต่ยังคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ ทั้งดีไซน์ Unibody สุดโดดเด่น มี Glyph Bar, Nothing OS และฟีเจอร์ Essential AI สำหรับการใช้งานประจำวัน
Nothing Phone (4b) มาพร้อมดีไซน์ที่ต่อยอดจาก Nothing Phone (4a) Pro ใช้พื้นผิวเคลือบ UV แบบ Soft-touch ให้สัมผัสเรียบลื่นและจับถนัดมือมากขึ้น พร้อมดีไซน์โปร่งใสอันเป็นเอกลักษณ์ของ Nothing ที่เผยให้เห็นรายละเอียดบางส่วนของโครงสร้างภายในบริเวณชุดกล้อง

ตัวเครื่องใช้เทอร์โมพลาสติกโพลียูรีเทนใสที่ขึ้นรูปอย่างแม่นยำ ทำให้ยังมองเห็นสีของตัวเครื่องด้านล่างได้ ขณะเดียวกันยังเพิ่มความทนทานต่อการงอมากกว่ารุ่นก่อน ๆ และมาพร้อมมาตรฐาน IP64 สำหรับป้องกันฝุ่นและละอองน้ำ
Nothing Phone (4b) มีหลักความละเอียด 50MP พร้อมระบบกันสั่น OIS ช่วยให้ถ่ายภาพและวิดีโอได้นิ่งขึ้น คมชัดขึ้น และยังมีกล้อง Ultra-Wide มุมกว้าง 119 องศา สำหรับเก็บภาพวิว ภาพกลุ่ม หรือฉากที่ต้องการพื้นที่ในเฟรมมากขึ้น
ด้านซอฟต์แวร์กล้องมาพร้อม TrueLens Engine 4 ที่สามารถรวมภาพ RAW ได้สูงสุด 12 ภาพโดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยให้ภาพมีรายละเอียดดีขึ้น รองรับทั้ง Ultra XDR, Motion Photos และภาพพอร์ตเทรตที่คมชัดกว่าเดิม ส่วนการถ่ายวิดีโอรองรับความละเอียด 4K พร้อมระบบกันสั่น OIS เช่นกัน

ขณะที่กล้องหน้าความละเอียด 16MP ใช้ระบบตรวจจับใบหน้าเพื่อแยกตัวแบบออกจากฉากหลัง พร้อมปรับรายละเอียดสำคัญอย่างดวงตา และมีระบบ Skin Tone Optimisation ที่ช่วยให้โทนผิวดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น แม้ถ่ายในสภาพแสงที่ท้าทาย
ในแง่ของสเปก Nothing Phone (4b) ใช้ขุมพลังชิป Qualcomm Snapdragon 6 Gen 4 ให้ประสิทธิภาพ CPU เร็วขึ้น 15% และกราฟิกดีขึ้น 25% รองรับการใช้งานหลายแอปพร้อมกัน เล่นเกม หรือใช้งานทั่วไปได้ลื่นไหลมากขึ้น อีกทั้ง Qualcomm AI Engine ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผล AI ได้สูงสุด 240%

สำหรับสายเกม รุ่นนี้รองรับการเล่นเกมได้สูงสุด 120fps มาพร้อมอัตราการตอบสนองการสัมผัส 1,000Hz และระบบระบายความร้อนขนาด 4,400 มม. เพื่อช่วยให้ใช้งานต่อเนื่องได้นานขึ้น
แบตเตอรี่มีความจุ 5200mAh ถือเป็นสมาร์ทโฟนของ Nothing ที่ใช้งานได้นานที่สุดของแบรนด์ โดยรองรับเวลาสนทนาสูงสุด 46 ชั่วโมง ฟังเพลงสูงสุด 34 ชั่วโมง และสตรีมวิดีโอสูงสุด 22 ชั่วโมง พร้อมชาร์จเร็วได้ถึง 50% ในเวลาต่ำกว่า 30 นาที

หน้าจอให้มาเป็น Super AMOLED ขนาด 6.77 นิ้ว รองรับ Adaptive Refresh Rate 120Hz ให้ภาพคมชัด สีสันสด และตอบสนองได้ลื่นไหล ส่วนระบบเสียงมาพร้อมลำโพงคู่สเตอริโอ และปรับระดับเสียงได้ละเอียดกว่า 160 ระดับ
แบตเตอรี่ถือเป็นอีกจุดขายสำคัญ โดย Nothing Phone (4b) เวอร์ชัน Global นั้นจะได้แบตเตอรี่ 5200mAh นอกจากนี้ยังมาพร้อม Android 16 และนโยบายอัปเดตระบบปฏิบัติการ 3 ปี พร้อมแพตช์ความปลอดภัย 6 ปี

Glyph Bar บน Nothing Phone (4b) สว่างขึ้นกว่าเดิม 40% เมื่อเทียบกับ Phone (3a) Pro โดยทำหน้าที่แสดงข้อมูลสำคัญผ่านแถบไฟด้านหลัง เช่น ตัวจับเวลา สถานะการจัดส่ง หรือสายเรียกเข้าจากคนสำคัญ โดยไม่ต้องหยิบเครื่องขึ้นมาดูหน้าจอ
ผู้ใช้ยังสามารถตั้งค่าให้ Glyph Bar แสดงสถานะต่าง ๆ ได้ เช่น สถานะชาร์จแบตเตอรี่ นับถอยหลังกล้อง การแจ้งเตือนจากแอป หรือข้อความจากคนสำคัญ รวมถึงตั้งกฎแจ้งเตือนจากคำหรือข้อความที่ต้องการได้ และอีกหนึ่งรายละเอียดคือไฟ Recording สีแดงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกล้องฟิล์มแบบดั้งเดิม ใช้เพื่อบอกให้คนรอบข้างรู้ว่ากำลังบันทึกวิดีโออยู่

Nothing Phone (4b) ยังมาพร้อมเครื่องมือ Essential AI ที่ผสานอยู่ใน Nothing OS เพื่อช่วยให้ผู้ใช้บันทึก ค้นหา จดจำ และสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น โดยออกแบบให้ปรับตัวเข้ากับพฤติกรรมการใช้งานจริงของผู้ใช้ในแต่ละวัน
Nothing Phone (4b) มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ White, Black และ Blue ราคาเริ่มต้น 299 ปอนด์ (ประมาณ 13,300 บาท) เริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 17 กรกฎาคม 2026 ในสหราชอาณาจักร ยุโรป และอินเดีย

โดยรวมแล้วต้องบอกว่า Nothing Phone (4b) เป็นการขยายไลน์สมาร์ทโฟนของ Nothing ลงสู่กลุ่มราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น แต่ยังคงจุดขายหลักของแบรนด์ไว้ครบ ทั้งดีไซน์เอกลักษณ์เฉพาะตัว, Glyph Bar, Nothing OS, Essential AI และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ เหมาะกับผู้ใช้ที่อยากได้มือถือดีไซน์ไม่ซ้ำใครในราคาต่ำกว่ารุ่นเรือธง
CMF by Nothing จัดโปร 7.7 ลดสูงสุด 20% ช้อปสมาร์ทวอทช์และหูฟังดีไซน์เด่นราคาพิเศษ
Nothing เปิดตัว Club Nothing อีเวนต์ Night Life ระดับโลก พร้อมกองทุนหนุนครีเอเตอร์ดนตรีอิสระรวม 40,000 ดอลลาร์
Nothing เผยโฉม Phone (4b) RCB Edition รุ่นพิเศษสีแดงสุดเท่ ขายเฉพาะที่อินเดีย
Nothing แนะ 5 เช็กลิสต์เลือกหูฟังออกกำลังกายยุคใหม่ ชู Ear (open) ดีไซน์ Open-Ear ใส่สบาย พร้อมลุยทุกกิจกรรม
Nothing x Longnuamboyz พา Ear (open) Blue Edition หูฟังสายออกกำลังบุกสตรีทแฟชั่น เอาใจสายแอคทีฟ
Nothing เปิดตัว Ear (open) Blue Edition หูฟัง Open-Ear สีใหม่ ใส่สบายไม่หลุด ราคา 4,499 บาท
รีวิว Nothing Ear (open) Blue Edition หูฟังแบรนด์อังกฤษ ดีไซน์อย่างเท่ ใส่สบาย ไม่มีหลุด กับ “สีน้ำเงิน” ใหม่สุดคูล
Nothing Phone (4a) และ Phone (4a) Pro ต่างกันแค่ไหน เลือกรุ่นไหนดี? – MX | Power ON