Nothing เปิดตัว Ear (open) Blue Edition หูฟัง Open-Ear สีใหม่ ใส่สบายไม่หลุด ราคา 4,499 บาท

โดย nineFangKhaoW | 4 มิถุนายน 2569 เมื่อ 19:12 น.

Nothing แบรนด์เทคโนโลยีสายแฟชันดีไซน์ส่งตรงจากลอนดอน ประกาศเปิดตัว Nothing Ear (open) Blue Edition สีใหม่ล่าสุดของหูฟัง Open-Ear ใส่สบายตลอดทั้งวันไร้กังวลเรื่องการหลุดที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อคนที่ต้องการเชื่อมต่อกับโลกผ่านเสียงเพลง โดยไม่จำเป็นต้องตัดขาดจากสิ่งรอบตัว

ในโลกที่ผู้คนเคลื่อนไหวตลอดเวลา หูฟังไม่ควรเป็นสิ่งที่สร้างกำแพงระหว่าง ผู้ใช้งานกับสภาพแวดล้อม แต่ควรเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้คุณรับฟังสิ่งสำคัญได้พร้อม กันทั้งบทสนทนา เสียงรอบตัว และเพลงโปรดของคุณ Nothing Ear (open) จึงถูกสร้าง ขึ้นภายใต้แนวคิดดังกล่าว พร้อมถ่ายทอดผ่านสีฟ้าใหม่ที่สะท้อนความสดใหม่ ความมั่นใจ และจิตวิญญาณแห่งการแสดงออกซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ Nothing

ดีไซน์ที่โดดเด่นตั้งแต่แรกเห็น สวมใส่สบาย ไม่กลัวหลุด

Nothing Ear (open) Blue Edition ยังคงเอกลักษณ์การออกแบบโปร่งใสที่เป็น DNA ของ Nothing ซึ่งได้รับการรังสรรค์ขึ้นจากลอนดอน ประเทศอังกฤษ ผสานรายละเอียดทางวิศวกรรมเข้ากับความเรียบง่ายอย่างลงตัว เผยให้เห็นองค์ประกอบภายในบางส่วนของตัวอุปกรณ์ สร้างความแตกต่างจากหูฟังในตลาดที่มักถูกออกแบบให้เหมือนกันไปหมด

เบื้องหลังรูปลักษณ์ที่โดดเด่นคือการพัฒนาเพื่อความสบายในการใช้งานจริง Nothing ได้ศึกษารูปทรงใบหูจากผู้ใช้งานจำนวนมาก เพื่อออกแบบโครงสร้างเกี่ยว หูที่สามารถกระจายน้ำหนักได้อย่างสมดุล ช่วยลดแรงกดทับระหว่างการสวมใส่เป็นเวลานาน ด้วยน้ำหนักเพียง 8.1 กรัมต่อข้าง Nothing Ear (open) สามารถสวมใส่ได้อย่างสบายตลอดวัน ไม่ว่าจะเป็นระหว่างการเดินทาง ทำงาน หรือออกกำลังกาย โดยยังคงความกระชับและมั่นคงแม้ขณะเคลื่อนไหว

Nothing Ear (open) ไม่ได้ถูกออกแบบให้เบาเพียงอย่างเดียวแต่ยังได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์อย่างละเอียด โดยตัวหูฟังถูกวางในมุมเอียง 50 องศา เพื่อจัดตำแหน่งลำโพงให้อยู่เหนือใบหูในจุดที่สบายที่สุด
ในเชิงวิศวกรรม ตำแหน่งดังกล่าวอยู่ระหว่างบริเวณโคนใบหู (Helix Root) และกระดูกอ่อนด้านหน้าใบหู (Tragus) ซึ่งช่วยให้เสียงถูกส่งเข้าสู่ช่องหูได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมลดแรงกดทับจากการสวมใส่เป็นเวลานาน
ทำให้ได้ประสบการณ์การสวมใส่ที่เบาสบายจนแทบลืมว่ากำลังสวมหูฟังอยู่ หรือที่ Nothing เรียกว่า Feels like Nothing

โครงสร้างเกี่ยวหูผลิตจาก Nickel-Titanium Memory Wire วัสดุระดับพรีเมียมที่มีความยืดหยุ่นสูง แข็งแรง และคืนรูปได้อย่างแม่นยำ พร้อมหุ้มด้วยซิลิโคนเกรดพรีเมียมที่อ่อนนุ่มต่อผิวสัมผัส และทนทานต่อเหงื่อ ช่วยให้ Nothing Ear (open) พร้อมรองรับการใช้งานในทุกกิจกรรม เพื่อสร้างความสบายสูงสุด Nothing ยังพัฒนาระบบสมดุลแบบสามจุด (Three-Point Balance System) ที่กระจายน้ำหนักระหว่างด้านหน้า ด้านบน และด้านหลังของใบหูอย่างสมดุล

การออกแบบดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการทดสอบและรับฟีดแบ็กจากผู้ใช้งานทั่วโลกหลายรอบ จนได้รูปทรงที่สามารถรองรับสรีระหูที่หลากหลายได้อย่างลงตัว ตะขอเกี่ยวหูถูกออกแบบให้มีความหนาไล่ระดับจากบางไปหนา พร้อมใช้ซิลิโคนชนิดอ่อนโยนต่อผิว ช่วยลดแรงกดบริเวณจุดสัมผัสสำคัญ และเพิ่มความยืดหยุ่นระหว่างการเคลื่อนไหว ขณะที่เคสชาร์จได้รับการออกแบบให้บางเพียง 19 มิลลิเมตร ทำให้พกพาได้สะดวกในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงโดยไม่เพิ่มภาระ ในการพกพา

ออกแบบใหม่เพื่อมอบประสบการณ์เสียงที่ดีที่สุดสำหรับ Open-Ear

การสร้างคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมบนหูฟัง Open-Ear ถือเป็นหนึ่งในความท้าทาย ทางวิศวกรรมที่สำคัญที่สุด เนื่องจากตัวหูฟังไม่ได้ปิดกั้นช่องหูเหมือนหูฟังแบบ In-Ear ทั่วไป Nothing จึงพัฒนาระบบอะคูสติกของ Nothing Ear (open) ขึ้นใหม่ทั้งหมด โดยใช้ไดรเวอร์ขนาดใหญ่ที่ได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษเพื่อรองรับรูปแบบการฟังแบบ Open-Ear โดยเฉพาะ ช่วยสร้างพลังเสียงที่เต็มอิ่ม พร้อมถ่ายทอดรายละเอียดได้อย่างแม่นยำในทุกย่านความถี่

หัวใจสำคัญของระบบเสียงคือไดรเวอร์แบบ Stepped Driver Design ซึ่งแตกต่างจากไดรเวอร์แบบดั้งเดิมที่จัดวางองค์ประกอบในแนวเส้นตรง Nothing เลือกใช้โครงสร้างแบบขั้นบันได (Stepped Structure) เพื่อขยับตำแหน่งกำเนิดเสียงให้เข้าใกล้ช่องหูมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เสียงมีความสม่ำเสมอมากขึ้นในผู้ใช้งานแต่ละคน โดยไม่ลดทอนความสบายในการสวมใส่ นี่คือหนึ่งในความท้าทายทางวิศวกรรมที่ช่วยให้ Nothing Ear (open) สามารถมอบคุณภาพเสียงที่เหนือกว่าหูฟัง Open-Ear ทั่วไป

ไดอะแฟรมได้รับการออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตอบสนองเสียงย่านต่ำ ทำให้สามารถถ่ายทอดเบสได้อย่างหนักแน่นและมีมิติ แม้ในรูปแบบการสวมใส่ที่เปิดรับเสียงภายนอก ขณะที่การเคลือบไทเทเนียมช่วยเพิ่มความแข็งแรง และความแม่นยำในการเคลื่อนที่ของไดอะแฟรม ส่งผลให้เสียงร้องและรายละเอียดในย่านความถี่สูงมีความคมชัดมากยิ่งขึ้น

ระบบเสียงได้รับการปรับแต่งร่วมกับ Dirac ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเสียงระดับโลก เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความโปร่ง ความชัดเจน และความเป็นธรรมชาติของเสียง ทำให้ Nothing Ear (open) สามารถถ่ายทอดอารมณ์ ของดนตรีได้อย่างครบถ้วนในทุกแนวเพลง

เปิดรับโลกภายนอก โดยไม่ต้องแลกกับความเป็นส่วนตัว

หนึ่งในข้อจำกัดสำคัญของหูฟัง Open-Ear คือปัญหาเสียงรั่วไหล แต่ Nothing Ear (open) ได้รับการออกแบบมาเพื่อลดข้อจำกัดดังกล่าวด้วยเทคโนโลยี Sound Seal System ระบบดังกล่าวทำงานร่วมกับลำโพง 2 ตัว ตัวหนึ่งทำหน้าที่กำหนดทิศทางเสียงไปยังช่องหู อีกตัวหนึ่งสร้างคลื่นเสียงมาหักล้างเสียงรั่วไหลที่จากช่องหู ทำให้มีความเป็นส่วนตัวระหว่างใช้งานมากขึ้น

ช่วยลดการรั่วไหลของเสียงออกสู่สภาพแวดล้อมโดยรอบ และเพิ่มความเป็นส่วนตัวระหว่างการฟังเพลง การประชุมออนไลน์ หรือการรับสายโทรศัพท์ในพื้นที่สาธารณะ ผลลัพธ์คือประสบการณ์การฟังที่ยังคงเปิดรับโลกภายนอกได้อย่างเป็นธรรมชาติ ขณะเดียวกันก็รักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น

เสียงที่เป็นของคุณอย่างแท้จริง

Nothing เชื่อว่าประสบการณ์การฟังที่ดีที่สุดไม่ใช่เสียงที่ถูกกำหนดมาให้ทุกคนเหมือนกัน แต่คือเสียงที่ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งได้ตามความชอบของตัวเอง ผ่านแอป Nothing X ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งเสียงได้อย่างละเอียดด้วย Advanced 8-Band EQ พร้อมสร้างบันทึก และแชร์ EQ Profile ของตนเองได้อย่างอิสระ

นอกจากนี้ยังสามารถดาวน์โหลดโปรไฟล์เสียงจากผู้ใช้งานคนอื่น เพื่อทดลองแนวเสียงใหม่ ๆ และค้นหาการตั้งค่าที่เหมาะสมกับสไตล์การฟังของตนเองได้อย่างง่ายดาย สะท้อนแนวคิดการสร้างระบบนิเวศที่ขับเคลื่อนด้วยคอมมูนิตี้ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของแบรนด์

พร้อมสำหรับทุกวัน ด้วยแบตเตอรี่ที่ยาวนานและเทคโนโลยี AI

Nothing Ear (open) มาพร้อมไมโครโฟน 2 ตัวในแต่ละข้าง และเทคโนโลยี Clear Voice Technology ที่เสริมประสิทธิภาพด้วย AI เพื่อช่วยแยกเสียงพูดออกจากเสียงรบกวน รอบข้างแบบเรียลไทม์ทำให้การสนทนามีความชัดเจนยิ่งขึ้นแม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง

ตัวหูฟังสามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานสูงสุด 8 ชั่วโมง ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และสูงสุด 30 ชั่วโมง เมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จ สำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตอย่างต่อเนื่อง ระบบชาร์จเร็วช่วยให้ชาร์จเพียง 10 นาที ก็สามารถใช้งานได้นานสูงสุด 10 ชั่วโมง

Nothing Ear (open) ยังรองรับมาตรฐานกันน้ำและฝุ่นระดับ IP54 พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ กับทั้งระบบ iOS และ Android ได้อย่างราบรื่น รวมถึงการใช้งาน ChatGPT บนอุปกรณ์ที่ใช้ Nothing OS เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ให้สะดวกและชาญฉลาดยิ่งขึ้น

อีกสองทางเลือกจาก Nothing และ CMF by Nothing สำหรับทุก สไตล์การฟัง

นอกจาก Nothing Ear (open) แล้ว Nothing ยังนำเสนอผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Audio ที่ตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์การใช้งานที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกประสบการณ์การ ฟังที่เหมาะกับตัวเองได้มากยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่มองหาประสบการณ์เสียงระดับพรีเมียม Nothing Ear (3) คือหูฟัง True Wireless ที่ได้รับการออกแบบเพื่อมอบคุณภาพเสียงที่โดดเด่นในทุกมิติ มาพร้อมระบบเสียงที่ได้รับการปรับแต่งอย่างพิถีพิถันเพื่อถ่ายทอดรายละเอียดของดนตรีได้อย่างครบถ้วน ทั้งพลังเสียงเบสที่หนักแน่น เสียงร้องที่ชัดเจน และมิติเสียงที่เป็นธรรมชาติ

รองรับฟีเจอร์ Active Noise Cancellation (ANC) ช่วยลดเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อมรอบข้าง พร้อมโหมด Transparency สำหรับการรับฟังเสียงภายนอกเมื่อต้องการ เชื่อมต่อการใช้งานผ่านแอป Nothing X เพื่อปรับแต่งประสบการณ์การฟังให้เหมาะกับสไตล์ของผู้ใช้งานแต่ละคน

ขณะที่ CMF Buds 2a ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ที่มองหาหูฟังที่ครบครันทั้งด้านฟังก์ชัน คุณภาพเสียง และความคุ้มค่า มาพร้อมไดรเวอร์ Bio-fibre ขนาด 12.4 มิลลิเมตร ที่ได้รับการปรับจูนโดย Dirac พร้อมเทคโนโลยี Ultra Bass Technology 2.0 ช่วย เพิ่มพลังเสียงเบสให้หนักแน่นยิ่งขึ้น รองรับระบบตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation สูงสุด 42dB และ Transparency Mode สำหรับการรับฟังเสียงรอบตัวได้อย่างสะดวก

CMF Buds 2a ยังมาพร้อม Bluetooth 5.4 รองรับ Dual Device Connection สำหรับการสลับการใช้งานระหว่างอุปกรณ์ได้อย่างราบรื่น พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานสูงสุด 35.5 ชั่วโมงเมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จ และมาตรฐานกันน้ำและฝุ่นระดับ IP54 ทำให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

การมาถึงของ Nothing Ear (open) Blue Edition, Nothing Ear (3) และ CMF Buds 2a สะท้อนวิสัยทัศน์ของ Nothing และ CMF by Nothing ที่ต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ด้านเสียงสำหรับผู้ใช้งานที่มีไลฟ์สไตล์แตกต่างกัน ตั้งแต่ผู้ที่ต้องการเปิดรับโลกภายนอกตลอดเวลา ผู้ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพเสียงระดับพรีเมียมไปจนถึงผู้ที่มองหาความคุ้มค่าในชีวิตประจำวัน

Nothing Ear (open) Blue Edition Drop ครั้งแรกในประเทศไทย

เพื่อฉลองการเปิดตัว Nothing Ear (open) Blue Edition สีฟ้าใหม่ล่าสุด Nothing เตรียมจัดกิจกรรม Nothing Ear (open) Blue Edition Drop ร่วมกับแบรนด์สตรีทแฟชั่นไทย “ลงนวมบอยส์” ในวันที่ 6 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ณ ร้านลงนวมบอยส์ ชั้น 4 โซน Central Zone Street Fashion ศูนย์การค้า centralwOrld

ภายในงาน ผู้ร่วมงานจะได้สัมผัสและเป็นเจ้าของ Ear (open) Blue Edition สีฟ้าเป็นกลุ่มแรกในประเทศไทย พร้อมรับสิทธิ์ซื้อสินค้าผ่านกิจกรรม Drop สไตล์เดียวกับวงการสตรีทแฟชั่น ที่ผสานโลกของเทคโนโลยี ดีไซน์ และวัฒนธรรมร่วมสมัยเข้าด้วยกันในแบบฉบับของ Nothing

พิเศษสำหรับผู้ที่ซื้อ Nothing Ear (open) Blue Edition ภายในงาน รับฟรีเซ็ตของขวัญ Limited Edition จาก Nothing และลงนวมบอยส์ ประกอบด้วย Nothing x ลงนวมบอยส์ T-Shirt และ Nothing Raincoat มูลค่ารวม 2,399 บาท จำกัดเฉพาะ 30 ท่านแรกเท่านั้น หรือจนกว่าสินค้าจะหมด

กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนแนวคิดของ Nothing ที่เชื่อว่าเทคโนโลยีไม่ควรเป็นเพียงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม การแสดงออก และไลฟ์สไตล์ของผู้คนเช่นเดียวกับแฟชั่น ดนตรี และศิลปะร่วมสมัย

ราคาและโปรโมชัน

Nothing Ear (open) Blue Edition วางจำหน่ายในประเทศไทยในราคา 4,499 บาท พิเศษระหว่างวันที่ 5 – 7 มิถุนายน 2569 รับราคาเพียง 4,199 บาท ผ่าน TikTok Shop พร้อมส่วนลดเพิ่มเติมสูงสุด 25% และรับฟรี Nothing Thermal Cup มูลค่า 999 บาท

สำหรับใครที่กำลังมองหาหูฟังคู่ใหม่ CMF Buds 2a จะมาพร้อมโปรโมชันพิเศษบน TikTok Shop ระหว่างวันที่ 1 – 7 มิถุนายน 2569 ในราคาพิเศษ 1,299 บาท จากปกติ 1,499 บาท พร้อมส่วนลดสูงสุด 20% และฟรีค่าจัดส่ง เฉพาะช่วงโปรโมชันเท่านั้น

และสำหรับ Nothing Ear (3) มีทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีดำ และสีขาว ราคา 5,799 บาท พิเศษเมื่อซื้อคู่กับสินค้าที่ร่วมรายการ รับส่วนลดทันที่ 20% พร้อมบริการจัดส่งฟรีตามเงื่อนไขที่กำหนด

ด้านบริการหลังการขาย เปิด Call Center โทรฟรี ที่หมายเลข 1800 018 320 และ 1800 013 896 พร้อมศูนย์บริการ 10 แห่งทั่วประเทศ เพื่อรองรับฐานผู้ใช้ที่เติบโตขึ้น ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Nothing Thailand และตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

รีวิว Nothing Ear (open) Blue Edition หูฟังแบรนด์อังกฤษ ดีไซน์อย่างเท่ ใส่สบาย ไม่มีหลุด กับ “สีน้ำเงิน” ใหม่สุดคูล
Nothing เดินเกม Audio Gadget ต่อเนื่อง เปิดตัว CMF Buds 2a หูฟังดีไซน์ขี้เล่น เสียงพรีเมียมจาก Dirac ในราคาเข้าถึงง่าย
Nothing เดินเกมรุกตลาดไทย เปิดตัวแคมเปญใหม่ พร้อมปรับราคา Nothing Phone หลายรุ่น
Nothing ประกาศ ‘MILLI’ นั่งแท่น Brand Ambassador คนแรกของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
Nothing Phone (4a) และ Phone (4a) Pro ต่างกันแค่ไหน เลือกรุ่นไหนดี? – MX | Power ON
Nothing ทำถึง แตกต่างจนยอดพุ่ง 8.5 เท่าในรุ่น Phone (4a) Pro หลังเปิดขาย Phone (4a) Series และ Headphone (a)
รีวิว Nothing Phone (4a) ตัวจบงบหมื่นกลาง กล้อง Periscope 70x พร้อม AI ครบ และดีไซน์ล้ำไม่ซ้ำใคร
รีวิว Nothing Headphone (a) ต่อยอดความเท่ ฟังสะใจ ในราคา 5,999.-
Drop แรกก็เอาเรื่อง Nothing x CARNIVAL สร้างปรากฏการณ์ใหม่ใจกลางสยาม สายไวได้ก่อน Phone (4a) Series และ Headphone (a)

About Author

nineFangKhaoW

nineFangKhaoW

Partners