รีวิว Nothing Ear (open) Blue Edition หูฟังแบรนด์อังกฤษ ดีไซน์อย่างเท่ ใส่สบาย ไม่มีหลุด กับ “สีน้ำเงิน” ใหม่สุดคูล

โดย nineFangKhaoW | 4 มิถุนายน 2569 เมื่อ 15:30 น.
รีวิว Nothing Ear (open) Blue Edition หูฟังแบรนด์อังกฤษ ดีไซน์อย่างเท่ ใส่สบาย ไม่มีหลุด กับ “สีน้ำเงิน” ใหม่สุดคูล

Nothing Ear (open) หูฟังไร้สายแบบ Open-ear รุ่นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์เทคสุดอินดี้สัญชาติอังกฤษ โดยรอบนี้ Nothing ตั้งใจฉีกกฎเกณฑ์เดิม ๆ ยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้ครบเครื่อง ทั้งเรื่องดีไซน์ ความสบายในการสวมใส่ คุณภาพเสียง และความฉลาดของระบบ AI เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้อย่างลงตัวที่สุด

Nothing Ear (open) รีวิว

จุดเด่นของ Nothing Ear (open) คือไม่ได้ถูกสร้างมาให้เป็นแค่หูฟังสำหรับฟังเพลง แต่ถูกออกแบบให้เป็นแฟชั่นไอเท็มที่คนอยากหยิบมาใส่ติดตัวทุกวัน สามารถเข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมถ่ายทอดความเป็นตัวตนของผู้สวมใส่ได้ชัดเจน ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังใส่ Accessory ชิ้นหนึ่ง มากกว่าจะเป็น Gadget ทั่วไป

Nothing Ear (open) รีวิว

ในรีวิวนี้ เราจะพาไปดูแบบเจาะลึกว่าหูฟัง Nothing Ear (open) สีน้ำเงิน Blue Edition ใหม่รุ่นนี้จะว้าวแค่ไหน และมีอะไรเด็ด ๆ บ้าง ตามไปดูกันเลยครับ

แกะกล่องภายใน

Nothing Ear (open) รีวิว

เมื่อเปิดกล่องของ Nothing Ear (open) ภายในชุดจำหน่ายจะมีอุปกรณ์มาให้ครบพร้อมใช้งาน ประกอบด้วย ตัวหูฟังไร้สาย 1 คู่ เคสชาร์จ สาย USB-C สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ รวมถึงคู่มือการใช้งาน และเอกสารข้อมูลด้านความปลอดภัยพร้อมการรับประกันสินค้า

ดีไซน์และสีสันใหม่ เสน่ห์แห่งความเท่แบบโปร่งใส

Nothing Ear (open) รีวิว

หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ Nothing Ear (open) คือการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับความสบายในการสวมใส่เป็นหลัก ตัวหูฟังมีน้ำหนักเบาเพียง 8.1 กรัมต่อข้าง ช่วยลดแรงกดทับบริเวณหูได้อย่างชัดเจน ทำให้สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานโดยไม่รู้สึกอึดอัด

Nothing Ear (open) รีวิว
Nothing Ear (open) รีวิว

ในแง่ของน้ำหนักนั้นถือว่าเบาพอ ๆ กับเหรียญ 10 บาท ส่งผลให้เวลาสวมใส่แทบลืมไปว่ากำลังใส่หูฟังอยู่ เหมาะทั้งสำหรับการฟังเพลง ทำงาน หรือใช้งานได้ตลอดทั้งวัน

Nothing Ear (open) รีวิว

วัสดุที่เลือกใช้ก็ให้ความรู้สึกพรีเมียมตามสไตล์ของ Nothing โดยตะขอเกี่ยวหูผลิตจากลวดนิกเกิล-ไทเทเนียมที่ทั้งยืดหยุ่นและแข็งแรง ส่วนบริเวณที่สัมผัสผิวใช้ซิลิโคนกันเหงื่อเนื้อนุ่ม ช่วยลดแรงกดบริเวณใบหู ทำให้สามารถสวมใส่ได้หลากหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเดินทาง ออกกำลังกาย ปั่นจักรยาน หรือใช้งานระหว่างวันก็ยังรู้สึกสบายไม่อึดอัด

Nothing Ear (open) รีวิว
Nothing Ear (open) รีวิว
Nothing Ear (open) รีวิว

อีกจุดที่ช่วยเพิ่มความกระชับคือการออกแบบสมดุลน้ำหนักแบบ 3 จุด ทั้งด้านหน้า ด้านบน และด้านหลังของหู ทำให้ตัวหูฟังยึดเกาะกับใบหูได้แน่นพอดีโดยไม่ต้องกดแน่นจนเกินไป ผลลัพธ์คือความรู้สึกเหมือนไม่ได้ใส่หูฟังอยู่ ต่างจากหูฟังแบบ Open-ear หลายรุ่นที่มักทำให้ล้าหูเมื่อใช้งานนาน ๆ นั่นเองครับ

Nothing Ear (open) รีวิว
Nothing Ear (open) รีวิว

ด้านเคสชาร์จก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ด้วยความบางเพียง 19 มิลลิเมตร ทำให้เป็นหนึ่งในเคสหูฟังแบบ Open-ear ที่บางที่สุดในตลาด พกใส่กระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงได้สะดวก ขณะที่ฝาเคสแบบโปร่งใสก็ช่วยเพิ่มเอกลักษณ์และทำให้ตัวผลิตภัณฑ์ดูเท่โดดเด่นยิ่งขึ้น

Nothing Ear (open) รีวิว
Nothing Ear (open) รีวิว

สำหรับเฉดสีน้ำเงินใหม่นี้ Nothing ได้ปรับโทนสีหลักของแบรนด์ให้ดูนุ่มนวลและลดความเข้มของสีลง เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดูอบอุ่นเข้าถึงง่ายมากขึ้น โดยได้แรงบันดาลใจจากเทคโนโลยียุควินเทจ งานกราฟิก และศิลปะร่วมสมัย ทำให้ตัวหูฟังยังคงความสนุกและความเป็นเอกลักษณ์ในแบบของ Nothing เอาไว้ แต่เพิ่มความเรียบหรู ดูประณีต และมีความโตขึ้นในเวลาเดียวกันครับ

ประสบการณ์เสียงที่ฟังสนุก และยังได้ยินโลกภายนอก

Nothing Ear (open) รีวิว

แม้ Nothing Ear (open) จะเป็นหูฟังแบบ Open-ear แต่คุณภาพเสียงถือว่าทำได้ดีกว่าที่คาดไว้ครับ ตัวหูฟังมาพร้อมไดรเวอร์ขนาด 14.2 มิลลิเมตร และไดอะแฟรมที่ออกแบบเฉพาะโดย Nothing เพื่อช่วยเพิ่มมิติของเสียงต่ำให้แน่นและมีพลังมากขึ้น เหมาะกับเพลงแนว Pop, Hip-hop หรือ EDM ที่ต้องการเบสหนักและจังหวะที่ชัดเจน

Nothing Ear (open) รีวิว

นอกจากนี้ ตัวไดอะแฟรมยังเคลือบไทเทเนียม เพื่อช่วยถ่ายทอดเสียงย่านสูงให้มีความคมชัดและแม่นยำมากขึ้น ส่งผลให้เสียงร้องและรายละเอียดของเครื่องดนตรีฟังดูใส มีมิติ และไม่อื้ออึงเหมือนหูฟังแบบ Open-ear หลายรุ่นในตลาดครับ

Nothing Ear (open) รีวิว

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่น่าสนใจคือระบบ Stepped Driver ที่ออกแบบให้ตำแหน่งเสียงเข้าใกล้หูมากขึ้น ช่วยให้การกระจายเสียงมีความสม่ำเสมอ พร้อมเพิ่มมิติเสียงโดยไม่กระทบกับความสบายในการสวมใส่ ทำให้ประสบการณ์ฟังเพลงดูเต็มอิ่มกว่าที่คาดไว้สำหรับหูฟังประเภทนี้

Nothing Ear (open) รีวิว

และด้วยความเป็นหูฟังแบบ Open-ear จึงถูกออกแบบมาให้ผู้ใช้ยังสามารถรับรู้เสียงรอบข้างได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเสียงรถ เสียงพูดคุย หรือเสียงประกาศต่าง ๆ ทำให้เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ทั้งระหว่างเดินทาง ทำงาน หรือออกกำลังกายนอกบ้าน เพราะยังคงเชื่อมต่อกับสิ่งรอบตัวได้อย่างเป็นธรรมชาติ

Nothing Ear (open) รีวิว

ขณะเดียวกัน Nothing ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องความเป็นส่วนตัว โดยใส่ระบบ Sound Seal และลำโพงแบบกำหนดทิศทางเข้ามาเพื่อลดการรั่วไหลของเสียง ช่วยให้เสียงจากหูฟังเล็ดลอดออกไปภายนอกน้อยลง ทำให้สามารถใช้งานในคาเฟ่ ออฟฟิศ หรือบนรถไฟฟ้าได้อย่างมั่นใจมากขึ้นนั่นเองครับ

Nothing X แอปที่ทำให้หูฟังรุ่นนี้สนุกขึ้น

Nothing Ear (open) รีวิว

อีกหนึ่งจุดที่ช่วยเพิ่มความสนุกให้กับ Nothing Ear (open) คือแอป Nothing X ที่รองรับทั้ง Android และ iOS ซึ่งแอปนี้จะช่วยให้เราสามารถปรับแต่งเสียงได้ละเอียดกว่าหูฟังทั่วไป

ภายในแอปมีทั้งโหมดปรับเสียงแบบพื้นฐานสำหรับผู้ใช้ทั่วไป และโหมด Advanced EQ ที่สามารถปรับย่านความถี่ รวมถึงค่า Q Factor ได้แบบละเอียด สำหรับคนที่จริงจังเรื่องการจูนเสียงโดยเฉพาะอีกด้วยครับ

เรายังสามารถสร้าง EQ Profile ในแบบของตัวเอง แชร์ผ่าน QR Code หรือดาวน์โหลดโปรไฟล์เสียงจากผู้ใช้งานคนอื่นในคอมมูนิตี้ได้อีกด้วย ช่วยให้การปรับคาแรกเตอร์เสียงมีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะชอบเบสหนัก เสียงร้องเด่น หรือโทนเสียงแบบสมดุล ก็สามารถเปลี่ยนได้ตามแนวเพลงและสไตล์การฟังที่ต้องการ

ภายในแอปยังมีฟีเจอร์สำคัญที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ทั้ง Find My Earbuds สำหรับค้นหาหูฟัง, Low Lag Mode ที่ช่วยลดความหน่วงของเสียงให้ต่ำกว่า 120 มิลลิวินาทีเพื่อการเล่นเกมที่ลื่นไหลยิ่งขึ้น รวมถึง Dual Connection ที่รองรับการเชื่อมต่อพร้อมกัน 2 อุปกรณ์ ทำให้สามารถฟังเพลงจากโน้ตบุ๊ก แล้วสลับไปรับสายจากสมาร์ทโฟนได้ทันทีแบบต่อเนื่องไม่สะดุดครับ

แบตเตอรี่ใช้งานยาว พร้อม AI ช่วยเรื่องการโทร

Nothing Ear (open) รีวิว

ในด้านแบตเตอรี่ Nothing Ear (open) สามารถใช้งานต่อเนื่องได้สูงสุด 8 ชั่วโมงจากตัวหูฟังเพียงอย่างเดียว และใช้งานรวมได้สูงสุดถึง 30 ชั่วโมงเมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จ ถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานตลอดวันทั้งฟังเพลง ทำงาน หรือเดินทาง

Nothing Ear (open) รีวิว

ระบบชาร์จเร็วก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะชาร์จเพียง 10 นาที ก็สามารถใช้งานต่อได้อีกถึง 10 ชั่วโมง ช่วยเพิ่มความสะดวกในวันที่ต้องรีบออกจากบ้านหรือต้องใช้งานต่อเนื่องแบบไม่สะดุดครับ

Nothing Ear (open) รีวิว

ด้านการสนทนา หูฟังรุ่นนี้มาพร้อมไมโครโฟน 2 ตัว และเทคโนโลยี Clear Voice ที่เสริมการทำงานด้วย AI ซึ่งผ่านการเรียนรู้จากสถานการณ์เสียงมากกว่า 28 ล้านรูปแบบ ช่วยลดเสียงลม เสียงสะท้อน และเสียงรบกวนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เสียงพูดยังคงคมชัดแม้อยู่ในพื้นที่สาธารณะหรือบริเวณที่มีเสียงรอบตัวค่อนข้างมาก

Nothing Ear (open) รีวิว

ตัวหูฟังยังรองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP54 ช่วยให้ใช้งานระหว่างออกกำลังกายหรือเจอฝนปรอยได้อย่างมั่นใจมากขึ้น เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันทั้งในร่มและกลางแจ้ง

Nothing Ear (open) รีวิว

นอกจากนี้ สำหรับผู้ใช้งานอุปกรณ์ใน Ecosystem ของ Nothing ยังสามารถเชื่อมต่อกับ ChatGPT ผ่าน Nothing OS ได้โดยตรง พร้อมสั่งงานด้วยเสียงผ่านหูฟังได้ทันที ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานระหว่างเดินทาง ทำงาน หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้มากยิ่งขึ้นนั่นเองครับ

ราคา และโปรโมชัน

สำหรับราคาและโปรโมชันล่าสุดของ Nothing Ear (open) รุ่นสีน้ำเงิน Blue Edition ใหม่ โดยในช่วงวันที่ 5-7 มิถุนายน 2569 มีโปรโมชันพิเศษผ่าน TikTok Shop ลดราคาเหลือเพียง 4,199 บาท จากราคาปกติ 4,499 บาท พร้อมรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 25% และของแถมสุดพิเศษเป็นแก้ว Thermal Cup มูลค่า 999 บาท อีกทั้งยังมีบริการจัดส่งฟรีตลอดแคมเปญ

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่าน Nothing Thailand Official Store และช่องทางจำหน่ายออนไลน์ TikTok Shop, Shopee และ Lazada ได้เลยครับ

Nothing Ear (open) รีวิว

บริการหลังการขายในไทยที่ดูจริงจังขึ้น

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของ Nothing คือบริการหลังการขายในประเทศไทย ที่ตอนนี้มีศูนย์บริการรองรับมากกว่า 10 สาขาทั่วประเทศ รวมถึงมีบริการส่งซ่อมและรับ-ส่งเครื่องผ่าน SPEED-D ที่ร้าน 7-Eleven ใกล้บ้าน ช่วยให้การส่งซ่อมหรือเคลมสินค้าสะดวกขึ้น ไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้าศูนย์บริการด้วยตัวเองทุกครั้ง

นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่คอลเซ็นเตอร์คอยให้บริการ ผ่านหมายเลข 1800 018 320 และ 1800 013 896 สำหรับให้คำแนะนำ แก้ปัญหาการใช้งาน หรือสอบถามข้อมูลต่าง ๆ ได้ทุกเวลา ทำให้ภาพรวมของแบรนด์ดูพร้อมและจริงจังกับตลาดไทยมากขึ้นกว่าในช่วงแรกที่เริ่มเข้ามาทำตลาดนั่นเองครับ

Nothing Ear (open) รีวิว

ข้อมูลสเปก Nothing Ear (open)

  • ขนาดหูฟัง: 51.3 × 41.4 × 14.4 มิลลิเมตร / น้ำหนักข้างละ 8.1 กรัม
  • ขนาดเคสชาร์จ: 125.9 × 44.0 × 19.0 มิลลิเมตร / น้ำหนัก 62.4 กรัม
  • ระบบเสียง: ไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 14.2 มม. เคลือบไทเทเนียม
  • ความจุแบตเตอรี่: หูฟังข้างละ 64 mAh / เคสชาร์จ 635 mAh
  • การเชื่อมต่อ: Bluetooth 5.3 / รองรับ Codecs: AAC, SBC
  • ฟีเจอร์เด่น: Google Fast Pair, Microsoft Swift Pair, Dual Connection, AI Clear Voice, ระบบสั่งงาน ChatGPT
  • มาตรฐานการทนน้ำ: IP54 ทั้งตัวหูฟังและเคสชาร์จ  

สรุปรีวิว

Nothing Ear (open) รีวิว

โดยรวมแล้ว Nothing Ear (open) ถือเป็นหูฟังที่มีความแตกต่างจากตลาดค่อนข้างชัด เพราะไม่ได้เน้นขายแค่เรื่องคุณภาพเสียงหรือฟีเจอร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังมอบทั้งประสบการณ์การใช้งานและสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ในแบบของ Nothing ไปพร้อมกัน

จุดเด่นสำคัญของรุ่นนี้คือดีไซน์ที่โดดเด่น สวมใส่สบาย และสามารถเข้ากับไลฟ์สไตล์ประจำวันได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะใส่ทำงาน เดินทาง หรือออกกำลังกายก็ยังดูเป็นแฟชั่นไอเท็มชิ้นหนึ่ง ขณะเดียวกันคุณภาพเสียงก็ทำได้ดีกว่าที่คาดสำหรับหูฟังแบบ Open-ear โดยเฉพาะเรื่องมิติเสียง ความโปร่ง และความสนุกในการฟังเพลง

สำหรับใครที่กำลังมองหาหูฟังที่ใส่สบาย ใช้งานได้ตลอดวัน มีดีไซน์แตกต่างไม่เหมือนใคร และให้ทั้งความเป็นแก็ดเจ็ตและแฟชั่นไอเท็มในเวลาเดียวกัน รุ่นนี้ถือเป็นหนึ่งในหูฟังที่มีคาแรกเตอร์ชัดและน่าสนใจที่สุดในตลาดตอนนี้เลยครับ

About Author

nineFangKhaoW

nineFangKhaoW

Partners