
กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ ทรู คอร์ปอเรชั่น และภาคีเครือข่าย เปิด “ปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับทางการแพทย์” พร้อมเปิดตัว True SkyBridge แพลตฟอร์มบริหารจัดการขนส่งทางอากาศอัตโนมัติเพื่อการสาธารณสุขครั้งแรกของไทย ประเดิมทดสอบภารกิจส่งยา เวชภัณฑ์ และตัวอย่างทางการแพทย์ในพื้นที่ภูเขาสูงของอำเภอปัว จังหวัดน่าน
โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 โดยมุ่งลดข้อจำกัดด้านระยะทางและเวลาในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล ภูเขาสูง หรือพื้นที่ที่เส้นทางภาคพื้นดินอาจถูกตัดขาดจากน้ำป่า ดินสไลด์ และภัยพิบัติ

ความร่วมมือครั้งนี้ประกอบด้วยกระทรวงสาธารณสุข ทรู คอร์ปอเรชั่น สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ CAAT สำนักงาน กสทช. บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย หรือ AEROTHAI และหน่วยงานในพื้นที่ โดยเปิดตัวโครงการเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ณ สนามกีฬาพญาผานอง อำเภอปัว จังหวัดน่าน
True SkyBridge เป็นแพลตฟอร์มโลจิสติกส์ทางอากาศอัตโนมัติที่ออกแบบและพัฒนาโดยศูนย์วิจัยและนวัตกรรม ทรู คอร์ปอเรชั่น เพื่อเชื่อมโยงโรงพยาบาล หน่วยบริการทางการแพทย์ บุคลากรสาธารณสุข และประชาชนเข้ากับระบบขนส่งผ่านโดรน

แพลตฟอร์มรองรับโดรนได้หลากหลายแบรนด์ พร้อมนำ AI มาใช้บริหารข้อมูลการบินและระบบความปลอดภัยบนเครือข่ายอัจฉริยะของทรู ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนเส้นทาง การติดตามเที่ยวบินแบบเรียลไทม์ การตรวจสอบคุณภาพสิ่งนำส่งทางการแพทย์ การบริหารฝูงบิน ไปจนถึงการจัดทำเอกสารอัตโนมัติ
ระบบยังบันทึกเวลาและพิกัดตลอดเส้นทาง ทำให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ พร้อมติดตามสถานะยา เวชภัณฑ์ และตัวอย่างทางการแพทย์ในแต่ละเที่ยวบิน ช่วยเพิ่มความปลอดภัย ความแม่นยำ และความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน

นายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า True SkyBridge ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับภารกิจขนส่งทางการแพทย์แบบครบวงจร และสามารถขยายผลไปสู่เครือข่ายระดับประเทศในอนาคต
การสาธิตครั้งแรกภายใต้ “ปัวโมเดล” แบ่งเป็น 2 ภารกิจ เพื่อทดสอบการใช้งานในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ภัยพิบัติ

เส้นทางแรกคือ NCD’s Continuity Model สำหรับส่งยาให้ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs จากสนามกีฬาพญาผานองไปยังลานชุมชนบ้านร้องแง และบินกลับเพื่อนำส่งตัวอย่างทางการแพทย์ ระยะทางไป–กลับ 4 กิโลเมตร
โดรนใช้เวลาประมาณ 3.5 นาที เทียบกับการเดินทางทางบกที่ใช้เวลาประมาณ 7 นาที ช่วยลดเวลาในการขนส่งลงประมาณ 50%

เส้นทางที่สองคือ Disaster Response Model จำลองการขนส่งยาไปยังพื้นที่ห่างไกลซึ่งเส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด ผ่านภูเขาสูง หน้าผา และป่าทึบ จากสนามกีฬาพญาผานองไปยังสนามบาสเกตบอลโรงเรียนบ้านน้ำปัว พร้อมบินกลับเพื่อนำส่งตัวอย่างทางการแพทย์
เส้นทางนี้มีระยะทางไป–กลับ 46 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 35 นาที ขณะที่การเดินทางทางบกต้องใช้เวลามากกว่า 2 ชั่วโมง ช่วยลดเวลาขนส่งได้ประมาณ 70%

จังหวัดน่านถูกเลือกเป็นพื้นที่นำร่อง เนื่องจากมีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขา เส้นทางลัดเลาะตามไหล่เขาและหน้าผา ขณะที่ชุมชนกระจายตัวอยู่ในหลายพื้นที่
ในบางช่วงของปี ถนนอาจได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก น้ำป่า หรือดินสไลด์ ทำให้การขนส่งยา เวชภัณฑ์ และการส่งตัวอย่างทางการแพทย์เกิดความล่าช้า หรือไม่สามารถดำเนินการผ่านเส้นทางปกติได้
การนำโดรนเข้ามาใช้จึงช่วยลดข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์ และเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงผู้ป่วยในสถานการณ์ที่ต้องการความรวดเร็ว โดยเฉพาะเหตุฉุกเฉินและภัยพิบัติ

นายนรินทร์ กัลยาณมิตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงมีนโยบายส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน พื้นที่ห่างไกล และพื้นที่เฉพาะที่มีข้อจำกัดด้านการเดินทาง
ก่อนหน้านี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ทดสอบการใช้โดรนทางการแพทย์ในพื้นที่ชายฝั่งทะเล ซึ่งพบว่าสามารถลดระยะเวลาและข้อจำกัดของการขนส่งทางน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงนำแนวทางดังกล่าวมาต่อยอดสู่พื้นที่ภูเขาสูง

หลังการทดลองในจังหวัดน่าน กระทรวงสาธารณสุขเตรียมขยายการใช้งานไปยังพื้นที่ห่างไกลอีก 10 แห่ง โดยหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายคือโรงพยาบาลเทพรัตนเวชชานุกูล เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่
เป้าหมายระยะต่อไปคือการผลักดันระบบโดรนทางการแพทย์ให้เป็นส่วนหนึ่งของบริการสาธารณสุข ทั้งในภาวะปกติ เหตุฉุกเฉิน และสถานการณ์ภัยพิบัติ เพื่อยกระดับการขนส่งยา เวชภัณฑ์ และตัวอย่างทางการแพทย์ให้รวดเร็ว ปลอดภัย และเข้าถึงประชาชนได้ครอบคลุมมากขึ้น

ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวของการนำเครือข่ายโทรคมนาคม AI และระบบอากาศยานไร้คนขับมาประยุกต์ใช้กับระบบสาธารณสุข โดยมีเป้าหมายสำคัญคือทำให้ระยะทางและเวลาไม่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ของประชาชน
TrueOnline Home Next เชื่อมต่อทุกศักยภาพ สนับสนุน Mister Global Thailand 2026 ส่งต่อพลังสุภาพบุรุษรุ่นใหม่สู่เวทีโลก
เปิดโจทย์ใหญ่ยุค AI เมื่อความฉลาดต้องมาพร้อมความรับผิดชอบ ทรู กางสูตร “Data Privacy + Responsible AI” ขับเคลื่อนธุรกิจบนรากฐานความไว้วางใจ
มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือทรู เสริมทักษะ Cyber Safety ให้เยาวชน ผ่านโครงการ Smart Safety Youth Training
ทรู คอร์ปอเรชั่น ชู 6 เสาหลัก ขับเคลื่อนอนาคต AI ของไทยด้วย Data, Connectivity และ Compute
ทรูชี้ Pink Economy โอกาสเศรษฐกิจ 4.7 ล้านล้านดอลลาร์ ดันไทยสู่ LGBTQIA+ Destination ด้วย Data Intelligence
ทรู เปิดตัว eSIM GO Travel MyPlan แพ็กเกจโรมมิ่งปรับเองได้ เริ่มต้น 11 บาทต่อวัน พร้อมฟรีประกันเดินทาง
ทรู เปิดเวที Human Insights in the AI Era ชี้ AI ต้องไม่ใช่แค่ฉลาด แต่ต้องเข้าใจคน
ทรู จับมือ ม.กรุงเทพ เปิดโครงการ BU be TRUE ปั้นคนรุ่นใหม่สู่ Future Leaders for AI Economy