
นอกเหนือจากการเปิดตัวเรือธงรุ่น Ultra แล้ว vivo ยังได้แนะนำ vivo X300s โดยรุ่นนี้เข้ามาเติมเต็มช่องว่างระหว่างรุ่นมาตรฐาน X300 หน้าจอ 6.3 นิ้ว และรุ่นใหญ่อย่าง X300 Pro หน้าจอ 6.78 นิ้ว
vivo X300s มาพร้อมหน้าจอแสดงผล LTPO OLED (BOE Q10 Plus) ขนาด 6.78 นิ้ว อัตรารีเฟรชเรท 144Hz ความละเอียด 1,260 x 2,800 พิกเซล (สัดส่วน 20:9) รองรับการแสดงผลสี 10-bit ซึ่งเป็นแผงหน้าจอที่เกือบจะเหมือนกับรุ่น Pro ทุกประการ เพียงแต่ขาดการรองรับ Dolby Vision เท่านั้น

จุดที่ทำให้ vivo X300s แตกต่างจากรุ่น Pro อย่างแท้จริงคือระบบกล้องหลัง โดยรุ่นนี้มาพร้อมกล้องหลักความละเอียด 200 ล้านพิกเซล (รูรับแสง f/1.68 เลนส์ Zeiss), กล้อง Telephoto ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล (f/2.57 เลนส์ Zeiss APO) และกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล (f/2.0 เลนส์ Zeiss) ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 50 ล้านพิกเซล (f/2.0)



การวางสเปกกล้องนี้เป็นการสลับด้านกับรุ่น Pro ที่ใช้กล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล และกล้อง Telephoto 200 ล้านพิกเซล ที่สำคัญคือ vivo X300s ใช้เซนเซอร์ที่มีขนาดเล็กลง โดยกล้องหลักใช้เซนเซอร์ Samsung HPB ขนาด 1/1.4 นิ้ว (ซึ่งเป็นเซนเซอร์ตัวเดียวกับที่อยู่ในกล้อง Telephoto ของรุ่น Pro) ในขณะที่กล้อง Telephoto ของ vivo X300s ใช้เซนเซอร์ Sony Lytia 602 ขนาด 1/1.95 นิ้ว ซึ่งเล็กลงกว่าเดิมมาก ส่วนกล้อง Ultra-Wide และกล้องหน้าของทั้งสองรุ่นนั้นเหมือนกัน โดยใช้เซนเซอร์ Samsung JN1 ขนาด 1/2.76 นิ้ว ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์ f/2.0 และระบบโฟกัสอัตโนมัติ โดยกล้องหน้ามีมุมมองกว้างถึง 92 องศา

ในปีที่ผ่านมามีการทดสอบชุดอุปกรณ์ Photographer Kit สำหรับรุ่น X200 Pro ซึ่งใช้เลนส์ Teleconverter เพื่อขยายระยะซูม ในปีนี้รุ่น Ultra และ vivo X300s ก็มีอุปกรณ์เสริมนี้เช่นกัน โดยชุด Photography Kit ของ vivo X300s จะมาพร้อมเลนส์ Teleconverter Zeiss G2 ที่มอบคุณสมบัติเทียบเท่าระยะโฟกัส 200mm พร้อมเคสเฉพาะตัวและฐานสำหรับติดตั้งเลนส์

ในด้านประสิทธิภาพ vivo X300s ขับเคลื่อนด้วยชิปเซต Dimensity 9500 เช่นเดียวกับรุ่น Pro พร้อมระบบระบายความร้อน Vapor Chamber ขนาดใหญ่และแผ่นกราไฟต์เพื่อกระจายความร้อนสำหรับการทำงานที่ต่อเนื่อง ทำงานร่วมกับ RAM LPDDR5X แบบ Quad-channel สูงสุด 16GB และพื้นที่จัดเก็บข้อมูล UFS 4.1 สูงสุด 1TB เสริมพลังด้วยชิปประมวลผลภาพ V3+ สำหรับงานด้านกล้องโดยเฉพาะ

ตัวเครื่องมาพร้อมแบตเตอรี่ Si/C รุ่นที่ 4 ความจุสูงถึง 7100mAh ซึ่งใหญ่กว่ารุ่น Pro เล็กน้อย (รุ่น Pro จีนมีแบตเตอรี่ 7000mAh ส่วนบางรุ่นในตลาดโลกอาจมี 6600mAh) รองรับการชาร์จไวแบบสาย 90W และไร้สาย 40W

นอกจากนี้ยังมีลำโพงคู่แบบสมมาตร 1511 และมอเตอร์สั่นสะเทือนที่ปรับแต่งมาเป็นพิเศษ (Vibration intensity 1.1Grms) โดยมีเวลา Start-stop เพียง 40ms ตัวเครื่องได้รับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 และ IP69 มีระบบสแกนลายนิ้วมือแบบ Ultrasonic และอัปเกรดพอร์ตเชื่อมต่อเป็น USB-C 3.2 Gen 1 รองรับ Wi-Fi 7, Bluetooth 5.4 (พร้อม aptX), NFC และการระบุตำแหน่งผ่านดาวเทียมแบบ Dual-band




vivo X300s เริ่มเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าในประเทศจีนแล้ว และจะเริ่มวางจำหน่ายจริงในวันที่ 3 เมษายน 2569 โดยมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Titanium Black, Silver, Dream Core Purple และ Film Green
รายละเอียดราคาจำหน่าย vivo X300s ในประเทศจีน
- 12GB / 256GB: 5,000 หยวน หรือราว 23,700 บาท
- 12GB / 512GB: 5,500 หยวน หรือราว 26,970 บาท
- 16GB / 512GB: 6,000 หยวน หรือราว 28,240 บาท
- 16GB / 1TB: 7,000 หยวน หรือราว 33,780 บาท
- 16GB / 1TB + Photography Kit: 8,000 หยวน หรือราว 38,320 บาท
เปิดตัว vivo X300 และ vivo X300 Pro ในไทย กล้อง ZEISS 200MP ชิป …
พรีวิว vivo X300 Series คู่หูเรือธงกล้องเทพ 200MP พร้อมชุดเลนส์ซูมเสริม …
vivo X300 Ultra หลุดข้อมูลใหม่ อาจมีเลนส์ Teleconverter เสริมอีกตัว
vivo X300 Ultra เปิดตัวแล้ว ยกระดับกล้องหลัก 200MP พร้อมเลนส์ซูมสเปก …