vivo X300 Series คือสมาร์ทโฟนที่ถูกออกแบบมาเพื่อการถ่ายภาพในสถานการณ์ที่ท้าทาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง X300 Pro ที่นำนวัตกรรมการถ่ายภาพและวิดีโอระดับมืออาชีพมารวมไว้ในเครื่องเดียว เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้สายคอนเสิร์ตที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ซูมที่เหนือระดับ
ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาทางทีมงาน TECHMX ก็มีโอกาสนำมือถือรุ่นนี้ไปลองของในเทศกาลดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนืออย่าง เชียงใหญ่เฟส 6 เพื่อเอาภาพมาให้ทุกคนเห็นว่าพลังซูมระดับมือโปรจะสามารถเก็บทุกจังหวะเดือดของศิลปินบนเวทีได้อย่างคมชัดแค่ไหน
พลังซูมระดับโปรที่คมชัดทุกคอนเสิร์ต
ต้องแจ้งกันก่อนว่าตัวอย่างภาพที่จะได้รับชมกันมีทั้งรูปที่ ถ่ายด้วยกล้องของ vivo X300 Pro แบบเพียวๆ และรูปที่ถ่ายโดยติดตัวอุปกรณ์เสริม vivo ZEISS 2.35X Telephoto Extender เพื่อเก็บภาพจากระยะ 200mm, 400mm และ 800mm

สำหรับกล้องของ vivo X300 Pro จะมาพร้อมสเปกที่เน้นการซูมทั้ง
- กล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล (f/1.57) ใช้เซนเซอร์ Sony LYT-828 ขนาด 1/1.28 นิ้ว พร้อมกันสั่น CDA 5.5
- กล้อง Telephoto Periscope ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล (f/2.67)
◦ ใช้เซนเซอร์ HPB ขนาด 1/1.4 นิ้ว ซึ่งเป็นเซนเซอร์ในกล้องซูมที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟน
◦ มีมาตรฐานเลนส์ ZEISS APO
◦ ซูม Optical 3.7X (85 มม.) และซูม Digital ได้ไกลสุดที่ 100X
◦ มีระบบกันสั่น CDA 5.5 เช่นเดียวกับกล้องหลัก - กล้อง Ultrawide 50 ล้านพิกเซล (f/2.0)
เลนส์กล้องทุกตัวมีการเคลือบ ZEISS T* Coating เพื่อลดการเกิดแสงโกสต์และแสงแฟลร์ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในการถ่ายภาพบนเวทีที่มีแสงไฟจ้า

ขณะที่ชุดอุปกรณ์เสริม vivo ZEISS 2.35X Telephoto Extender เป็นเลนส์เสริมระดับโปรที่พัฒนาร่วมกับ ZEISS โดยเฉพาะ ซึ่งเลนส์ Extender ประกอบด้วย ชิ้นเลนส์กระจก ภายในที่มีกำลังขยายสูง รับแสงได้ดี และมีความคลาดเคลื่อนของสีที่ต่ำ เมื่อต่อเข้ากับ X300 Pro ก็จะขยายระยะ Optical จากปกติ 3.7X (85 มม.) เป็นเริ่มต้นที่ระยะประมาณ 200 มม. รวมถึงมีกริปจับที่ช่วยให้ผู้ใช้รู้สึกเหมือนถือกล้องมืออาชีพ และสามารถควบคุมการถ่ายภาพ/วิดีโอ, ปรับโหมด, และกดโฟกัสได้

Stage Mode 2.0: โหมดถ่ายคอนเสิร์ตเวอร์ชั่นอัปเกรดสุดอัจฉริยะ
นอกจากฮาร์ดแวร์ที่โหดจัดแล้ว vivo X300 Pro ยังมาพร้อม Stage Mode (โหมดเวที) ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อการถ่ายคอนเสิร์ตโดยเฉพาะซึ่งใครที่มีโอกาสได้ลองจะพบว่าเป็นโหมดที่ทำให้การถ่ายคอนเสิร์ตง่ายขึ้นมากไม่ว่าจะเป็นทั้งแบบภาพนิ่ง และ วีดีโอ ภาพที่ได้จากโหมดนี้ส่วนใหญ่คือสามารถโพสต์ลงโซเชียลได้เลยแทบจะไม่ต้องมาปรับอะไรเพิ่ม
สำหรับในเวอร์ชั่น 2.0 ตัวมือถือจะปรับการตั้งค่าภาพอัตโนมัติตามแสง สี และการเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาของเวที เพื่อให้สามารถบันทึกอารมณ์และจังหวะของโชว์ได้อย่างครบถ้วนและสมบูรณ์แบบ

AI ใน Stage Mode จะช่วยปรับแสงให้สมดุล ทำให้สีผิวของศิลปินยังดูเป็นธรรมชาติ ไม่ถูกย้อมด้วยสีไฟเวทีหนักจนเกินไป แม้ว่าไฟจะเปลี่ยนโทนอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ตัว AI ได้รับการฝึกฝนจากตัวอย่างนับล้าน เพื่อ ตรวจจับและลบ Moire (รอยเส้นหรือสีเขียวที่เกิดจากหน้าจอ LED บนเวที)
สำหรับ Stage Mode 2.0 สามารถถ่ายวิดีโอที่ความละเอียด 4K 60FPS ได้ และยังมีโหมด Dual View 4K ถ่ายจากกล้องหน้าและกล้องหลังพร้อมกันที่ความละเอียด 4K และถ้าต่อกับเลนส์เสริมตัว Stage Mode จะรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 120 FPS และโหมด Snapshot ที่ช่วยให้ภาพถ่ายการเคลื่อนไหวระยะไกลได้คมชัด
ตัวอย่างภาพจากกล้อง vivo X300 Pro
































vivo X300 Pro สมาร์ทโฟนที่เกิดมาเพื่อสายเอนเตอร์เทนเมนต์
vivo X300 Pro เป็นสมาร์ทโฟนระดับแฟลกชิปที่รวมที่สุดของเทคโนโลยีการถ่ายภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ปัญหาในการถ่ายคอนเสิร์ต ด้วยชิปประมวลผลเสริม VS1 (6 นาโนเมตร) ที่ทำงานแบบ Pre-Processing ร่วมกับชิป V3 Plus และ Dimensity 9500 ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานรวดเร็วขึ้นถึง 200%
สำหรับใครที่สนใจ vivo X300 Series ปัจจุบันมีการวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว สนนราคาดังนี้
vivo X300 สี: Halo Pink, Iris Purple, Phantom Black
- 12GB + 256GB ราคา 31,999 บาท
- 16GB + 512GB ราคา 34,999 บาท
vivo X300 Pro สี: Dune Brown, Mist Blue, Phantom Black
- 16GB + 512GB ราคา 39,999 บาท
ราคาอุปกรณ์เสริม
- เลนส์ Telephoto Kit 2.35x ราคา 5,999 บาท
- ชุดกริป X300 Pro ราคา 2,500 บาท
- Set เลนส์เสริม + กริป ราคา 8,499 บาท
ส่วนรีวิวแบบเต็มๆ สามารถกดรับชมได้ในคลิปด้านล่างนี้
เปิดตัว vivo X300 และ vivo X300 Pro ในไทย กล้อง ZEISS 200MP ชิป …
รีวิว vivo X300 Series ภาคต่อเรือธงกล้องเทพ ซูมไกล คมขึ้น โหดเอาเรื่อง
พรีวิว vivo X300 Series คู่หูเรือธงกล้องเทพ 200MP พร้อมชุดเลนส์ซูมเสริมสุดว้าว!