
มีรายงานว่า vivo ได้สั่งชะลอการพัฒนาโปรเจกต์แว่นตาอัจฉริยะ AI ภายในองค์กร ซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมมาหลายเดือน แม้บริษัทยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ แต่แหล่งข่าวหลายแห่งระบุว่าการตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการประเมินภายในที่พบความไม่แน่นอนด้านทิศทางผลิตภัณฑ์และศักยภาพในระยะยาว
ก่อนหน้านี้ vivo ได้ทดลองแนวทางการออกแบบและเทคโนโลยีหลายรูปแบบสำหรับแว่นตา AI ทั้งโมเดลที่เน้นการใช้งานด้านเสียง และเวอร์ชันที่มาพร้อมหน้าจอขาวดำแบบเรียบง่าย อีกทั้งยังมีการทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ ODM หลายรายเพื่อพัฒนาเครื่องต้นแบบ
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการวิจัยและสร้างต้นแบบต่อเนื่องหลายเดือน ฝ่ายบริหารของ vivo มองว่าอุปกรณ์ประเภทนี้ยังไม่มีแนวทางสร้างความแตกต่างที่ชัดเจนเพียงพอ ณ ตอนนี้่
หนึ่งในความท้าทายสำคัญคือข้อจำกัดด้านซัพพลายเชนในปัจจุบัน เนื่องจากแว่นตา AI ส่วนใหญ่ในตลาดต่างพึ่งพาชิ้นส่วนหลักที่มีมาตรฐานใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นชิปเซ็ตหรือเซนเซอร์กล้อง ส่งผลให้ผู้ผลิตสร้างจุดเด่นด้านประสิทธิภาพ การจัดการพลังงาน หรือคุณภาพการถ่ายภาพได้ยาก แม้แต่รุ่นที่มีหน้าจอก็ยังต้องเผชิญข้อจำกัดด้านความสว่าง มุมมองภาพ อายุการใช้งานแบตเตอรี่ ความร้อน และต้นทุนการผลิต
แม้โปรเจกต์แว่นตา AI จะถูกพักไว้ แต่บรรดานักวิเคราะห์มองว่า vivo ไม่ได้ถอนตัวจากอุปกรณ์สวมใส่หรือเทคโนโลยีคอมพิวติ้งยุคใหม่แต่อย่างใด ตรงกันข้าม บริษัทมีแนวโน้มจะรวมทรัพยากรไปโฟกัสที่อุปกรณ์ Mixed Reality มากขึ้น ซึ่งเป็นด้านที่ vivo มีความคืบหน้าอยู่แล้ว โดยก่อนหน้านี้ได้เปิดตัว vivo Vision Discovery Edition เฮดเซ็ต MR ที่ถูกวางตำแหน่งให้ทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนและพีซี มากกว่าจะเป็นแพลตฟอร์มแบบสแตนด์อโลนเต็มรูปแบบ
ในภาพรวม ตลาดแว่นตา AI เองก็กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน แม้จะได้รับความสนใจสูงและถูกนำไปสาธิตในงานเทคโนโลยีระดับโลกอยู่เสมอ แต่การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันยังไม่แพร่หลายเพียงพอ ปัจจุบันกรณีการใช้งานหลักยังคงวนอยู่กับการแปลภาษา การถ่ายภาพ และการสั่งงานด้วยเสียง ซึ่งยังไม่ใช่เหตุผลที่แข็งแรงพอให้ผู้บริโภคสวมใส่อุปกรณ์ตลอดทั้งวัน
vivo เปิดตัว OriginOS 6 พร้อมเปิดตัว Global วันที่ 15 ต.ค. นี้ – TECHMX
vivo X300 Ultra สเปกสุดโหด! รุ่นแรกของโลกที่ใช้ ‘กล้องคู่ 200MP’
พรีวิว vivo X300 Series คู่หูเรือธงกล้องเทพ 200MP พร้อมชุดเลนส์ซูมเสริม …