ภายในงาน Galaxy Unpacked 2026 นอกจาก Samsung จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนจอพับรุ่นใหม่อย่าง Galaxy Z Fold8 Series และ Galaxy Z Flip8 แล้ว อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัวสมาร์ทวอทช์เจเนอเรชันใหม่อย่าง Galaxy Watch9 และ Galaxy Watch Ultra2
ปีนี้ Samsung พยายามขยับบทบาทของสมาร์ทวอทช์ไปอีกขั้น จากเดิมที่เป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับดูเวลา นับก้าว หรือบันทึกการออกกำลังกาย ให้กลายเป็น ผู้ช่วยด้านสุขภาพส่วนบุคคล ที่สามารถติดตาม วิเคราะห์ และช่วยประเมินแนวโน้มสุขภาพของผู้ใช้งานได้ละเอียดขึ้น ผ่านแนวคิด “สแกนร่าง สกัดโรค”
“สแกนร่าง สกัดโรค” ก้าวสู่ยุค Longevity ดูแลสุขภาพก่อนเกิดปัญหา
ทิศทางหลักของ Galaxy Watch รุ่นใหม่ในปีนี้มาพร้อมกับแนวคิด Longevity หรือการดูแลสุขภาพเพื่อให้มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น พร้อมคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
Samsung ต้องการเปลี่ยนมุมมองของสมาร์ทวอทช์ จากอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลสุขภาพ มาเป็นผู้ช่วยที่สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมและแจ้งเตือนความเสี่ยงได้ก่อนที่จะเกิดปัญหา โดยเฉพาะกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs (Non-Communicable Diseases) เช่น โรคเบาหวาน, โรคหัวใจ, โรคหลอดเลือดสมอง และอัลไซเมอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตสำคัญของคนยุคปัจจุบัน
Galaxy Watch9 จึงถูกออกแบบให้ช่วยดูแลสุขภาพผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ การกิน, การนอน, การออกกำลังกาย และ ความเครียด

ทั้งหมดทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์สุขภาพ BioActive รุ่นใหม่ ที่ได้รับการอัปเกรดระบบไฟ LED จากเดิมที่มีสีเขียว, สีแดง และอินฟราเรด เพิ่มเป็นทั้งหมด 7 สี ด้วยการเพิ่มสีฟ้า, สีเหลือง, สีม่วง และรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ซึ่งช่วยปลดล็อกความสามารถในการสแกนสุขภาพขั้นสูงที่ไม่เคยทำได้มาก่อน
Samsung Galaxy Watch9 มินิมอล ใส่สบาย สเปกอัปเกรด
เริ่มด้วยรุ่นมาตรฐานอย่าง Samsung Galaxy Watch9 ยังคงเน้นจุดแข็งด้านดีไซน์เรียบง่าย มินิมอล และเหมาะกับการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน

ตัวเรือนและสายได้รับการปรับให้บางลงและน้ำหนักเบาขึ้น ให้ความรู้สึกเป็นนาฬิกาที่ใส่ง่ายกว่าเดิม โดยเฉพาะคนที่ต้องการใส่ติดข้อมือตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งระหว่างทำงาน ออกกำลังกาย หรือใส่นอนเพื่อติดตามคุณภาพการพักผ่อน


Galaxy Watch9 มีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่
- 40 มม. สี Cream และ Graphite
- 44 มม. สี Silver และ Graphite

ด้านประสิทธิภาพมาพร้อมชิปประมวลผล Snapdragon Wear Elite ที่ Samsung ระบุว่าสามารถประมวลผลได้เร็วขึ้น 15% ช่วยให้การเปิดแอป การประมวลผลข้อมูลสุขภาพ และการใช้งานทั่วไปทำได้รวดเร็วขึ้น พร้อมเพิ่มความจุแบตเตอรี่ขึ้น 20% จากรุ่นก่อนที่ 325mAh มาเป็นเกือบ 400mAh ทำให้ใช้งานได้ยาวนานกว่าเดิม

จุดเด่นสำคัญคือเซ็นเซอร์ BioActive รุ่นใหม่ ที่มาพร้อม LED ทั้ง 7 สี ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถด้านสุขภาพ เช่น
- Anti-oxidants Index: ฟีเจอร์วัดดัชนีสารต้านอนุมูลอิสระ โดยใช้เซ็นเซอร์ร่วมกับ LED สีฟ้าและสีเหลือง เพื่อตรวจวัดระดับแคโรทีนอยด์ (Carotenoids) ที่ผิวหนัง ใช้เวลาเพียงประมาณ 5-10 วินาที และนำข้อมูลมาประเมินพฤติกรรมด้านโภชนาการ เช่น การรับประทานผักและผลไม้
- AGEs Index: ฟีเจอร์ที่ใช้ LED สีม่วงและรังสี UV ร่วมกับระบบวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อตรวจจับการเรืองแสงที่เกี่ยวข้องกับสารเร่งแก่ หรือ Advanced Glycation End-products ซึ่งเกิดจากกระบวนการสะสมน้ำตาลในร่างกาย โดย Samsung ร่วมมือกับ Diagnoptics เพื่อนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ประเมินแนวโน้มสุขภาพในระยะยาว
- ตรวจจับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ: ฟีเจอร์ที่ผ่านการรับรองจาก FDA (ทั้งในสหรัฐฯ และไทย) โดย AI จะวิเคราะห์ความถี่การหยุดหายใจต่อชั่วโมงได้อย่างละเอียด เพื่อป้องกันความเสี่ยงของโรคสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ ที่เกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอจนสมองไม่ได้ทำความสะอาดโปรตีนพิษ
- AI-Powered Personalized Guidance: ระบบ AI จะคอยมอนิเตอร์ข้อมูลสำคัญ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ, ความแปรปรวนของหัวใจ (HRV), อุณหภูมิผิวหนัง และออกซิเจนในเลือด หากพบว่าร่างกายมีความเครียดสูง หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ (เช่น HRV ลดลงแต่อัตราการเต้นหัวใจสูงขึ้น) AI จะให้คำแนะนำแบบเจาะจงทันที เช่น แนะนำให้ลดความหนักในการออกกำลังกายลงเพื่อปรับสมดุล

Samsung Galaxy Watch Ultra2 สมาร์ทวอทช์สายลุย ตัวท็อปสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง
สำหรับสมาร์ทวอทช์สาย Outdoor แบบจริงจัง Samsung ส่ง Galaxy Watch Ultra2 มาเป็นรุ่นเรือธงที่เน้นความแข็งแกร่ง ความอึด และความสามารถสำหรับกิจกรรมสุดเอ็กซ์ตรีม


รุ่นนี้มาพร้อมหน้าปัดขนาดใหญ่ 47 มม. จอ OLED ขนาด 1.5 นิ้ว (480×480px) และใช้วัสดุไทเทเนียมที่ทนทานต่อแรงกระแทกและรอยขีดข่วน แม้ภาพรวมยังคงความเป็นสมาร์ทวอทช์สายลุย แต่ Samsung ปรับดีไซน์ให้สวมใส่ง่ายขึ้น โดยลดความหนาตัวเรือนลงประมาณ 7% จาก 16.4 มม. เหลือ 15.2 มม. รวมถึงปรับสายให้บางลงประมาณ 30% จาก 3 มม. เหลือ 2 มม. ผลลัพธ์คือแม้จะเป็นรุ่นที่มีขนาดใหญ่ แต่เวลาสวมจริงให้ความรู้สึกคล่องตัวขึ้นกว่าเดิม
ด้านสีสันมีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่
- Titanium Silver: จับคู่กับสายสีเขียวหรือสีส้ม
- Titanium Graphite: พร้อมสายสีดำ สไตล์ดุดัน



หน้าจอเป็นอีกหนึ่งจุดเด่น ด้วยความสว่างสูงสุดกว่า 5000 nits สู้แดดจ้ากลางแจ้งได้สบาย และอีกจุดที่เป็นไฮไลท์คือแบตเตอรี่ได้รับการอัปเกรดจากเดิม 590mAh เป็น 800mAh โดย Samsung ระบุว่าสามารถเปิดใช้งาน GPS แบบต่อเนื่องเพื่อวิ่งมาราธอนได้สูงสุดถึง 4 รอบต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง
ด้านความทนทาน Galaxy Watch Ultra2 รองรับมาตรฐาน
- กันฝุ่นระดับสูงสุด IP69K
- กันน้ำระดับ 10ATM หรือความลึก 100 เมตร

พร้อมรองรับการใช้งานเป็น ไดฟ์คอมพิวเตอร์ (Dive Computer) ได้ในตัว โดยทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์จากแบรนด์อุปกรณ์ดำน้ำระดับโลกอย่าง “Mares”
สำหรับสายวิ่งเทรล Ultra 2 มาพร้อมระบบ Route Navigation รองรับการอัปโหลดไฟล์เส้นทาง .gpx เพื่อดูแผนที่นำทางโดยตรงจากตัวนาฬิกา และมีระบบแจ้งเตือนดื่มน้ำอัจฉริยะ Individual Suggestion ที่ใช้ AI วิเคราะห์อุณหภูมิร่างกายร่วมกับอัตราการเต้นของหัวใจ เพื่อคอยแจ้งเตือนการจิบน้ำที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลแบบเรียลไทม์
ราคาและการวางจำหน่าย Samsung Galaxy Watch9 และ Galaxy Watch Ultra2
- Galaxy Watch Ultra2 รุ่น LTE ขนาดหน้าปัด 47 มม. ราคา 25,900 บาท
- Galaxy Watch9 ขนาดหน้าปัด 44 มม. รุ่น Bluetooth ราคา 14,900 บาท และรุ่น LTE (จำหน่ายเฉพาะออนไลน์) ราคา 15,900 บาท
- Galaxy Watch9 ขนาดหน้าปัด 40 มม. รุ่น Bluetooth ราคา 12,900 บาท และรุ่น LTE (จำหน่ายเฉพาะออนไลน์) ราคา 13,900 บาท
พร้อมรับสิทธิพิเศษในช่วง Pre-order ใส่โค้ด GADGET รับส่วนลด 30% เมื่อซื้อพร้อมสมาร์ทโฟนที่ร่วมรายการ หรือ ซื้อเดี่ยวลด 10% พร้อมรับฟรีสายนาฬิกา ที่ www.samsung.com/th/watches/galaxy-watch9/buy/ ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม – 13 สิงหาคม 2569 และจะวางจำหน่ายทั่วไปตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม เป็นต้นไป
พรีวิว Samsung Galaxy Z Fold8 Series และ Z Flip8 จอพับรุ่นใหม่ ที่ออกแบบเพื่อทุกตัวตน
ก่อนเขาก่อนใคร! ลงทะเบียนเป็นเจ้าของ The new Galaxy กลุ่มแรกของโลก …
หลุดราคา Samsung Galaxy Z Fold8 Ultra จากฝั่งสหรัฐฯ จ่อเริ่มต้นที่ …