
ขยับเข้าใกล้เข้ามาทุกทีสำหรับงานอีเวนต์ใหญ่ Samsung Galaxy Unpacked ที่กำลังจะจัดขึ้นในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้ ณ กรุงลอนดอน ล่าสุดมีรายงานข้อมูลชุดใหม่ที่ช่วยให้เราเห็นภาพรวมและทิศทางราคาของสมาร์ทโฟนจอพับเจเนอเรชันถัดไปจากแบรนด์เกาหลีใต้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะข้อมูลราคาจำหน่ายในฝั่งสหรัฐอเมริกาและตารางความจุของฝั่งยุโรป
สำหรับรุ่นมาตรฐานอย่าง Samsung Galaxy Z Fold8 (ความจุ 256GB) คาดว่าจะมีราคาเริ่มต้นในสหรัฐฯ อยู่ที่ราวๆ 1,899 ดอลลาร์ หรือราว 63,300 บาท ในขณะที่ตัวท็อปรุ่นระดับบนอย่าง Samsung Galaxy Z Fold8 Ultra (ความจุ 256GB เท่ากัน) อาจจะมีราคาเริ่มต้นพุ่งไปอยู่ที่ 2,099 ดอลลาร์ หรือราว 69,900 บาท ซึ่งถือเป็นการปรับราคาเพิ่มขึ้นประมาณ 100 ดอลลาร์ หรือราว 3,300 บาท สำหรับรุ่น Ultra เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง Galaxy Z Fold7 ทว่าตัวเลขราคาดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการสรุปขั้นสุดท้าย จึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อยก่อนวันเปิดตัวจริง
ในส่วนของรายละเอียดความจุและราคาฝั่งยุโรปที่หลุดออกมาเพิ่มเติม ระบุว่ารุ่นมาตรฐานอย่าง Fold8 จะเคาะราคาที่ 1,999 ยูโร หรือราว 76,200 บาท (256GB), 2,199 ยูโร หรือราว 83,800 บาท (512GB) และ 2,599 ยูโร หรือราว 99,100 บาท (1TB) ขณะที่รุ่นท็อปอย่าง Ultra จะขยับราคาขึ้นไปเป็น 2,199 ยูโร หรือราว 83,800 บาท, 2,399 ยูโร หรือราว 91,500 บาท และ 2,799 ยูโร หรือราว 106,700 บาท ตามลำดับ
สำหรับสมาร์ทโฟนจอพับตลับแป้งอย่าง Samsung Galaxy Z Flip8 คาดว่าจะเริ่มต้นที่ 1,299 ยูโร หรือราว 49,500 บาท (256GB) และ 1,499 ยูโร หรือราว 57,100 บาท (512GB) นอกจากนี้ในกลุ่มอุปกรณ์สวมใส่อย่างนาฬิกาอัจฉริยะรุ่นใหม่อย่าง Galaxy Watch Ultra2 รุ่น LTE อาจเปิดราคาที่ราวๆ 749 ยูโร หรือราว 28,500 บาท และรุ่นมาตรฐานอย่าง Galaxy Watch9 จะอยู่ที่ 409 ยูโร หรือราว 15,500 บาท (หน้าปัด 40mm) และ 459 ยูโร หรือราว 17,500 บาท (หน้าปัด 44mm)
เมื่อเจาะลึกไปที่ความแตกต่างของสมาร์ทโฟนจอพับทั้งสองรุ่น พบว่ารุ่นมาตรฐานอย่าง Fold8 จะมาพร้อมกับหน้าจอด้านในขนาด 7.6 นิ้ว ปรับสัดส่วนจอเป็น 4:3 ในลักษณะสี่เหลี่ยมจัตุรัสมากขึ้น และใช้งานจอด้านนอกขนาด 5.5 นิ้ว สัดส่วน 16:10 โดยมีความบางตัวเครื่องที่น่าประทับใจเพียง 4.5 มิลลิเมตรเมื่อกางออก และบางราวๆ 9.7 ถึง 9.8 มิลลิเมตรเมื่อพับเก็บ พร้อมน้ำหนักตัวเครื่องประมาณ 201 กรัม ในขณะที่รุ่น Ultra จะยังคงยึดดีไซน์รูปทรงเพรียวยาวแบบดั้งเดิมเพื่อตอบโจทย์ความเป็นพรีเมียมขั้นสุด
ด้านขุมพลังการประมวลผล ทั้งสองรุ่นจะขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตประมวลผล Snapdragon 8 Elite Gen 5 for Galaxy เช่นเดียวกัน แต่จะมีความแตกต่างในเรื่องของระบบกล้องถ่ายภาพ โดยรุ่นมาตรฐานอย่าง Fold8 จะใช้งานระบบกล้องหลังคู่ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ส่วนรุ่น Ultra คาดว่าจะยังคงใช้งานโมดูลกล้องหลัง 3 ตัวชุดเดิมจาก Galaxy Z Fold7 ซึ่งรวมถึงเซนเซอร์หลักความละเอียดสูงถึง 200 ล้านพิกเซล
ทางด้านพลังงาน ตัวเครื่องรุ่นมาตรฐานจะมาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 4800mAh ในขณะที่รุ่น Ultra จะได้รับการอัปเกรดความจุเพิ่มขึ้นเป็น 5000mAh ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ความจุ 4400mAh ในรุ่นก่อนหน้า
ทั้งนี้ ปัจจัยหลักที่ทำให้สมาร์ทโฟนจอพับในรอบนี้ต้องปรับราคาตัวเครื่องสูงขึ้นนั้น มาจากต้นทุนการผลิตชิ้นส่วนประกอบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะชิ้นส่วนหน่วยความจำอย่าง DRAM และ NAND Flash อย่างไรก็ดี ปัจจุบันเริ่มมีเครื่องเดโมสำหรับจัดแสดงปรากฏให้เห็นในช็อปของ Samsung ที่ประเทศเกาหลีใต้แล้ว โดยรุ่น Fold8 มาในตัวเลือกสีฟ้าอ่อน (Light Blue) พร้อมดีไซน์แถบตกแต่งสีดำอันเป็นเอกลักษณ์บริเวณบานพับ ส่วนรุ่น Ultra และ Flip8 จะมาในตัวเลือกสีดำ (Black) เป็นหลัก
Samsung Galaxy Z Series รุ่นใหม่ผ่าน กสทช. ไทยแล้ว! จัดเต็ม 3 รุ่น …
ลือ Samsung Galaxy Z Fold8 ใช้กระจก UTG หนากว่า Fold8 Ultra
Samsung Galaxy Z Fold8 Ultra จ่อได้ฟีเจอร์กล้องระดับเทพ … – TECHMX