รีวิว HUAWEI Band 8 สมาร์ทแบนด์ที่รู้ใจ ใส่สบาย ฟีเจอร์ครบพร้อมแบตอึดราคาน่ารัก

โดย RingRangRung | 25 พฤษภาคม 2566 เมื่อ 08:43 น. | อ่าน 594
รีวิว HUAWEI Band 8 สมาร์ทแบนด์ที่รู้ใจ ใส่สบาย ฟีเจอร์ครบพร้อมแบตอึดราคาน่ารัก

รีวิว HUAWEI Band 8 สมาร์ทแบนด์รุ่นใหม่ที่ปรับดีไซน์ให้กะทัดรัด เบากว่าเดิม พร้อมฟีเจอร์ด้านการดูแลสุขภาพที่ครบเครื่อง มีแบตเตอรี่ที่ทน ด้วยราคาจับต้องง่าย

สารบัญ

สเปค HUAWEI Band 8

  • ขนาด 43.45 x 24.54 x 8.99 มม. หนัก 14 กรัม
  • วัสดุ Durable polymer
  • กันน้ำระดับ 5ATM
  • สีที่วางจำหน่าย Emerald Green / Sakura Pink / Mid-night Black / Vibrant Orange
  • จอ AMOLED 1.47 นิ้ว ความละเอียด 194 x 368 พิกเซล
  • เซ็นเซอร์ 6-Axis inertial sensor (Accelerometer, Gyroscope, Compass) / Optical heart rate sensor
  • การเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0 / BLE
  • รองรับกับระบบ Android 6.0 ขึ้นไป, iOS 9.0 ขึ้นไป และ Harmomy OS
  • อายุการใช้งานสูงสุด 14 วัน

แกะกล่อง + ดีไซน์

แพ็คเกจของ HUAWEI Band 8 ดูรวม ๆ ไม่ต่างจากรุ่นก่อนสักเท่าไรนัก สำหรับสีเครื่องที่เราได้มาเป็น Emerald Green หน้ากล่องมีรูปอุปกรณ์ และระบุสเปคด้านหลังกล่องอย่างชัดเจน ส่วนอุปกรณ์ภายในประกอบด้วย สมาร์ทแบนด์, สายชาร์จ Magnetic และคู่มือการใช้งานเบื้องต้น พร้อมใบรับประกันสินค้า

สัดส่วนเครื่องของ HUAWEI Band 8 แบบไม่รวมสายจะอยู่ที่ 43.45 x 24.54 x 8.99 มม. และหนัก 14 กรัม เรียกว่ามีขนาดกะทัดรัดและเบากว่ารุ่นก่อน และแน่นอนว่ายังมีมาตรฐานกันน้ำระดับ 5ATM หรือทนต่อแรงดันน้ำที่ระดับ 50 เมตร

วัสดุตัวเรือนเป็นโพลีเมอร์ ขณะที่ภาพรวมงานดีไซน์ไม่แตกต่างจากรุ่นที่ผ่านมามากนักแต่ถ้าได้ลองสัมผัสจะรู้สึกได้ถึงความเบาและบางกว่าเดิม ขณะที่รูปทรงของแบนด์เองก็มีความกะทัดรัด ลดสัดส่วนโค้งมนลงเล็กน้อยทำให้ดูเหลี่ยมมากขึ้น

สิ่งที่เปลี่ยนไปอีกจุดของรุ่นนี้คือสีเครื่องแต่ละสีจะมาพร้อมกับตัวสายที่แตกต่างกัน อาทิเช่น สีที่เราได้มาอย่างเขียว Emerald Green ตัวสายเองก็จะเป็นสีเขียวแบบ Semi-transparent Silicon Strap ซึ่งเป็นสายซิลิโคนที่เป็นสีเขียวโปร่งแสงนิดๆ ไม่ได้ทึบ 100%

ขณะที่สีอื่นๆ อย่าง Sakura Pink จะเป็นสายซิลิโคนที่ออกแบบมาให้รองรับกับคนข้อมือเล็กอย่างข้อมือของสุภาพสตรี ขณะที่สี Mid-night Black จะเป็นสี TPU สีดำทึบ และอีกสีอย่าง Vibrant Orange ที่จะเข้ามาวางจำหน่ายในอนาคต ตัวสายเป็นแบบไนลอนสีดำตัดขอบด้วยสีส้ม

สำหรับการถอดเปลี่ยนสายก็ทำได้ง่ายๆ แค่กดตรงปุ่มสลักแล้วดึงออกมาได้เลย ซึ่งจะเป็นสลักคนละชนิดกับตัว HUAWEI Band 7

หน้าจอรุ่นนี้ยังคงเป็นทรงสี่เหลี่ยมดีไซน์เป็นหน้าจอโค้ง 2.5D AMOLED FullView Display ขนาด 1.47 นิ้ว โดยมีการอัพเกรดเพิ่มอัตราส่วนพื้นที่แสดงผลจากรุ่นก่อนหน้าอีกนิดนึงเป็น 65% ความคมชัด 194 x 368 พิกเซล ซึ่งจอเป็นแบบสัมผัสสามารถสั่งงานด้วยการแตะและลากนิ้ว 4 ทิศทาง (ขึ้น / ลง / ซ้าย / ขวา) โดยมีปุ่มกดด้านขวาสำหรับเป็นคีย์ลัด เรียกเมนู หรือกลับไปยังหน้าแรก

ตัว Watch Face เองก็มีให้เลือกใช้งานกว่า 10,000 แบบ แถมมีฟีเจอร์หน้าปัดนาฬิกาแบบ DIY ให้เข้ากับสไตล์การแต่งตัว ด้วยการใช้ภาพจากเครื่องหรือกล้องถ่ายภาพลายต่าง ๆ อาทิเช่น ลายเสื้อที่เราใส่ในวันนี้ จากนั้น AI จะทำการประมวลผลแล้วเลือกลายหน้าปัดที่เข้ากับลายที่เราเลือกไว้มาให้

สำหรับโหมด Always On Display (AOD) เองกยังมีให้ใช้งาน และยังรองรับกับ AOD ของฝั่ง Thrid-party ด้วย

พลิกมาด้านหลังตัวเรือนจะเป็นเซ็นเซอร์ต่างๆ พร้อมขั้วสำหรับต่อกับอุปกรณ์ชาร์จ

การใช้งาน

เริ่มจากการเชื่อมต่อ HUAWEI Band 8 รองรับการทำงานกับอุปกรณ์ที่เป็น HamoryOS และอุปกรณ์ที่เป็นระบบปฏิบัติการ Android 6.0 หรือ iOS 9.0 ขึ้นไป โดยใช้การจับคู่ผ่าน Bluetooth 5.0

เริ่มต้นใช้งานก็ต้องจับคู่สมาร์ทแบนด์เข้ากับอุปกรณ์ผ่านทางแอปพลิเคชั่น Huawei Health จากนั้นก็เพิ่มอุปกรณ์เข้าระบบโดยไปที่ส่วน “อุปกรณ์” ตามด้วย เพิ่ม > สายรัดข้อมืออัจฉริยะ > HUAWEI Band 8 แล้วจับคู่ตามขั้นตอนที่ปรากฏบนหน้าจอให้เรียบร้อย ซึ่งแอปนี้จะเป็นศูนย์กลางให้เราได้ตั้งค่านาฬิกา และดูข้อมูลสุขภาพต่างๆ แบบละเอียด

ฟังค์ชั่นการทำงานในเชิงไลฟ์สไตล์ HUAWEI Band 8 ก็มีมาให้ครบทั้ง การควบคุมเพลง, ชัตเตอร์ระยะไกล, นาฬิกาปลุก, นาฬิกาจับเวลา, ไฟฉาย และการดูสภาพอากาศ

สำหรับการแจ้งเตือนตัวนาฬิกาก็รองรับทั้งสายเรียกเข้า และข้อความ โดยที่ตัวข้อความบนสมาร์ทแบนด์ก็มีฟังค์ชั่น Quick replies หรือข้อความด่วนสำหรับตอบกลับด่วนในกรณีที่ไม่สะดวกรับสาย หรือตอบแชท ณ ขณะนั้น ซึ่งเราสามารถใช้ชุดข้อความที่ระบบมีมาให้ หรือจะเพิ่มเข้าไปเองก็ได้

ขนาดแบตเตอรี่ของ HUAWEI Band 8 ไม่ได้มีการระบุตัวเลขเอาไว้แต่จากหน้าสเปคระบุว่า Band 8 ใช้งานทั่วไปได้นานสูงสุด 14 วัน ถ้าเป็นการใช้งานหนัก ๆ จะอยู่ที่ 10 วัน พร้อมทั้งมีเทคโนโลยีชาร์จไวใช้เวลาแค่ 5 นาที ก็ได้แบตเตอรี่ที่เพียงพอสำหรับการใช้งาน 2 วันแล้ว หรือถ้าเอาเต็ม 100% จะใช้เวลาประมาณ 45 นาที

การดูแลสุขภาพเซ็นเซอร์ HUAWEI Tru-series ของสมาร์ทแบนด์รุ่นนี้ก็ผ่านการอัพเกรดมา ไล่ตั้งแต่

  • HUAWEI TruSleepTM 3.0

เซ็นเซอร์ติดตามการนอนหลับเวอร์ชั่นล่าสุดที่มีการเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าสู่ Sleep Mode ตามอัตราการเต้นของหัวใจ ปรับปรุงความแม่นยำของการรับรู้การนอนหลับตามความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ (HRV) และเพิ่มความแม่นยำของอัลกอริทึมติดตามการนอนหลับ

ด้วยเซ็นเซอร์ใหม่ทำให้ HUAWEI Band 8 มีความแม่นยำในการติดตามการนอนหลับเพิ่มขึ้น 10% แถมยังตรวจจับได้แม้กระทั่งมีเคลื่อนไหวเล็กน้อย อาทิเช่น การนอนหลับบนยานพาหนะอย่างเครื่องบิน

ในการตรวจจับและติดตามคุณภาพของการนอนหลับตัวสมาร์ทแบนด์จะแบ่งการตรวจวัดแต่ละช่วงการนอนช่วงการนอน (Sleep Stage) ออกมาเป็น 4 ระดับ พร้อมประเมินคุณภาพการนอนหลับและให้คำแนะนำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนอนหลับที่ดียิ่งขึ้น และที่สำคัญคือในรุ่นนี้เราสามารถดูข้อมูลจากตัวสมาร์ทแบนด์ได้ละเอียดมากขึ้น โดยไม่ต้องไปซิงค์เพื่อเปิดดูบนสมาร์ทโฟนแล้ว

  • TruSportTM

สมาร์ทแบนด์รุ่นนี้รองรับโหมดติดตามการออกกำลังกายถึง 100 โหมด รวมถึง 4 โหมดใหม่ อย่าง ฟุตบอล, บาสเกตบอล, เทนนิสในร่ม และ eSports รวมถึงมีโหมด Professional Workout Modes ที่ติดตามการออกกำลังกายแบบละเอียด และ Automatic Workout Detection หรือโหมดตรวจจับการออกกำลังกายแบบอัตโนมัติ

ในการติดตามการออกกำลังกายตัวแบนด์จะวัดทั้งค่า RAI (Running Ability Index) และ Vo2Max ส่วนใครที่อยากพัฒนาร่างกายแบบจริงจังก็สามารถโหลดคอร์สการฝึกอบรมเพื่อฝึกตามโปรแกรมที่กำหนดไว้ได้ และตัวแบนด์เองก็มีระบบคำนวนระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับพักฟื้นร่างกาย และดัชนีชี้วัดการออกกำลังกายแบบมืออาชีพ

  • TruSeenTM 5.0

Band 8 มาพร้อมกับเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจที่แม่นยำตลอดทั้งวัน รวมถึงการวัดระดับความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (SpO2) และมีระบบแจ้งเตือนเมื่อพบอัตราการเต้นหัวใจหรือค่าออกซิเจนในเลือดที่สูงหรือต่ำกว่าปกติ

เรื่องของสุขภาพจิตแบนด์รุ่นนี้ก็มี TruRelaxTM เทคโนโลยีตรวจวัดระดับความเคลียด ที่ทำงานร่วมกับฟีเจอร์ฝึกหายใจเพื่อทำสมาธิให้ผู้ใช้ผ่อนคลายมากขึ้น

ทางด้านภาพรวมของการดูแลสุขภาพในแต่ละวันทาง HUAWEI ก็ได้นำเสนอออกมาเป็น Health Living Shamrock ฟีเจอร์ที่ช่วยกำหนดเป้าหมายด้านสุขภาพองค์รวมของผู้ใช้ได้ พร้อมคอยเตือนให้เราดื่มน้ำ, ยืดกล้ามเนื้อ, ทานอาหารที่มีประโยชน์, นับก้าวเดิน และอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับคุณสุภาพสตรีตัวแบนด์ก็มีฟังค์ชั่นติดตามรอบเดือนให้ใช้งาน

สรุป + ราคา

ภาพรวมของ HUAWEI Band 8 ที่ รีวิว มานับว่าสมาร์ทแบนด์ที่รู้ใจด้วยความสามารถในการวัดข้อมูลด้านสุขภาพที่สำคัญตั้งแต่ตื่น ยันนอนหลับ ด้วยดีไซน์ที่สวมใส่สบายใช้งานได้นาน แต่ก็มีข้อสังเกตตรงที่ไม่มีการจับ GPS ในตัวและต้องจับตำแหน่งด้วยการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟนเท่านั้น

ทางด้านราคา HUAWEI Band 8 เปิดตัวมาที่ 1,899 บาท พร้อมโปรโมชั่นราคาพิเศษเพียง 1,299 บาท เมื่อสั่งซื้อตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2566 ถึง วันที่ 8 มิถุนายน 2566 สั่งออนไลน์ทาง Lazada ได้ที่ https://bit.ly/3omFK0N

รีวิว HUAWEI BAND 7 เบาบางกว่าเดิม ติดตาม SPO2 ได้ทั้งวัน พร้อมแบตอึดสะใจ

About Author

RingRangRung

RingRangRung