รีวิว HUAWEI Band 7 เบาบางกว่าเดิม ติดตาม SpO2 ได้ทั้งวัน พร้อมแบตอึดสะใจ

โดย RingRangRung | 18 สิงหาคม 2565 เมื่อ 10:00 น. | อ่าน 3,290
รีวิว HUAWEI Band 7 เบาบางกว่าเดิม ติดตาม SpO2 ได้ทั้งวัน พร้อมแบตอึดสะใจ

รีวิว HUAWEI Band 7 สมาร์ทแบนด์ขนาดกระทัดรัดที่ครั้งนี้มีการปรับขนาดและน้ำหนักให้เบาบางกว่ารุ่นก่อน มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน เพื่อความสมบูรณ์แบบในการทำหน้าที่เป็นพาร์ทเนอร์ด้านสุขภาพให้กับผู้ใช้ได้ตลอดทั้งวัน

สารบัญ

สเปค HUAWEI Band 7

  • ขนาดตัวเรือนไม่รวมสาย 44.35 x 26 x 9.99 มม.หนัก 16 กรัม
  • สายมาตรฐานวัสดุซิลิโคน กว้าง 16มม. ยาวสูงสุด 124มม.
  • มาตรฐานกันน้ำ 5ATM
  • หน้าจอสัมผัสเป็น AMOLED ขนาด 1.47 นิ้ว ความละเอียด 194×368 พิกเซล
  • การเชื่อมต่อไร้สาย 2.4GHz, Bluetooth 5.0, BLE
  • ระบบเซ็นเซอร์ Accelerometer sensor / Gyroscope sensor / Optical heart rate sensor
  • แบตเตอรี่ขนาด 180mAh รองรับการใช้งานสูงสุด 14 วัน
  • ชาร์จ Magnetic Charging กำลังไฟ 5V 1A/1.5A/2A
  • สีที่ขายในไทย Graphite Black / Nebula Pink / Wilderness Green / Flame Red
  • ราคาเปิดตัวในไทย 1,899 บาท

แกะกล่อง

HUAWEI Band 7 เครื่องที่เราได้มาเป็นสีเขียว Wilderness Green กล่องเป็นสีขาว ขนาดกะทัดรัด ข้างหน้ามีรูปนาฬิกา ด้านหลังมีสเปคไฮไลท์ระบุไว้อย่างชัดเจน ส่วนอุปกรณ์ภายในกล่องประกอบไปด้วย สมาร์ทแบนด์, สายชาร์จระบบ Magnetic และคู่มือการใช้งานเบื้องต้น

ดีไซน์

หากมองกันแบบผ่านๆ HUAWEI Band 7 จะมีรูปทรงและการจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ที่คล้ายกับตัว HUAWEI Band 6 แต่ถ้าลองจับและสังเกตกันจริงๆจะเห็นว่าสมาร์ทแบนด์รุ่นใหม่มีขนาดที่บางกว่าและเบากว่าในระดับที่สัมผัสได้

รุ่น Band 7 มีขนาดตัวเรือนไม่นับรวมสาย 44.35 x 26 x 9.99 มม.หนัก 16 กรัม ถ้าเป็นของเก่าจะมีขนาดอยู่ที่ 43 X 25.4 X 10.99 มม.และหนัก 18 กรัม สามารถใส่ติดตัวหรือใส่ออกกำลังกายทำกิจกรรมได้สบายๆตลอดทั้งวัด แถมยังมีมาตรฐานกันน้ำระดับ 5ATM หรือทนต่อแรงดันน้ำที่ระดับ 50 เมตรได้ด้วย

ทางด้านวัสดุที่ใช้ในการผลิตตัวเรือนเป็นโพลีเมอร์และสีของตัวเรือนจะเป็นเฉดเดียวกันกับสาย ซึ่งสีตัวเรือนที่เข้าไทยจะมี เทาเข้ม (Dark gray), ทอง (Gold), เขียว (Green) และแดง (Red) ส่วนสายใช้วัสดุซิลิโคนมีสี ดำ (Graphite Black), ชมพู (Nebula Pink), แดง (Flame Red) และ เขียว (Wilderness Green)

หน้าจอรุ่นนี้ยังคงเป็นทรงสี่เหลี่ยมดีไซน์เป็นหน้าจอโค้ง 2.5D AMOLED FullView Display ขนาด 1.47 นิ้ว อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องอยู่ที่ 64.88% ความคมชัด 194 x 368 พิกเซล ซึ่งจอเป็นแบบสัมผัสสามารถสั่งงานด้วยการแตะและลากนิ้ว 4 ทิศทาง (ขึ้น-ลง-ซ้าย-ขวา) โดยมีปุ่มกดด้านขวาสำหรับเป็นคีย์ลัด เรียกเมนู หรือกลับไปยังหน้าแรก

ส่วนใครที่ไม่ชอบความจำเจ Watch Face หรือรูปแบบหน้าปัดของสมาร์ทแบนด์รุ่นนี้ก็มีให้เลือกมากกว่า 4,000 แบบ แถมยังมีฟังค์ชั่น Always-on display เพื่อดูข้อมูลต่างๆ จากอุปกรณ์ได้โดยไม่ต้องแตะปลุกจอขึ้นมา

พลิกมาด้านหลังตัวเรือนจะเป็นเซ็นเซอร์ต่างๆ พร้อมขั้วสำหรับต่อกับอุปกรณ์ชาร์จ และในรุ่นนี้มีการเปลี่ยนตัวสลักถอดสายรัดข้อมือใหม่โดยเป็นสลักที่คล้ายกับสายนาฬิกามาตรฐาน ซึ่งข้อดีคือถอดเปลี่ยนสายได้ง่ายกว่าเดิมแต่ก็ไม่สามารถใช้งานร่วมกับสายรุ่นเก่าได้

ฟังค์ชั่น

HUAWEI Band 7 รองรับการทำงานทั้งกับอุปกรณ์ที่เป็น HamoryOS และอุปกรณ์ที่เป็นระบบปฏิบัติการ Android 6.0 หรือ iOS 9.1 ขึ้นไป เริ่มต้นใช้งานก็ต้องจับคู่สมาร์ทแบนด์เข้ากับอุปกรณ์ผ่านทางแอปพลิเคชั่น Huawei Health

จากนั้นก็เพิ่มอุปกรณ์เข้าระบบโดยไปที่ส่วน “อุปกรณ์” ตามด้วย เพิ่ม > สายรัดข้อมืออัจฉริยะ > HUAWEI Band 7 แล้วจับคู่ตามขั้นตอนที่ปรากฏบนหน้าจอให้เรียบร้อย

ด้านการดูแลสุขภาพ Band 7 มาพร้อมเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ HUAWEI TruSeenTM 4.0 ซึ่งนอกจากจะวัดอัตราการเต้นของหัวใจขณะทำกิจกรรมต่างๆ ได้แล้ว ก็ยังมีความสามารถในการวัดค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (SpO2) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเหมาะมากสำหรับใครที่อยากจะลองสังเกตสุขภาพร่างกายของตัวเองในช่วงนี้

และเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของโลกสมัยใหม่ที่ทุกๆอย่างต้องเร็วและไว จนกลายเป็นสร้างแรงกดดันและกลายเป็นความเครียดให้กับเราโดยไม่รู้ตัว ในสมาร์ทแบนด์รุ่นนี้ก็มีฟีเจอร์ TruRelax เพื่อตรวจจับค่าความเครียด พร้อมแจ้งเตือนเมื่อค่าความเครียดสูงขึ้น เพื่อให้เราฝึกการหายใจเข้าออกอย่างเป็นจังหวะซึ่งช่วยปรับระดับชีพจรให้สงบขึ้น

นอกจากการตรวจเช็คระบบต่างๆ ในร่างกายแล้ว ถ้าอยากจะสุขภาพดีเรื่องการพักผ่อนก็เป็นสิ่งที่จำเป็นซึ่ง HUAWEI Band 7 มีเทคโนโลยี TruSleep ระบบตรวจจับและติดตามคุณภาพของการนอนหลับตามหลักวิทยาศาสตร์ โดยที่แบ่งการตรวจวัดแต่ละช่วงการนอน (Sleep Stage) ออกมาเป็น 4 ระดับ พร้อมประเมินคุณภาพการนอนหลับและให้คำแนะนำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนอนหลับที่ดียิ่งขึ้น

สำหรับสุภาพสตรีสมาร์ทแบนด์รุ่นนี้ก็มาพร้อมฟังก์ชันติดตามรอบเดือน พร้อมคำนวนระยะตกไข่และรอบเดือนครั้งถัดไป เพื่อการวางแผนครอบครัวและการดูแลสุขภาพองค์รวมของคุณผู้หญิง

ทางด้านสายออกกำลังกายใน HUAWEI Band 7 ก็มีโหมดติดตามการออกกำลังกายให้เลือกกันถึง 96 โหมด อาทิเช่น วิ่ง, ปั่นจักรยาน, ว่ายน้ำ และอื่นๆ อีกมากมาย

ใน 96 โหมดจะถูกแบ่งย่อยเป็น 11 โหมดที่เป็นแบบ Professional Workout Modes ที่จะมีการเก็บข้อมูลการออกกำลังกายแบบละเอียด และอีก 85 โหมดจะเป็น Customized Workout Modes ซึ่งจะเป็นการเก็บข้อมูลทั่วๆไป อย่างอัตราการเต้นของหัวใจ หรือปริมาณการเผาพลาญแคลลอรี เป็นต้น นอกจากนี้ยังมี Automatic Workout Detection หรือโหมดตรวจจับการออกกำลังกายแบบอัตโนมัติ

จากการทดสอบใช้งานในการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ต้องยอมรับว่า HUAWEI Band 7 เป็นสมาร์ทแบนด์ที่ใช้ง่าย จอสู้แสงได้ดีมี UI แสดงข้อมูลขณะทำกิจกรรมที่ชัดเจนและยังคงสามารถควบคุมการเล่นเพลงบนสมาร์ทโฟนขณะทำกิจกรรมได้

แต่ก็น่าเสียดายที่อุปกรณ์ไม่มี GPS ในตัวต้องใช้การเชื่อมต่อเพื่อแสดงตำแหน่งผ่านอุปกรณ์สมาร์ทโฟนเท่านั้น แถมมีข้อสังเกตอีกว่าตัวสมาร์ทแบนด์จะรองรับการจับ GPS ร่วมกับอุปกรณ์ที่เป็นระบบปฏิบัติการ EMUI 5.0 หรือ iOS 9.0 ขึ้นไปแต่ไม่รองรับกับเครื่องที่เป็น Android

ทางด้านภาพรวมของการดูแลสุขภาพในแต่ละวันทาง HUAWEI ก็ได้นำเสนอออกมาเป็น Health Living Shamrock ฟีเจอร์ที่ช่วยกำหนดเป้าหมายด้านสุขภาพองค์รวมของผู้ใช้ได้ พร้อมคอยเตือนให้เราดื่มน้ำ, ยืดกล้ามเนื้อ, ทานอาหารที่มีประโยชน์, นับก้าวเดิน และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อที่เราจะได้ไม่ลืมทำตามสิ่งที่กำหนดไว้ให้ครบ

ในแง่ของการทำงานในชีวิตประจำวัน HUAWEI Band 7 มีการอัพเกรดความสามารถจากที่แค่ดูแจ้งเตือน, ดูสายเรียกเข้า หรือข้อความต่างๆ ซึ่งในรุ่นนี้สามารถตอบกลับข้อความที่มาจากแอป Third Party ได้แล้ว โดยใช้ตัวเลือกจากชุดข้อความด่วน หรือเพิ่มข้อความที่ต้องการเองได้ แต่จากที่ทดสอบมาดูเหมือนว่าจะมีแค่ Messenger ที่รองรับฟีเจอร์นี้ ขณะที่ LINE ทำได้แค่ดูข้อความที่เข้ามาเพียงอย่างเดียว

ขณะที่ฟีเจอร์อื่นๆ อย่าง การควบคุมเพลง, ชัตเตอร์ระยะไกล, นาฬิกาปลุก, นาฬิกาจับเวลา, ไฟฉาย และการดูสภาพอากาศ ก็มีให้ครบเหมือนเดิม

เรื่องความอึดของแบตเตอรี่ Band 7 รองรับการใช้งานทั่วไปได้นานต่อเนื่องสูงสุด 14 วัน พร้อมทั้งมีเทคโนโลยีชาร์จไวใช้เวลาเพียงแค่ 65 นาที เพื่อชาร์จเต็ม 100% และใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาทีก็มีแบตเตอรี่เพียงพอสำหรับการใช้งาน 2 วันแล้ว

สรุป+ราคา

ต้องบอกเลยว่าจากที่ รีวิว มา HUAWEI Band 7 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่มสมาร์ทแบนด์ระดับเริ่มต้นทั้งการดีไซน์ตัวเรือนที่เบาบาง มีหน้าจอใหญ่ ให้แบตเตอรี่อืด พร้อมฟีเจอร์การดูแลสุขภาพที่ครบเครื่อง

สำหรับการวางจำหน่ายในไทย HUAWEI Band 7 จะเปิดพรีออเดอร์ในระหว่างวันที่ 18 สิงหาคม 2565 ถึง 1 กันยายน 2565 พร้อมโปรโมชั่นราคาพิเศษ 1,299 บาท จากราคาปกติ 1,899 บาท สามารถหาซื้อได้ผ่านช่องทางออนไลน์ HUAWEI Online Stores และร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการบน Shopee, Lazada, JD Central และ Thisshop

หัวเว่ย จัดดีลไฟลุกเปิดโปรพรีออเดอร์ HUAWEI BAND 7 ลดแรงเหลือเพียง 1,299 บาท ที่ SHOPEE เท่านั้น

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners