
วิธีลงทะเบียนยืนยันตัวตนบน แอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” เพื่อเตรียมตัวล่วงหน้าสำหรับประชาชนและร้านค้าที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน ดิจิทัลวอลเลต หลังจากที่กระทรวงการคลังมีการแย้มถึงกำหนดการลงทะเบียนเพื่อรับเงินที่ใกล้จะประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว
สำหรับวิธีการติดตั้งและลงทะเบียนยืนยันตัวตนของแอปพลิเคชั่น ทางรัฐ สามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้
**เพื่อความปลอดภัยป้องกันการโหลดโดนแอปปลอมของมิจฉาชีพ แนะนำให้คลิกโหลดจากลิงค์ที่เราแปะไว้ให้**
- ติดตั้งแอป ทางรัฐ ผ่าน App Store สำหรับ iOS หรือ Google Play Store สำหรับ Android
- เปิดแอป ทางรัฐ เลือก “สมัครสมาชิก / เข้าสู่ระบบ”
- เลือก “สมัครสมาชิก” สำหรับผู้ที่เข้าใช้งานครั้งแรก
- เลือก “สมัครด้วยบัตรประชาชน”
- คลิก “ยอมรับ” ข้อกำหนดและความเป็นส่วนตัว
- สแกน หน้าบัตร / หลังบัตร ประชาชนตามขั้นตอนที่ปรากฏ
- ตรวจสอบข้อมูลเพื่อยืนยันความถูกต้อง แล้วกด “ไปขั้นตอนถัดไป”
- กด “เริ่มยืนยันตัวตน” ด้วยการ “สแกนใบหน้า” ตามขั้นตอนที่ปรากฏ
- กำหนดชื่อบัญชีผู้ใช้ และ รหัสผ่าน จากนั้นกด “ยืนยัน”
- ระบุ Pin Code 6 หลัก
- เปิดการใช้งานสแกนใบหน้าโดยกด “ใช้งาน” จากนั้นทำการสแกนใบหน้า
- เมื่อสแกนใบหน้าสำเร็จ ให้กด “เริ่มใช้งาน”

ในกรณีที่เคยลงทะเบียนแอป ThaiID ไว้แล้ว จะสามารถผูกบัญชี 2 แอป เข้าด้วยกันได้เลย และจะลัดขั้นตอนเหลือแค่ กำหนด Pin Code กับสแกนใบหน้าเพื่อเข้าใช้แอปเท่านั้น
นอกจากการลงทะเบียนยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชั่นแล้วประชาชนก็ยังสามารถลงทะเบียนใช้งานแอปฯ ทางรัฐ ได้ผ่าน ตู้บริการอเนกประสงค์ภาครัฐ (คลิกเพื่อตรวจสอบจุดติดตั้ง), ตู้บุญเติม, เคาน์เตอร์ไปรษณีย์ไทย และ เคาน์เตอร์เซอร์เวิส 7-Eleven
หลักเกณฑ์ผู้มีสิทธิ์ได้รับเงิน ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท
1.เกณฑ์อายุ
- สัญชาติไทย
- อายุ 16 ปีบริบูรณ์ ภายในวันที่ 30 กันยายน 2567 หรือต้องเกิดก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2551
2.เกณฑ์เงินฝาก
- มีเงินฝากไม่เกิน 500,000 บาท
- นับรวมเงินฝากสกุลเงินบาททุกบัญชี
- นับรวมเงินฝากธนาคารพาณิชย์ และธนาคารของรัฐ เช่น บัญชีเงินฝากออมทรัพย์, บัญชีเงินฝากประจำ เป็นต้น
- ไม่นับรวมสลากออมทรัพย์ สลากออมสิน
- เงินฝากจะถูกนับถึงวันที่ 31 มีนาคม 2567
3.เกณฑ์รายได้
- รายได้ไม่เกิน 840,000 บาทต่อปีภาษี หรือไม่เกิน 70,000 บาทต่อเดือน
- เก็บข้อมูลจากกรมสรรพากร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566 หรือเท่ากับว่าต้องเป็นบุคคลที่ยื่นภาษีในปีล่าสุด
เคาะเงื่อนไข ‘DIGITAL WALLET’ ผู้มีสิทธิ์รับต้องมีรายได้ต่ำกว่า 7 หมื่น หรือเงินฝากไม่เกิน 5 แสน