เคาะเงื่อนไข ‘Digital Wallet’ ผู้มีสิทธิ์รับต้องมีรายได้ต่ำกว่า 7 หมื่น หรือเงินฝากไม่เกิน 5 แสน

โดย RingRangRung | 10 พฤศจิกายน 2566 เมื่อ 16:12 น. | อ่าน 226

อัพเดตความคืบหน้านโยบายโครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ล่าสุดทางคณะกรรมการโครงการได้มีมติกำหนดเงื่อนไขสำคัญของโครงการโดยจะแจกให้คนไทย 50 ล้านคน ที่มีรายได้ไม่เกิน 70,000 บาท หรือเงินฝากไม่เกิน 500,000 บาท

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ได้แถลงผลการประชุมคณะกรรมการโครงการ โดยระบุว่าทางรัฐบาลได้หาข้อสรุปที่ดีที่สุดในการกระตุ้นและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจผ่านการเติมเงินลงไปในระบบเศรษฐกิจมูลค่า 600,000 ล้านบาท โดยจะอยู่ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 500,000 ล้านบาท ครอบคลุม 50 ล้านคน และอีก 100,000 ล้านบาท ในกองทุนเพิ่มขีดความสามารถ

ทางด้านเงื่อนไขผู้ที่มีสิทธิ์รับเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท จะต้องเป็น คนไทยที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป โดยมีรายได้ไม่เกิน 70,000 บาท หรือมีเงินฝากไม่เกิน 500,000 บาท

ส่วนการใช้จ่ายนั้นจะจ่ายในระดับอำเภอ โดยที่โครงการจะเริ่มในช่วงเดือนพฤษภาคม 2567 และจะสิ้นสุดในเดือนเมษายน 2570 และซึ่งประชาชนผู้รับสิทธิ์จะมีระยะเวลาใช้สิทธิ์ครั้งแรกภายใน 6 เดือนหลังโครงการเริ่ม โดยที่สามารถนำเงินดังกล่าวไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคได้เท่านั้น ส่วนสิ่งที่ไม่สามารถซื้อได้จะประกอบไปด้วย

  • ไม่สามารถใช้กับการให้บริการได้
  • ไม่สามารถซื้อสินค้าออนไลน์ได้
  • ไม่สามารถซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ กัญชา พืชกระท่อม ผลิตภัณฑ์จากกัญชาและพืชกระท่อม
  • ไม่สามารถซื้อบัตรกำนัล บัตรเงินสด ทองคำ เพชร พลอย อัญมณี ได้
  • ไม่สามารถนำไปชำระหนี้ได้ ค่าเรียนค่าเทอม ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ หรือซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติได้
  • ไม่สามารถนำไปแลกเป็นเงินสด หรือแลกเปลี่ยนในตลาดต่างๆ ได้

ขณะที่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนภาษามูลค่าเพิ่ม แต่ร้านค้าที่สามารถขึ้นเป็นเงินสดได้ต้องเป็นร้านค้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น ขณะที่การใช้จ่ายจะใช้ผ่านแอปเป๋าตัง โดยที่รัฐจะเพิ่มเทคโนโลยี Blockchain เข้าไปทำงานอยู่เบื้องหลังเพื่อป้องกันการทุจริตและช่วยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง

สำหรับแหล่งเงินทุนของโครงการ จะมีการออก พรบ. กู้เงินผ่านสภา 5 แสนล้านบาท เพื่อนำมาแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท โดยอาศัยข้อกฎหมายในมาตรา 53 ของ พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ซึ่งจะต้องผ่านการตีความของกฤษฎีกา เพื่อให้การออก พ.ร.บ.เงินกู้ดังกล่าว เป็นไปอย่างรอบคอบ รัดกุม และไม่ขัดต่อหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ทางรัฐบาลจะมีการออกโครงการ e-Refund ให้คนไทยสามารถลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลจากการซื้อสินค้าและบริการมูลค่าไม่เกิน 50,000 บาท โดยใช้ใบกำกับภาษีมายื่นภาษีบุคคล และรัฐจะคืนเงินภาษีให้ ซึ่งคนที่ไม่ได้รับสิทธิ์ดิจิทัลวอลเล็ตก็ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการนี้ได้ และจะทำให้ร้านค้าเข้าระบบภาษีดิจิทัลมากขึ้นด้วย

AIS ผนึก กรุงไทย มอบส่วนลดโทรศัพท์มือถือ 500 บาท ให้ผู้ใช้ “KRUNGTHAI NEXT” และ “เป๋าตัง”

ที่มา: Live NBT2HD

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners