การ์ทเนอร์ ชี้ 6 เทรนด์ Data & Analytics ที่องค์กรต้องจับตา รับยุค AI-First

โดย nineFangKhaoW | 7 กรกฎาคม 2569 เมื่อ 17:14 น.

การ์ทเนอร์ เปิดเผยว่า ภายในปี 2573 องค์กรธุรกิจมากกว่า 1 ใน 10 แห่ง จะก้าวสู่การเป็นองค์กรแบบ AI-First หรือองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ AI เป็นอันดับแรก ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านการใช้ AI Agents, เทคโนโลยี Semantics และแพลตฟอร์ม Converged Data & Analytics (D&A)

คาร์ลี ไอดอยน์ รองประธานฝ่ายนักวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์ ระบุว่า องค์กรทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่โมเดล AI-First อย่างรวดเร็ว โดย AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเสริม แต่กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจทางธุรกิจ การจัดกระบวนการทำงาน และการลงทุนในทุกด้าน หากองค์กรไม่มีเป้าหมายร่วมที่ชัดเจน อาจไม่สามารถดึงศักยภาพของ AI มาใช้ได้เต็มที่และสม่ำเสมอทั่วทั้งธุรกิจ

การ์ทเนอร์จึงแนะนำให้องค์กรนำเทรนด์ด้าน Data & Analytics ต่อไปนี้ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในช่วง 2 ปีข้างหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การทำงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างจริงจัง

1. Sovereign AI เติบโตแรง

เมื่อ AI กลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับการควบคุมขีดความสามารถด้าน AI ของตนเอง เพื่อลดการพึ่งพาต่างชาติ การ์ทเนอร์มองว่าองค์กรจำเป็นต้องปรับ Roadmap ด้าน D&A ให้รองรับแนวคิด Sovereign AI ทั้งในมิติการควบคุมข้อมูล นวัตกรรม และความยืดหยุ่นของกลยุทธ์ AI

2. Decision Governance ลดความเสี่ยงจาก AI Agents

เมื่อ AI Agents เข้ามามีบทบาทในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์และปฏิบัติการมากขึ้น การตัดสินใจแบบอัตโนมัติที่ไม่มีการกำกับดูแลอาจสร้างความเสี่ยงด้านกฎหมาย การดำเนินงาน และภาพลักษณ์องค์กร การ์ทเนอร์คาดว่า ภายในปี 2572 การตัดสินใจทางธุรกิจที่ใช้โมเดลจำลองอย่างชัดเจนจะได้รับความไว้วางใจมากขึ้นถึง 5 เท่า และทำงานได้เร็วขึ้น 80% เมื่อเทียบกับการตัดสินใจที่ไม่มีการกำกับดูแล

3. AI Governance Platforms สร้างความน่าเชื่อถือ

การกำกับดูแล AI ด้วยวิธีเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ท่ามกลางกฎระเบียบด้าน AI ที่ซับซ้อนขึ้นทั่วโลก และการใช้งาน AI Agents ที่เติบโตเร็วขึ้น การ์ทเนอร์แนะนำให้องค์กรนำ AI Governance Platforms มาใช้ เพื่อช่วยตรวจสอบจากส่วนกลาง บริหารความเสี่ยง และบังคับใช้มาตรการควบคุมให้สอดคล้องกับนโยบาย กฎหมาย และมาตรฐานอุตสาหกรรม

4. Agentic Data Streaming ขับเคลื่อนข้อมูลเรียลไทม์

ระบบประมวลผลข้อมูลแบบเดิมอาจไม่ทันต่อความต้องการของ AI Agents ที่ต้องใช้ข้อมูลต่อเนื่องและรวดเร็ว การ์ทเนอร์คาดว่า ภายในปี 2571 การนำ Data Streaming มาใช้กับ Agentic AI จะเพิ่มขึ้นเกิน 60% จากระดับต่ำกว่า 15% ในปี 2568 โดยเฉพาะในยูสเคสอย่าง Decision Intelligence, Autonomous Operations และ Digital Twins

5. Agentic Data Management เพิ่มความคล่องตัวในการจัดการข้อมูล

องค์กรกำลังเผชิญความซับซ้อนด้านข้อมูลมากขึ้น การนำ AI Agents เข้ามาช่วยในกระบวนการจัดการข้อมูลจะช่วยให้ระบบสามารถทำงานแบบเรียลไทม์ ตรวจจับแพทเทิร์นข้อมูล และให้คำแนะนำได้อย่างยืดหยุ่น อย่างไรก็ตาม การ์ทเนอร์ย้ำว่าองค์กรยังต้องมีการกำกับดูแลที่แข็งแรงและติดตามประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลลัพธ์สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ

6. GraphRAG ตอบโจทย์ยูสเคส AI ที่ซับซ้อน

สำหรับแอปพลิเคชัน AI ระดับองค์กรที่ต้องการความแม่นยำสูง เทคนิค RAG แบบเดิมอาจไม่เพียงพอ โดย GraphRAG จะช่วยรวม Knowledge Graphs เข้ากับ LLMs เพื่อให้ AI เข้าใจบริบท เชื่อมโยงข้อมูล และตอบคำถามที่ซับซ้อนได้แม่นยำขึ้น การ์ทเนอร์คาดว่า ภายในปี 2572 องค์กรราว 40% จะนำ GraphRAG มาใช้เพื่อเพิ่มความถูกต้องของคำตอบและยกระดับความสามารถด้านการให้เหตุผลของ LLMs

การ์ทเนอร์สรุปว่า องค์กรที่ต้องการก้าวสู่ AI-First ไม่ควรมอง AI แยกจากกลยุทธ์ข้อมูล แต่ต้องพัฒนา Data & Analytics ให้เป็นรากฐานสำคัญของการตัดสินใจ การกำกับดูแล และการสร้างคุณค่าทางธุรกิจในระยะยาว

Gartner คาดปี 2569 ดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกใช้ไฟฟ้าเพิ่ม 26% แตะ 565 TWh แรงหนุนจาก AI
การ์ทเนอร์เผย 4 ภัยคุกคามสำคัญ ที่ผู้นำไซเบอร์ซีเคียวริตี้ต้องปรับแผนรับมืออย่างเร่งด่วน
การ์ทเนอร์ คาดการณ์อีก 2 ปี องค์กรจะใช้โมเดล AI ขนาดเล็กเฉพาะงานมากกว่าโมเดล LLMs ถึง 3 เท่า
การ์ทเนอร์ คาดการณ์อีกสองปี AI Agents จะทำให้เวลาที่ใช้โจมตีช่องโหว่ของบัญชีลดลงถึง 50%

About Author

nineFangKhaoW

nineFangKhaoW

Partners