
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา Apple ได้ถูกลงโทษปรับเงิน 1.8 พันล้านยูโร หรือราว 71.1 ล้านบาท จากคดีที่ Spotify เป็นผู้ยื่นฟ้องในปี 2019 โดยคดีนี้กล่าวหาว่า Apple ได้เรียกเก็บค่าธรรมเนียม 30% จากผู้สร้างแอปพลิเคชันทุกครั้งที่มีผู้ใช้สมัครสมาชิกบริการรายปี และ 15% สำหรับการต่ออายุสมาชิกในปีถัด ๆ ไป กรณีดังกล่าวทำให้ Apple Music ได้รับสิทธิประโยชน์ที่ไม่เป็นธรรมเหนือ Spotify เนื่องจาก Spotify จำเป็นต้องปรับราคาค่าสมาชิกขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับค่าธรรมเนียมนี้
อย่างไรก็ตาม Apple ได้ตัดสินใจที่จะไม่จ่ายค่าปรับง่าย ๆ และได้ยื่นฟ้องต่อศาลทั่วไปของสหภาพยุโรป (EU) ในลักเซมเบิร์ก เพื่อพยายามยกเลิกโทษปรับจำนวนเงินมหาศาล
Apple อ้างว่า คณะกรรมาธิการยุโรปไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่า นโยบาย App Store ของบริษัทส่งผลเสียต่อผู้บริโภค ถึงแม้เราจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย แต่เราไม่คิดว่านั่นคือวิธีการทำงานของกฎหมายต่อต้านการผูกขาด ตัวอย่างเช่นสิ่งที่กฎหมายต่อต้านการผูกขาดห้ามไว้อย่างชัดเจนอย่าง การตั้งราคาแบบเอาเปรียบผู้อื่น ซึ่งนั่นเป็นประเด็นสำคัญที่ทนายความของ EC และ Apple จะต้องมาถกเถียงกัน

ก่อนหน้านี้ แอปพลิเคชันต่าง ๆ บน App Store จะไม่ได้รับอนุญาตให้โฆษณาทางเลือกให้กับผู้ใช้ในการสมัครสมาชิกได้ในราคาที่ถูกกว่าหากสมัครผ่านเว็บไซต์ แทนการสมัครผ่าน App Store แต่ในปัจจุบัน คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกกฎหมายที่บังคับให้ Apple อนุญาตให้ผู้สร้างแอปพลิเคชันโฆษณาช่องทางการชำระเงินอื่นๆ นอกเหนือจาก App Store ได้แล้ว
EC สั่งปรับเงิน APPLE 1.8 พันล้านยูโร ฐานกีดกันการแข่งขันในบริการสตรีมมิ่งเพลง