หลังจากได้ทำความรู้จักกับ 4G กันไปเมื่อบทความ AIS 4G LTE ความหมายลึกซึ้ง ที่มากกว่าแค่การทดสอบ หลายคนน่าจะได้รับทราบ รู้จักความเป็นมาของ 4G ได้ชัดเจนมากขึ้นแล้วถึงเวลาลองของจริงกับการนำ AIS 4G ออกมาทดสอบใช้งานจริงกัน
โดยทีมงาน MXPhone ได้รับ Aircard จาก AIS เป็นยี่ห้อ Huewai มาทดสอบกัน ซึ่งในวันที่ Workshop ทุกคนจะได้รับแจก Aircard ของ Nokia Siemens Network แต่เนื่องด้วยเหตุขัดข้องทางเทคนิค ทาง AIS จึงเปลี่ยนตัวเอา Huewai รุ่น E398 มาให้ทดสอบใช้งานกัน สำหรับ Aircard Huewai E398 ตัวนี้ เป็น Aircard ที่รองรับ 4G อย่างเดียว หากนำซิมการ์ดปกติมาใส่ จะไม่ทำงาน และ Huewai E398 ตัวนี้ รองรับแค่ 4G TDD ใน กทม. เท่านั้น หากนำไปมหาสารคาม จะไม่สามารถใช้งานได้ เพราะเป็นแบบ FDD
Aircard ของ Nokia Siemens Network รุ่น USB-lte 7210-abo
การติดตั้ง Huewai E398 รองรับความต้องการพื้นฐานกับ Windows XP ขึ้นไป รวมถึง Mac OSX 10.6 (Snow Leophad) การติดตั้ง สามารถทำได้ทันที เพียงแค่ต่อเข้า USB โปรแกรมจัดการจะแสดงให้ผู้ใช้ติดตั้งในทันที

หน้าตาโปรแกรมใช้งาน หากเป็นผู้ที่ใช้ Huewai Aircard อยู่แล้ว จะคุ้นเคยกันดีแน่นอน แต่ก่อนจะใช้งาน ต้องมีการตั้งค่า Profile ก่อนใช้งาน โดยตั้งที่ Peferences->Profile->Add New->ตั้ง Profile AIS 4G ตามด้วยตั้ง APN เป็น Dynamic เพียงเท่านี้ก็พร้อมใช้งานแล้ว
หลังจากตั้งค่าเสร็จแล้ว หากอยู่ในพื้นสัญญาณใช้งาน แถบสัญญาณจะแสดงเสาสัญญาณ และข้อมูลสัญญาณ คลิ๊ก Connect เพื่อเชื่อมต่อได้ทันที / หลังการใช้งาน คลิ๊กที่ Disconnect เพื่อจบการเชื่อมต่อ
ความเร็วการใช้งาน
ก่อนจะดูผลการทดสอบ การทดสอบทั้งหมดทุกหัวข้อ เก็บข้อมูลจากสถานที่ใช้ทดสอบมีทั้งหมด 3 จุด ได้แก่
ร้าน Tom N Toms Coffee Siam Center ชั้น 4 ซึ่งเป็นบริเวณที่ติดกับลาน Parc Paragon (สัญญาณเต็มที่สุด)
ร้าน Starbucks Coffee ชั้น 3 Central World (สัญญาณประมาณ 70%)
ร้าน Coffeeol ชั้น 1 Siam Discovery ฝั่ง Office (สัญญาณประมาณ 10-30%)
เริ่มต้นด้วยการทดสอบ Speed Test จาก adslthailand.com โดยทดสอบการวิ่งทั้งในประเทศ และนอกประเทศ (Server UK)
adslthailand (Server Thailand)

เพื่อความมั่นใจ การทดสอบความเร็วใช้งาน จึงลองกับเว็ป SpeedTest.net ในการทดลอง แบบเดียวกับ adslthailand.com โดยทดสอบทั้ง Server ในประเทศ และนอกประเทศ (โซนสหรัฐฯ)
Speed Test.net (Server Thailand)




จะเห็นได้ว่า ความเร็วที่ได้ อยู่ในเกณฑ์ประมาณ Download 20 Mbps / Upload 3 Mbps ที่หากมองในแง่ของ Mobile Internet ถือว่าความเร็วไม่หวือหวามากนัก หากคิดถึงสภาพใช้งานจริง ในพื้นที่หนาแน่น หากใช้งานในเชิงพาณิชย์ ถือว่าพอใช้งานได้ดีเลยทีเดียว เมื่อเทียบกับ 3G ที่มีการใช้งานที่หนาแน่นเช่นกัน ความเร็วจะได้ประมาณเพียง 1-3 Mbps เท่านั้น
การ Download / Upload

หลังจากเห็นความเร็วแล้ว มาดูการ Download ข้อมูล ในการใช้งานจริงกันต่อ โดยเริ่มที่การดึงข้อมูลจาก Mediafire มาลงเครื่อง การดึงข้อมูลขนาดประมาณ 100 MB โดยประมาณ ใช้เวลาประมาณ 3 นาที ซึ่งตลอดระยะเวลาการ Download ความเร็วทำได้นิ่งและต่อเนื่องตลอดช่วงใช้งาน

การทดสอบ Download อย่างต่อมา เป็นการ Update App iPhone ใน App Store ของ iTunes ซึ่งการ Download ข้อมูลดังกล่าว ประมาณ 100 MB โดยประมาณ ซึ่งใช้เวลาเพียง 30-40 วินาที ก็สามารถ Download สำเร็จทันที

หัวข้อการทดสอบต่อมา คือการ Upload ข้อมูลขึ้น Dropbox โดยข้อมูลที่อัพโหลดเข้า Dropbox มีขนาดประมาณ 100 MB ซึ่งหากเป็น 3G ในสภาวะใช้งานจริง หรือ Fixed Line ที่ล็อคความเร็ว Upload ค่า Upload มักเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับการพยายามส่งข้อมูลออกทุกกรณี ซึ่งความเร็วในการใช้ 4G ส่งข้อมูลเข้า Dropbox จนสำเร็จ อยู่ที่ 265 – 360 KB/Sec ทำให้ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที ก็สามารถส่งข้อมูลดังกล่าวสำเร็จได้

เพื่อความแน่ใจในการ Upload จึงทำการทดสอบนำข้อมูลชุดเดียวกัน Upload เข้า Mediafire ซึ่งเป็นเว็ปที่รับฝากข้อมูล ความเร็วในการส่งเข้า Mediafire อยู่ที่ประมาณ 15 นาที ก็สามารถส่งข้อมูลดังกล่าวสำเร็จเช่นกัน
หลังจากทดลองทั้งการวัดความเร็ว การใช้งาน Download / Upload ดูแล้ว หากลองนำความเร็วที่ได้ทั้งหมดนี้ มาหารลงสัก 50% ตามจำนวนผู้ใช้งาน ตามด้วยหารกับสภาพอากาศ ปัจจัยต่างๆ จะเห็นได้ทันทีว่า เพียงแค่ 4G วิ่งใช้งานจริงที่ DL 2-5 Mbps / UL 1-2 Mbps ก็เพียงพอต่อการประคองพื้นที่ๆ คนใช้งานหนาแน่น แล้วทุกคนสามารถได้รับความเร็วใช้งานที่สมบูรณ์ได้แน่นอน
จุดที่ 4G แสดงให้เห็นชัดเจนที่สุดในการทดสอบ คือความนิ่งของสัญญาณ เพราะความเร็วที่เห็นนี้ สามารถทำได้ ในขณะที่สัญญาณอ่อนถึงอ่อนมาก ในขณะที่การใช้งาน 3G หากสัญญาณอ่อน มักจะตามมาด้วยอาการต่อไม่ได้ หรือความเร็วไม่เดินทันที
สรุป “ความเสถียร คือสิ่งที่ดีที่สุดของ 4G”
สิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้ Mobile Internet หวังไว้ คือการใช้ได้ ต่อออก ส่งไป ไม่ช้าหรือหน่วงจนเกินเหตุ ความคาดหวังเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ทำให้เครือข่าย ต้องผ่าข้อจำกัดทางเทคโนโลยีทั้งหมดให้สำเร็จ เพราะเพียงแค่ความเร็วไม่เป็นไปตามใจผู้บริโภค จะด้วยเพราะอะไรก็ตาม คงไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน
3G ที่โลกใช้ขับเคลื่อนทุกวันนี้ เมื่อเจอกับสารพัดมือถือ Smart Phone / การใช้งาน Internet ผ่านอุปกรณ์ต่างๆ จำนวนลูกค้าใช้งาน สามสิ่งนี้เป็นภาระที่หนักสำหรับเครือข่ายจนไม่สามารถหนีได้ การพัฒนา 4G นอกจากความเร็วที่เพิ่มอย่างก้าวกระโดดแล้ว ความกว้างสัญญาณ ความเสถียรในการรองรับการใช้งานปริมาณมากๆ ดูจะเป็นจุดเด่นที่ 4G ทำได้ดีที่สุด
การทดสอบ 4G ในคลื่น 2300 MHz ของ TOT ตลอดช่วงเวลา 10 กว่าวันที่ผ่านมา หากว่ากันตามผลทดสอบล้วนๆ แทบไม่มีอะไรหวือหวา เพราะสิ่งที่เห็นตรงนี้ หาได้จากบรรดา Internet จากแหล่งอื่นได้แน่นอน แต่ความนิ่งในการใช้งาน ที่ไม่ว่าจะทำงานหนัก งานเบา หรือทำอะไรก็ตาม เป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ ในความสมบูรณ์แบบนี้ มาพร้อมกับการทำงานได้ทุกสภาพสัญญาณ ไม่ว่าจะน้อยหรือมาก
หากคิดถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้นได้ เมื่อทุกคน ทั้งหมด ใช้งานกันอย่างสาธารณะ ความเร็วของ 4G ในสภาพสาธารณะ คงไม่ได้เร็วติดจรวดอย่างที่ทดสอบแน่นอน แต่มันจะดีไหม หาก 4G เน้นความเสถียรสัญญาณ ที่ทำให้การทำงาน / ติดต่อสื่อสาร / จัดการเรื่องสำคัญในเวลาเร่งด่วน แบบฝากความหวังกับมันได้ และมันคงจะดีกว่าการที่สัญญาณวิ่งเร็ว และวูบเร็วขณะใช้งานเช่นกัน
การได้ทดสอบในครั้งนี้ ทำให้ส่วนตัวแล้ว ขอเป็นหนึ่งเสียงที่สนับสนุนให้ 4G เป็นคู่ขนานกับ 3G ในการใช้งานจริง เมื่อ Mobile Internet ทำงานได้เสถียร ผลประโยชน์ในการต่อยอดกับประเทศนี้ จะสมบูรณ์ด้วยตัวของมันเอง









