เทคโนโลยีในโลกของการสื่อสารไร้สายตอนนี้ ก็ถือว่าได้เริ่มเข้าสู่ยุครอยต่อของ 3G ไป 4G ในขณะที่ประเทศไทย การก้าวสู่ 3G ก็ถือว่ามีความหวังมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะการตั้ง กสทช. สำเร็จ ในขณะที่ทุกเครือข่าย ก็ขยาย 3G ในคลื่นตัวเอง
แต่ข่าวในช่วงต้นปี 2012 ที่อาจทำให้หลายคนสงสัย งง หรือมีทัศนคติแตกต่างกันไป นั้นคือการเปิดตัวการทดสอบ เครือข่ายโทรศัพท์ยุคที่ 4 หรือที่เรียกกันว่า 4G บนพื้นฐานเทคโนโลยี LTE (Long Term Evolution) ในความถี่ 2300 MHz และ 1800 MHz การทดสอบครั้งนี้ ได้รับความเห็นชอบจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
เชื่อว่าหลายคนอาจสงสัย และอยากรู้รายละเอียดกันถึง 4G ให้ชัดเจนกว่านี้แน่นอน หลังวันเปิดตัวการทดสอบไม่นานนัก AIS เชิญผู้สัดทันกรณีในวงการหลายท่าน มานั่งคุยกันถึง 4G LTE กันอย่างสบายๆ ที่ Technic Center ของ AIS ถือเป็นครั้งแรกที่ได้ลงลึกในตัวตนของ 4G กันอย่างลึกซึ้งมากขึ้น (แถมได้ความรู้ทางเครือข่ายกันมากขึ้นเช่นกัน) ในงานครั้งนี้ ได้คุณวิเชียร เฆมตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS / คุณศรัณย์ ผโลประการ VP Network&Service / คุณเสกสรรค์ อริยชาญศิลป์ AIS Aircard Product Manager มาเป็นผู้บรรยายถึง AIS 4G ในครั้งนี้
ก่อนจะมารู้จักทางเทคนิคของ 4G คุณวิเชียร เฆมตระการ ก็เปิดเวทีเริ่มเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนจะเป็น 4G ที่ทดสอบกันพอสังเขปไว้ว่า AIS มีความถี่ 900 MHz ในย่าน 2G ใช้งาน กับมี 1800 MHz ที่ Take จาก Samart มา (GSM 1800 ในปัจจุบัน) สิ่งที่เกิดขึ้นกับโลก คือลูกค้าคาดหวังคุณภาพที่สูงขึ้นเรื่อยๆ AIS มองถึงทรัพยากรที่ตัวเองมี ไม่ว่าจะคลื่น 1800 ของ GSM1800 สัมปทาน CAT ที่กำลังหมดอายุสัมปทานในช่วงกลางปีหน้า ในขณะที่ TOT มีคลื่น 2300 MHz ในมือ ฉะนั้นแล้ว ถ้า AIS จะลองศักยภาพของ 4G เพื่อเป็นแนวทางให้แผนแม่บทกิจการโทรคมนาคมในอนาคต ได้มีข้อมูลพิจารณาการทำ 4G ในอนาคตไปในตัว
คุณวิเชียรได้เล่าถึงว่า 4G ที่ทดสอบ ได้ส่งเรื่องไปตั้งแต่รัฐบาลสมัย นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำตามขั้นตอนทุกอย่างจนเสร็จในรัฐบาลนี้พอดี ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ไม่ใช่ว่าเดินเรื่องเพราะรัฐบาลนี้เคยบริหารบริษัทมาก่อนแน่นอน ในขณะเดียวกัน กสทช / CAT / TOT ก็ขานรับทันทีในการทดสอบครั้งนี้ เพราะเป็นประโยชน์ต่อประเทศอย่างแน่นอน
ก่อนที่คุณวิเชียรจะส่งไม้ต่อให้คุณศรัณย์ ก็ย้ำถึงการทดสอบ 4G ไว้หนึ่งประเด็นว่า การทดสอบครั้งนี้ มีกำหนดแน่นอน เป็นการทดสอบในวงจำกัด ไม่ใช่การทดสอบบุคคลทั่วไปหรือทำการค้าแน่นอน
หลังจากที่คุณวิเชียรกล่าวถึงเรื่องราวก่อนทดสอบ 4G กันพอสังเขปแล้ว คุณศรัณย์ เป็นตัวแทนฝั่งวิศวกรในการมาเล่าถึงเรื่องทางเทคนิคกันบ้าง โดยเริ่มที่พูดถึงการใช้งาน data นับตั้งแต่ 2G มาถึง 4G ไว้ว่า โดยทางทฤษฎีเครือข่ายแล้ว ความเร็วการใช้งานของแต่ล่ะยุคมีดังนี้
2G : Download 296 Kbps / Upload 236 Kbps
3G : Download 42 Mbps / Upload 11 Mbps
4G : Download 150 Mbps / Upload 75 Mbps
แต่สปีดที่เห็นนี้ เป็นตัวเลขการทดสอบในห้องทดลองเพื่อนำมาเคลมว่าทำได้ ซึ่งถ้าเป็นความจริงในการใช้งาน ให้นำตัวเลขที่ได้ มาหารลงครึ่งนึง จะเป็นประสิทธิภาพใช้งานจริงที่ทำได้ และยังไม่นับตัวแปรด้านระยะทางสัญญาณ อุปกรณ์ที่ใช้ด้วยเช่นกัน
ก่อนจะมาถึง 4G มาดูลำดับขั้นเทคโนโลยีฝั่ง 3G กันก่อนสักนิด โดยคุณศรัณย์ได้เล่าถึง 3G ซึ่งเป็นฐานก่อนพบกับ 4G ไว้ว่า เทคโนโลยี 3G ที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 1999 (Rel-99) เริ่มทำความเร็วที่ 384 Kbps มาจนถึงปัจจุบัน 3G ที่โลกและประเทศไทยใช้อยู่ คือ HSPA+ มาตราฐาน Rel-8 (ปี 2008) ในปี 2008 นี้เอง LTE มาตราฐานแรกก็ถือกำเนิดขึ้น นั้นคือ LTE แบบ TDD Rel-8 ทำความเร็วสูงสุดได้ที่ Download 150 Mbps / Upload 75 Mbps
ความเร็วระดับ 4G ให้ประสิทธิภาพอย่างไรบ้าง ตัวอย่างง่ายๆคือ การโหลดไฟล์ใหญ่ๆ การใช้งาน Streaming ถ่ายทอดสด หรือชมภาพยนตร์แบบ HD ผ่าน Online สามารถทำได้จริง ไม่ว่าจะความเร็วที่เหนือกว่า ลำดับขั้นในการพาข้อมูลที่ทำให้การแสดงผลข้อมูล ณ เวลานั้นสมบูรณ์ขึ้น 4G จึงไม่ได้แค่เร็วตามตัวเลขเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
อย่างต่อมา คุณศรัณย์อธิบายถึงการรับส่งของคลื่น ที่มีสองแบบ นั้นคือ FDD และ TDD ทั้งสองมีความต่างกันอย่างไรบ้าง
FDD : คลื่นรับและส่ง เป็นคลื่นคนล่ะความถี่กัน การรับและส่ง จึงสามารถทำพร้อมกันได้ ตัวอย่างที่ใช้กันเช่น Wi-Fi ที่ใช้งานทุกวันนี้
TDD : คลื่นรับและส่งเป็นคลื่นเดียวกัน การรับและส่ง จึงไม่สามารถทำพร้อมกันได้ เพราะจะเกิดการตีกันของคลื่น แต่ข้อดีคือสามารถล็อคได้ว่า จะให้ค่ารับและส่งวิ่งเท่าไหร่ ตัวอย่างที่ใช้กันเช่น AIS Airnet

สำหรับ 4G ของ AIS ที่ใช้งานย่าน Siam / พระราม 1 / ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ในคลื่น 2300 MHz จะเป็น TDD (20 MHz) รองรับความเร็ว Download 100 Mbps / Upload 8 Mbps เป็นการทำร่วมกันกับ TOT ส่วนที่มหาสารคาม ในคลื่น 1800 MHz เป็น FDD (10 MHz+10MHz) รองรับความเร็ว Download 75 Mbps / Upload 25 Mbps เป็นการทำร่วมกันกับ CAT (เจ้าของสัมปทานคลื่น 2G 1800 MHz)
การติดตั้งเสาสัญญาณของ AIS 4G ไม่สามารถทำในอาคารได้ เนื่องจากเสารับสัญญาณแบบ MIMO ซึ่งเสารับ เสาส่งจะแยกกัน ทำให้การติดตั้งบนเพดานอาคาร ไม่สะดวก+ต้นทุนสูงเกินไป ฉะนั้นแล้ว พื้นที่สัญญาณที่ใช้ได้ดี จะอยู่ในที่กลางแจ้งทั้งหมด
การใช้งาน 4G ตอนนี้ จะรองรับแค่การใช้งาน Data เท่านั้น เทคโนโลยียังไม่รองรับการสนทนา แต่ในเร็ววันนี้ เทคโนโลยี 4G จะถูกพัฒนาให้เป็นการสนทนาทั้งหมดผ่าน Data หรือที่เรียกว่า VoIP บนเครือข่าย 4G ทั้งหมดเช่นกัน ตัวอย่างเช่น Verizon ในอเมริกา มีแผนจะยกเครือข่าย 4G ให้ทำงานทดแทน CDMA ที่ใช้งานทั้ง 100% ได้
4G มาทดสอบ แต่ 3G ล่ะ? แล้วเราจะได้ประโยชน์อะไรจากมัน
หลังจากรู้จักกับ 4G ไปคร่าวๆแล้ว หลายคนมีคำถามว่า จะทดสอบทำไม เมื่อ 3G ยังมาไม่สมบูรณ์ในไทยด้วยซ้ำ คุณศรัณย์เล่าถึงว่า แท้จริงแล้ว เทคโนโลยี 4G เกิดมาเพื่ออยู่ควบคู่กับ 3G ด้วยซ้ำ เพราะ 4G ช่วยลดความแออัดการใช้งาน Data ในเมืองลงได้ เพราะช่องสัญญาณ ความถี่ ที่กว้างและยาว ทำให้รองรับปริมาณได้เหนือกว่า 3G ในขณะเดียวกันก็สามารถนำ 3G ไปพัฒนาความแรงในพื้นที่ห่างไกลได้สมบูรณ์ขึ้น เพราะช่องความถี่ของ 4G ที่แบ่งภาระ สามารถนำช่องของ 3G ออกไปใช้ในพื้นที่อื่นๆได้มากขึ้นเช่นกัน
ในปัจจุบัน มีประเทศที่ลงทุนกับ 4G แล้วถึง 93 ประเทศ เป็นเครือข่ายโทรศัพท์ถึง 283 เจ้า ที่กำลังทำโครงการนี้กันอยู่ หากประเทศจีนและอินเดีย เปิดใช้เทคโนโลยี 4G คลื่น 2500-2600 MHz ในช่วงปีหน้าถึง 2 ปี นับจากนี้ จะเป็นแรงผลักดันให้คลื่นมาตราฐานของ 4G / ต้นทุนการผลิตอุปกรณ์ / อุปกรณ์ใช้งานที่รองรับ มีความแพร่หลาย และมีต้นทุนที่ถูกลงต่อการลงทุนได้เร็วขึ้นเช่นกัน
ในประเทศไทย คลื่น 2500-2600 MHz ก็มีรอพร้อมใช้งานอยู่ เพราะมันคือความถี่ที่เคยใช้ออกอากาศ Thaisky / IBC ซึ่งเป็นคลื่นที่อยู่กับ อสมท หากจับแปลงแผ่นแม่บทจัดสรรคลื่นความถี่ซะใหม่ ประเทศไทยก็มีทรัพยากรของ 4G รอใช้อยู่แล้วนั้นเอง
หลังจากที่รู้จักเนื้อหาโครงสร้างของ 4G กันแล้ว สิ่งที่ AIS นำมาแสดงให้ดูกัน โดยคุณเสกสรรค์ ได้แสดงการโหลดไฟล์ด้วย 4G ไม่ว่าจะหนังสือ E-Book ที่ไฟล์ระดับ 100 MB สามารถโหลดเสร็จได้ในเวลาสั้นๆ / การชมภาพยนตร์แบบดูสดๆ ความละเอียด 720p HD ที่ทำได้ลื่นไหลสมบูรณ์แบบ / การประชุมวีดีโอทางไกลความละเอียด 720p HD ที่สมบูรณ์กว่าการประชุมแบบเดิม และรถบังคับติดกล้องวีดีโอที่ส่งสัญญาณภาพจาก 4G ที่สามารถบังคับรถจากระยะไกลได้

เหล่านี้เป็นตัวอย่างของความเร็ว ความเสถียรในการใช้งาน 4G ที่สามารถประยุกต์ใช้กับหลากวงการ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงในบางเหตุการณ์ ที่ทำได้เหนือกว่า 3G
สำหรับการทดสอบ 4G ของ AIS ในครั้งนี้ เมื่อสิ้นสุดการทดสอบ อุปกรณ์ทั้งหมดจะถูกรื้อออก และส่งออกนอกประเทศภายใน 90 วัน นับจากวันที่สิ้นสุดการทดสอบ แต่หากการทดสอบยังไม่ได้ผลที่ชัดเจน ก็สามารถทำเรื่องขอทดสอบต่อได้อีก 90 วัน และทำเรื่องทดสอบต่อได้เพียงครั้งเดียว
สุดท้ายนี้ สิ่งที่ AIS ทำการทดสอบครั้งนี้ หวังผลอยู่ 2 เรื่อง นั้นคือการแสดงศักยภาพว่า AIS สามารถทำได้ พร้อมกับการลงทุน หากแผนแม่บทคลื่นความถี่จะเล็งเห็นการสร้าง 4G ใช้งาน นอกจากนี้ คลื่นความถี่หลายๆส่วน ที่เคยใช้และถูกทิ้งเอาไว้ ก็สามารถแปรรูปมาใช้งานฝั่ง 4G นี้ได้ ทำให้การสร้างเครือข่ายเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว และใช้งานทรัพยากรที่มีอยู่แล้วได้คุ้มค่ามากขึ้น
เหนือสิ่งอื่นใด ประเทศไทย ก็จะได้รับผลประโยชน์จากเทคโนโลยีการสื่อสารที่สดใหม่ พร้อมกับการเข้าถึงความเจริญที่เท่าเทียมกันได้ง่ายมากขึ้นเช่นกัน ทุกคนคงหวังได้เพียงว่า ผู้มีอำนาจในประเทศไทยแห่งนี้ จะทำเพื่อประโยชน์ของประเทศเช่นกัน



