
Xiaomi เปิดตัวชิปเซ็ต XRING O1 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตรุ่นเรือธงรุ่นแรกของบริษัทอย่างเป็นทางการ ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีระดับ 3 นาโนเมตร เจเนอเรชันที่ 2 นอกจากนี้ยังเปิดตัวชิป XRING T1 ซึ่งเป็นชิปสำหรับสมาร์ทวอทช์ 4G รุ่นแรกของบริษัทด้วยเช่นเดียวกัน

สำหรับชิป XRING O1 นั้นมาพร้อมทรานซิสเตอร์ 19,000 ล้านตัว มี CPU 10 คอร์ ประกอบด้วย Cortex-X925 คู่ ความเร็วสูงสุด 3.9GHz และ GPU Immortalis-G925 16 คอร์ มอบประสิทธิภาพระดับเรือธง พร้อมการจัดการพลังงานที่ล้ำหน้า นอกจากนี้ยังผสาน NPU 6 คอร์ที่ให้ 44 TOPS สำหรับการประมวลผล AI ขั้นสูง โดยประเดิมเปิดตัวมาพร้อมกับมือถือ Xiaomi 15S Pro และแท็บเล็ต Xiaomi Pad 7 Ultra เป็นรุ่นแรก

ขณะที่ XRING T1 คือชิปสำหรับสมาร์ทวอทช์ที่มาพร้อมโมเด็ม 4G ที่พัฒนาเอง โดยชิปนี้รองรับ eSIM เพื่อการสื่อสารแบบอิสระ พร้อมประสิทธิภาพแบตเตอรี่ที่เหนือชั้น โดยผ่านการทดสอบมากกว่า 7,000 ครั้งในห้องแล็บ และการใช้งานจริงกว่า 1 ปีในกว่า 100 เมืองทั่วประเทศจีน ชิปนี้จึงให้ประสิทธิภาพ 4G ดีกว่าคู่แข่งถึง 35% และลดการใช้พลังงานในการสื่อสารเสียงและข้อมูล
นอกจากนี้ยังรองรับฟีเจอร์ใหม่ เช่น หน้าปัดนาฬิกาที่ปรับแต่งได้ พรีวิวกล้องระยะไกล และการควบคุมรถยนต์ Xiaomi โดยไม่ต้องใช้มือถือ โดยประเดิมเปิดตัวมาพร้อมกับสมาร์ทวอทช์ Xiaomi Watch S4 eSIM รุ่นฉลองครบรอบ 15 ปี

ต้องบอกว่าชิปทั้ง 2 รุ่นไม่เพียงแต่เป็นความก้าวหน้าในเชิงเทคนิคเท่านั้น แต่ยังแสดงถึงความมุ่งมั่นของ Xiaomi ในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีหลัก โดยจนถึงปัจจุบัน Xiaomi ได้ลงทุนวิจัยและพัฒนากว่า 13.5 พันล้านหยวน และมีแผนลงทุนเพิ่มเติมอีก 50 พันล้านหยวนในทศวรรษหน้า
พร้อมทีมวิศวกรมากกว่า 2,500 คน การพัฒนาชิปจึงกลายเป็นแกนหลักของเทคโนโลยีพื้นฐานร่วมกับระบบปฏิบัติการ (OS) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อมอบประสบการณ์ที่หลอมรวมฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และผู้ใช้เข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อนั่นเอง
ยืนยัน! มือถือรุ่นพรีเมียมของ Xiaomi จะยังคงใช้ Snapdragon 8 Series ในอีกหลายเจเนอเรชัน
เสียวหมี่ จัดโปร ‘Back to School’ รับเปิดเทอม จัดเต็มส่วนลดมือถือ แท็บเล็ต และ AIoT ถึง 15 มิ.ย. นี้
รายงานฉบับใหม่ของเสียวหมี่ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนและนวัตกรรม