
การบุกเบิกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าครั้งแรกของ Xiaomi ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก แต่ก็เห็นได้ชัดว่ากำลังการผลิตจะเดินตามไม่ทันกับยอดพรีออเดอร์ที่เข้ามา ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่าผู้ที่สั่งจอรถรุ่นนี้อาจจะต้องรอรับรถนานถึง 3-7 เดือน โดยที่รุ่นท็อปอย่าง SU7 Max อาจต้องรอไปถึงกลางเดือนตุลาคม
แม้ว่าระยะเวลาการรอที่ยาวนานจะเป็นสิ่งที่ขัดอารมณ์ผู้ใช้ แต่ก็ยากที่จะตำหนิ Xiaomi เนื่องจากแผนก EV ของบริษัทเพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน และการขยายขนาดการผลิตสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อนเช่นนี้จำเป็นต้องใช้เวลา แต่ถึงกระนั้นฝั่งผู้บริโภคที่กำลังรอคอยก็อาจต้องหันไปพิจารณารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่นที่มีจำหน่ายอยู่แล้วในตลาดประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดมีการแข่งขันสูงและเป็นแรงกดดันให้ Xiaomi ต้องเร่งกำลังการผลิตให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Xiaomi SU7 เป็นที่ต้องการของตลาด นอกเหนือจากการออกแบบที่ดึงดูดใจและสเปคที่น่าสนใจแล้ว ราคาก็ถือเป็นอีกจุดเด่น โดยรุ่นเริ่มต้นอยู่ที่ 215,900 หยวน หรือราว 1.1 ล้านบาท ซึ่งถูกกว่าคู่แข่งหลายเจ้า แถมมาพร้อมฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ขณะที่รุ่น Pro และ Max ซึ่งมีสเปคสูงกว่าก็มอบประสิทธิภาพและความหรูหราที่มากขึ้น ทำให้กลายเป็นไลน์อัพผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ
ในขณะที่กำลังการผลิตยังคงตามหลังความต้องการ Xiaomi ก็ได้ดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อรักษากระแสเอาไว้ โดยที่บริษัทได้ขยายเครือข่ายโชว์รูมอย่างรวดเร็วทั่วประเทศจีน โดยมีโชว์รูม 59 แห่งที่เปิดให้ลูกค้าที่สนใจเข้าชม SU7 และภายในสิ้นปีนี้ Xiaomi วางแผนที่จะเปิดโชว์รูม 211 แห่งทั่วประเทศจีน
ทางด้านโรงงานผลิต EV ของ Xiaomi ที่กรุงปักกิ่ง ก็เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงานโดยตั้งเป้าหมายกำลังการผลิตไว้ที่ 300,000 คันต่อปี แบ่งเป็น 2 เฟส เฟสแรกมีกำลังการผลิตเริ่มต้นที่ 150,000 คัน ซึ่งปัจจุบันโรงงานสามารถผลิต SU7 ได้ 40 คันต่อชั่วโมง หรือเท่ากับว่าจะมีรถยนต์ผลิตเสร็จทุก ๆ 76 วินาที และ Xiaomi เองก็หวังที่จะบรรลุเป้าหมายกำลังการผลิตเฟสแรกภายในกลางปี 2024 ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลารอรับรถลงได้อย่างมาก
ประเดิมสวย! XIAOMI SU7 กระแสตอบรับดี ยอดจองพุ่งทะลุ 5 หมื่นคัน ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง