เชิญพบกับ รีวิว Smart Air Purifier 4 เครื่องฟอกอากาศน้องใหม่จาก Xiaomi ไอเท็มคู่บ้านประจำปี 2022 ที่จะมาช่วยดูแลสุขภาพสู้กับปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยเฉพาะช่วงที่อากาศแห้งอย่างตอนฤดูหนาว หรือฤดูร้อนแบบนี้
XIAOMI เปิดตัว REDMI NOTE 11 และ NOTE 11S รุ่นกลางสเปคคุ้ม เคาะราคาไทยเริ่มต้น 6,299 บาท
สารบัญ
สเปค Xiaomi Smart Air Purifier 4
- ขนาดเครื่อง 250x250x555มม.
- น้ำหนัก 5.6 กิโลกรัม
- มีจอ OLED Touch Screen
- ใช้ฟิลเตอร์ชนิด PCADR 400m3 /h & FCADR 150 m3/h
- ครอบคลุมพื้นที่การทำงาน 28-48 เมตร
- เสียงการทำงาน 32.1-64 เดซิเบล
- มีระบบเซนเซอร์ตรวจจับ PM2.5
- อัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์ (CADR) 400m³/h
- มีคุณสมบัติผลิตไอออนประจุลบ
- สามารถถอดตะแกรงออกมาทำความสะอาดได้
- ควบคุมการทำงานได้ผ่านแอปพลิเคชั่น Mi Home
- รองรับการทำงานร่วมกับ Google Assistant และ Amazon Alexa
- เชื่อมต่อ Wi-Fi IEEE 802.11b/g/n 2.4GHz
- แรงดันไฟฟ้า 100-240V
- กำลังไฟ 30W
ดีไซน์
เครื่องฟอกอากาศXiaomi Smart Air Purifier 4 มากับดีไซน์มินิมอลคลาสสิกเหมือนกับรุ่นที่ผ่านมา โดยใช้วัสดุ ABS สีขาวสะอาดตารองรับกับสไตล์การแต่งบ้านที่หลากหลาย ตัวเครื่องเป็นทรง Tower สี่เหลี่ยม 250x250x555 มม. เรียกว่าไม่ใหญ่ไม่กว้างจนเกินไป ตั้งได้โดยไม่กินพื้นที่ในบ้านมากนัก สำหรับน้ำหนักอยู่ที่ 5.6 กิโลกรัม ไม่ได้เป็นภาระต่อการเคลื่อนย้ายมากนัก
ตัวเครื่องทั้งสี่ด้านจะมีรูตะแกรงเพื่อรับอากาศเข้าไปผ่านกระบวนการกรองในเครื่อง ด้านหน้ามีจอสัมผัส OLED Touch Screen ทรงกลม เพื่อแสดงดัชนีคุณภาพอากาศ, แสดงอุณหภูมิ, ระดับความชื้นในอากาศ, โหมดการทำงาน และสถานะของตัวฟิลเตอร์ ขณะที่ใต้จอมีปุ่มสำหรับปรับโหมดกับปุ่ม เปิด/ปิด เครื่อง
ด้านหลังเครื่องมีรูเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิและความชื้น, เซ็นเซอร์ตรวจจับอนุภาคด้วยเลเซอร์, ปุ่ม เปิด/ปิด หน้าจอ และช่องสำหรับใส่ชุดกรองอากาศ ซึ่งการใส่หรือเปลี่ยนก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ดึงฝาครอบที่ยึดติดกับเครื่องด้วยแรงแม่เหล็กออก ถ้าจะเปลี่ยนฟิลเตอร์ก็ดึงแถบผ้าของชุดกรองตัวเก่าออกแล้วใส่ของใหม่เข้าไป จากนั้นปิดฝาก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
ด้านบนของเครื่องเป็นตัวตะแกรงฝาครอบพัดลมปล่อยอากาศซึ่งช่องตะแกรงค่อนข้างถี่ และมีชั้นที่เป็นฐานก่อนถึงส่วนใบพัดจึงค่อนข้างปลอดภัยสำหรับบ้านที่มีเด็กเล็กซึ่งอาจจะซนเอานิ้วไปแหย่ช่องที่ว่าได้
นอกจากนี้ตัวตะแกรงของ Smart Air Purifier 4 ก็ยังถูกออกแบบให้สามารถถอดออกเพื่อทำความสะอาดได้หลังจากถูกใช้งานมาเป็นเวลานาน ส่วนวิธีแกะก็ไม่ยากแค่กดตรงแป้นวงกลมเพื่อให้ฝาเปิดขึ้นมา จากนั้นก็ใช้ไขควงขันน็อตเพื่อเอาชิ้นส่วนตะแกรงออกไปทำความสะอาด
บริเวณใต้เครื่องก็จะมีสติ๊กเกอร์บอกชื่อรุ่นรวมทั้งรายละเอียดต่าง ๆ ของสินค้าตัวนี้ เช่น น้ำหนัก อัตราการกินไฟ แรงดันไฟที่รองรับ ฯลฯ และช่องเสียบสายไฟที่ซ่อนไว้ได้แนบเนียน
สำหรับอุปกรณ์ในกล่องก็ให้มาครบนอกจากเครื่องฟอกอากาศ, สายไฟ และใบคู่มือการใช้งาน แล้วก็ยังมีตัวฟิลเตอร์แถมมาให้ด้วย 1 ชิ้น ซึ่งฟิลเตอร์ที่แถมมาเป็น HEPA H13 สีเทา ซึ่งเป็นฟิลเตอร์ตัวท็อปสุด มีคุณสมบัติกรองสูงถึง 99.97% รวมถึงการกรองสิ่งแปลกปลอมอนุภาคละเอียดที่มีขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอน
เพื่อยืนยันว่าเป็นฟิลเตอร์แท้ที่ด้านใต้ของไส้กรองจะมี RFID ติดเอาไว้เพื่อคอยตรวจสอบอายุการใช้งาน โดยจะแสดงและแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนไส้กรองทั้งบนหน้าจอแสดงผลของตัวเครื่อง และในแอปพลิเคชันบนมือถือ ซึ่งไส้กรองจะมีอายุการใช้งาน 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและจำนวนชั่วโมงที่เปิดใช้งานจริง
คุณสมบัติ
Xiaomi Smart Air Purifier 4เป็นเครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะที่รองรับการเชื่อมต่อกับ WiFi เพื่อสั่งงานได้ผ่านแอปพลิเคชั่น Mi Home ทั้งบนอุปกรณ์ Android และ iOS
บนหน้าแอป Mi Home เราจะสามารถตั้งค่าการทำงานอุปกรณ์ได้ทั้ง เปิด/ปิดเครื่อง, ตั้งเวลา เปิด/ปิด, ปรับระดับแรงลม, เปิดระบบปล่อยไอออนประจุลบ, โหมดรายการโปรด และอื่นๆ รวมถึงการตรวจสอบสถานะของฟิลเตอร์ที่ใช้อยู่ว่ายังใช้ได้อีกนานแค่ไหน หรือถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนแล้วหรือยัง
ไม่ใช่แค่นั้น Smart Air Purifier 4 ยังทำงานได้กับผู้ช่วยอัจฉริยะ Google Assistant และ Amazon Alexa เพื่อให้ผู้ใช้สามารถควบคุมอุปกรณ์ด้วยคำสั่งเสียง และสามารถจับคู่กับอุปกรณ์สมาร์ทโฮมอื่นๆ ของXiaomi ได้ด้วย
เครื่องฟอกอากาศ Smart Air Purifier 4 มีระยะการทำงานครอบคลุมพื้นที่มากถึง 48 เมตร เซ็นเซอร์บนเครื่องสามารถตรวจจับฝุ่นละอองได้ตั้งแต่ PM2.5 จนถึง PM10 มีความเร็วในการกรองอากาศด้วยความเร็วถึง 400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง โดยที่ในใบสเปคระบุว่าเครื่องรุ่นนี้สามารถกรองอากาศห้องขนาด 130 ตารางเมตร โดยใช้เวลาแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ถ้าใช้งานจริงยังไงก็เลือกสเปคเครื่องที่เหมาะสมกับขนาดห้องดีกว่า
ตัวฟิลเตอร์เครื่องเองมีประสิทธิภาพในการกรองสูงถึง 99.97% ขจัดทุกสิ่งสกปรกในอากาศที่อาจจะก่อให้เกิดอาการแพ้อย่าง ขนสัตว์, ฝุ่น, กลิ่น, สาร TVOC และสิ่งแปลกปลอมอนุภาคละเอียดที่มีขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอน
อีกหนึ่งคุณสมบัติที่น่าสนใจคือที่เครื่องมีโหมด Negative Air Ionization ที่เป็นการปล่อยไอออนประจุลบที่จะช่วยทำให้อากาศสดชื่นมากยิ่งขึ้น
หลักการทำงานของระบบนี้คือตัวเครื่องจะปล่อยไอออนประจุลบออกมา เมื่ออากาศมีประจุลบเป็นจำนวนมาก มันจะทำหน้าที่เป็นเหมือนแม่เหล็กคอยจับอนุภาคฝุ่นหรือเชื้อโรคขนาดเล็กที่ส่วนใหญ่เป็นประจุบวกให้รวมตัวกันและมีน้ำหนักมากขึ้นจนตกลงสู่พื้น หรือถ้าหากยังลอยอยู่แล้วเราสูดหายใจเข้าไป ตัวฝุ่นหรือเชื้อโรคที่ถูกหุ้มด้วยประจุลบก็จะไม่สามารถเกาะบนเนื้อเยื่อของเราได้และจะหลุดออกมาพร้อมลมหายใจของเรา
สำหรับโหมดการทำงานของเครื่องก็มีอยู่ 5 แบบ คือ โหมดอัตโนมัติ, ความแรงลมต่ำ, ความแรงลมปานกลาง, ความแรงลมสูง และ โหมดการนอน ซึ่งในโหมดการนอนเสียงขณะทำงานของเครื่องจะเบาราวกับเสียงกระซิบเพียงแค่ 32.1 เดซิเบล เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีโหมดรายการโปรดที่จะทำงานตามการตั้งค่าของเรา
สรุป+ราคา
ประสิทธิภาพในการฟอกอากาศของ Xiaomi Smart Air Purifier 4 จากที่ได้ รีวิว มาถือว่าตอบโจทย์ต่อการใช้งานในห้องขนาด 48 ตารางเมตร ด้วยความสามารถในการกรองฝุ่นในระดับความละเอียด PM2.5 สามารถปล่อยไอออนประจุลบจับฝุ่นขนาดเล็กในอากาศได้ และมีฟีเจอร์อัจฉริยะรองรับการทำงานกับอุปกรณ์สมาร์ทโฮมอื่นๆ ในที่พัก ใครที่อยู่คอนโดกลางเมืองหรือติดถนนใหญ่แนะนำว่าควรหามาติดห้องเอาไว้
ส่วนเรื่องของราคา Smart Air Purifier 4 อยู่ที่ 5,999 บาท มีโปรโมชั่นเมื่อซื้อระหว่าง 30 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์ 65 รับฟรีปฏิทิน มูลค่า 290 บาท นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าให้กับสุขภาพปอดผ่านเครื่องฟอกอากาศที่จะอยู่กับเราไปยาวๆ




































