
ปัญหาการขาดแคลนชิปหน่วยความจำ (RAM) และพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Storage) กลายเป็นประเด็นใหญ่ในอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนปี 2026 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน AI Data Center ทั่วโลก ซึ่งดึงซัพพลายในตลาดไปจนทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ล่าสุด Lu Weibing ประธานบริษัท Xiaomi ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลผ่าน Weibo ถึงผลกระทบด้านต้นทุนที่บริษัทต้องเผชิญในขณะนี้
ข้อมูลจากประธาน Xiaomi ระบุว่า ต้นทุนของชุดหน่วยความจำ RAM 12GB และ Storage 512GB ในปัจจุบันมีราคาสูงกว่าช่วงไตรมาสแรกของปีที่แล้วถึง 1,500 หยวน (ประมาณ 7,120 บาท) ซึ่งหากคำนวณตามสัดส่วนพบว่าราคาดีดตัวขึ้นเกือบ 4 เท่าจากปี 2025 โดยราคาประเมินเดิมอยู่ที่ประมาณ 72 ดอลลาร์ หรือราว 2,300 บาท แต่ปัจจุบันพุ่งสูงถึงประมาณ 288 ดอลลาร์ หรือราว 9,300 บาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่เทียบเท่ากับสมาร์ทโฟนระดับกลางหนึ่งเครื่องเลยทีเดียว
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อแบรนด์ REDMI ที่เน้นความคุ้มค่าเป็นหลัก ทำให้ Xiaomi จำเป็นต้องตัดสินใจปรับราคาจำหน่ายใหม่ดังนี้:
- REDMI K90 Pro Max: ปรับขึ้นราคา 200 หยวน (ประมาณ 6,500 บาท) เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2026 เป็นต้นไป
- REDMI Turbo 5 และ REDMI Turbo 5 Max: ประกาศยกเลิกโปรโมชั่นส่งเสริมการขายทั้งหมดเพื่อรักษาระดับกำไร
แม้จะมีการปรับขึ้นราคา แต่จะเห็นได้ว่า Xiaomi ยังคงแบกรับภาระต้นทุนส่วนใหญ่ไว้เอง โดยปรับราคาขายปลีกขึ้นเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจริง อย่างไรก็ตาม การปรับราคานี้ยังคงจำกัดเฉพาะในตลาดประเทศจีน ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรต่ำที่สุด ส่วนตลาดต่างประเทศนั้นยังไม่มีการยืนยันแน่ชัด แต่หากราคาหน่วยความจำในตลาดโลกยังคงผันผวนและพุ่งสูงต่อเนื่องเช่นนี้ ผู้บริโภคอาจหลีกเลี่ยงการปรับราคาของสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ได้ยากขึ้นในอนาคต
REDMI 15 Series มือถือสเปกคุ้ม แบตใหญ่จุใจ 7000mAh ขายแล้วในไทย …
เช็กรายชื่อ Xiaomi, Redmi และ POCO ที่อาจได้อัปเดต Android 17 บน …
เปิดตัว REDMI K90 | K90 Pro Max ชูลำโพงพลังเสียง Bose สเปกชิปเรือธง