เปิดตัวพร้อมวางจำหน่ายในไทยมาได้สักระยะสำหรับ Redmi 9 น้องเล็กรุ่นใหม่จาก Xiaomi ที่มีจุดเด่นด้านหน้าจอที่ใหญ่ ให้สเปคมาครบ ในราคาสบายกระเป๋า ส่วนจะดีสมราคาแค่ไหนมาชมกัน
สเปค Redmi 9
- สัดส่วนเครื่อง 163.3 x 77 x 9.1 มม. หนัก 198 กรัม
- หน้าจอ IPS TFT LCD ขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ อัตราส่วน 19.5:9
- ชิปเซต Mediatek Helio G80 ประมวลผล Octa-core (2×2.0GHz Cortex-A75 & 6×1.8GHz Cortex-A55) มี GPU Mali-G52 MC2
- สเปคความจำ LPDDR4X RAM + ROM eMMC 5.1
- รองรับหน่วยความจำเสริม microSD
- กล้องหลัง 4 ตัว
- Wide 13MP,FOV 75.2°, f/2.2, 1/3.1″, 1.12µm, PDAF
- Ultra wide 8MP,FOV 118°, f/2.2, 1/4.0″, 1.12µm
- Macro 5MP, f/2.4
- Depth 2MP, f/2.4
- กล้องหน้า 8MP, f/2.0, FOV 77.8°, FF
- รองรับการทำงานสองซิม 4G Dual Standby เครือข่ายที่รองรับ
- GSM: B2/3/5/8
- WCDMA: B1/2/4/5/8
- LTE-FDD: B1/2/3/4/5/7/8/20/28
- LTE-TDD เวอร์ชั่น1: B38/40/41 (2540-2640MHz)
- LTE-TDD เวอร์ชั่น 2: B38/40
- รองรับ Wi-Fi 802.11 b/g/n, Wi-Fi Direct, hotspot
- สนับสนุน Bluetooth 5.0, A2DP, LE
- เทคโนโลยีระบุพิกัด A-GPS, GLONASS, BDS
- มีสแกนลายนิ้วมือด้านหลังเครื่อง
- ระบบปฏิบัติการ Android 10 คลุมด้วย MIUI 11
- แบตเตอรี่ 5020mAh รองรับ Quick Charge TM 3.0 / Fast Charge 18W
- สีที่จำหน่าย Carbon Grey / Sunset Purple / Ocean Green
- ราคา RAM 3GB + ROM 32GB = 3,899 บาท / RAM 4GB + ROM 64GB = 4,599 บาท
แพ็คเกจของ Redmi 9 ก็เป็นแบบมาตรฐาน เรียบง่าย ด้วยกล่องสีขาว มีรูปเครื่องพร้อมชื่อรุ่นหน้ากล่องอย่างชัดเจน สำหรับอุปกรณ์ในกล่องประกอบด้วย
- เครื่อง Redmi 9
- อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ 10W (5V/2A)
- เคส TPU
- สาย USB Type-C
- เข็มจิ้มถาดซิม
- ใบรับประกัน+คู่มือการใช้งานเบื้องต้น
Redmi 9 แม้จะเป็นรุ่น Entry-level แต่งานดีไซน์จัดว่าดูดีบอดี้และเฟรมเป็นพลาสติก ด้านหน้าคลุมด้วยกระจก Gorilla Glass 3 สัดส่วนถือจับถนัดมือมีน้ำหนักแค่ 198 กรัม ซึ่งฝาหลังของรุ่นนี้มีการทำพื้นผิวแบบด้าน เพื่อป้องกันการเกิดรอยนิ้วมือ ยกเว้นบริเวณกล้องหลังที่เว้นพื้นที่เรียบให้เป็นวงกลมเพิ่มมิติในงานดีไซน์
ส่วนสีที่ขายก็มีทั้ง เทา (Carbon Grey), เขียว (Ocean Green) และ ม่วง (Sunset Purple) ที่เห็นอยู่ในมือตอนนี้
หน้าจอให้มา 6.53 นิ้ว ใช้พาแนล IPS TFT LCD ขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ 1080 x 2340 พิกเซล อัตราส่วนการแสดงผล 19.5:9 มีพื้นที่แสดงผล 89.83% ดันความสว่างได้สูงสุด 400nit ถือว่าพอสู้กับแสงแดดได้ประมาณหนึ่ง
ตัวจอดีไซน์แบบ Dot Drop มีรอยบากสำหรับกล้องหน้า ซ่อนลำโพงสนทนากับเซ็นเซอร์ต่างๆ ไว้ที่ขอบเล็กๆ ด้านบนของจอ ส่วนพื้นที่ด้านล่างจอก็เหลือขอบไว้พอประมาณ
ตัวกล้องหลังของรุ่นนี้จัดวางเป็นแนวตั้งกลางหลังเครื่อง โดยมี 2 แถว แถวแรกมีกล้องหลัก, กล้อง Ultrawide, กล้อง Depth กับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ขณะที่อีกแถวเป็นกล้อง Macro กับแฟลช LED
ปุ่มกดทั้งหมดจะอยู่ที่ขอบด้านขวา ขณะที่ขอบซ้ายเป็นช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Triple slot สำหรับขอบด้านบนมี IR blaster กับ ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน ส่วนขอบด้านล่างเป็นช่องเสียบหูฟัง 3.5มม., พอร์ต USB-C, ลำโพงหลัก และ ไมโครโฟน
สเปคภายในของ Redmi 9 มากับชิป Mediatek Helio G80 ผลิตบนสถาปัตยกรรม 12 นาโนเมตร ประมวลผลแบบ Octa-core โดยมีแกน Cortex-A75 จำนวน 2 แกน กำลัง 2.0GHz ทำงานร่วมกับแกน Cortex-A55 อีก 6 แกน กำลัง 1.8GHz พร้อมด้วย GPU Mali-G52 MC2 ประมวลผล CPU ได้ดีกว่า Redmi 8 ที่เป็นชิป Snapdragon 439 ถึง 82% และทำงานด้าน GPU ที่ดีขึ้น 309% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนที่เป็น Adreno 505
สเปคหน่วยความจำเป็น LPDDR4X RAM ทำงานกับ ROM eMMC 5.1 รองรับหน่วยความจำเสริม MicroSD Card โดยความจุที่ขายในไทยมี RAM 3GB + ROM 32GB กับ RAM 4GB + ROM 64GB ซึ่งเป็นเครื่องที่เราได้มารีวิว
แบตเตอรี่ Redmi 9 ใช้ความจุ 5020mAh ใช้ได้นานตลอดทั้งวันแน่นอน พร้อมด้วยเทคโนโลยีชาร์จกำลังไฟสูงสุด 18W ขณะที่ตัวอะแดปเตอร์ในกล่องจะรองรับถึง 10W เท่านั้น
ระบบปฏิบัติการรุ่นนี้ใช้ Android 10 คลุมด้วย MIUI 11 ใช้ง่ายไม่ซับซ้อน ฟีเจอร์พื้นฐานมีให้ครบ รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยที่มีทั้งสแกนลายนิ้วมือด้านหลังเครื่อง และการปลดล็อคด้วยใบหน้า
ด้านการเล่นเกมรุ่นนี้มากับฟีเจอร์ Game Turbo ช่วยรีดประสิทธิภาพของเครื่อง และจัดระบบการแจ้งเตือนต่างๆ ให้เหมาะสำหรับเล่นเกม ซึ่งจากการทดสอบด้วยเกมดัง Call of Duty Mobile ระดับกราฟฟิกเฟรมเรทสูงสุดเป็น Low-Medium, PUBG Mobile ได้ถึง HD-High ขณะที่ ROV เฟรมเรทอยู่ที่ 30fps
สำหรับคะแนน Benchmark ออกมาดังนี้
- PCMark for Android (Work 2.0) = 8614 คะแนน
- Geekbench 4 Pro = Single-core : 1708 คะแนน / Multi-core : 5288 คะแนน
- AnTuTu Benchmark V8.4.1 : 200770 คะแนน
เรื่องการถ่ายภาพ Redmi 9 เป็นมือถือที่ให้กล้องหลังมาถึง 4 ตัว ประกอบด้วย
- Main Camera 13MP,FOV 75.2°, f/2.2, 1/3.1″, 1.12µm, PDAF
- Ultra wide 8MP,FOV 118°, f/2.2, 1/4.0″, 1.12µm
- Macro 5MP, f/2.4
- Depth 2MP, f/2.4
จากสเปคจะเห็นว่าให้กล้องมาครบทุกระยะตั้งแต่กล้อง Ultrawide มุมมองรับภาพกว้างสูงสุด 118 องศา, กล้อง Macro ที่ถ่ายได้ใกล้ถึง 4 ซม. หรือจะเป็นกล้อง Depth สำหรับถ่ายภาพบุคคลหน้าชัดหลังเบลอ
ขณะที่กล้องหน้าอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 มุมมองรับภาพกว้าง 77.8° ระยะโฟกัสคงที่
สำหรับโหมดการถ่ายภาพอยู่ในเกณฑ์พื้นฐานมี AI สำหรับตรวจจับซีนที่ถ่าย, โหมด Portrait, โหมด Pro หรือจะเป็นการถ่ายวีดีโอ Slow Motion 720p@120fps และโหมดใหม่ Kaleioscope ก็มีให้เล่น
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง Redmi 9
Redmi 9 มีเข้ามาขายในไทย 2 สเปคคือ RAM 3GB + ROM 32GB ราคา 3,899 บาท และ RAM 4GB + ROM 64GB ราคา 4,599 บาท โดยภาพรวมทั้งงานออกแบบที่ดูแข็งแรงทำฝาหลังลดรอยนิ้วมือ พร้อมประสิทธิภาพที่สมราคา ก็ขอยกให้เป็นรุ่นเล็กที่คุ้มค่าอีกตัวหนึ่ง
































































