
Xiaomi กำลังได้รับบทเรียนว่าการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามีความแตกต่างจากการผลิตสมาร์ทโฟนเป็นอย่างมาก โดยแผนกยานยนต์ของบริษัทได้ประกาศผลการส่งมอบรถยนต์ประจำเดือนมิถุนายน 2026 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงตัวเลขประสิทธิภาพที่มั่นคง โดยที่ผู้ผลิตหน้าใหม่รายนี้สามารถส่งมอบรถยนต์ได้มากกว่า 30,000 คัน ในช่วงเดือนดังกล่าว และรักษาอัตราการส่งมอบให้คงที่เหนือระดับ 30,000 คัน ได้ติดต่อกันเป็นเวลาสามเดือน
ความสม่ำเสมอมักจะเป็นข่าวดีในวงการยานยนต์ แต่ตัวเลขเหล่านี้กลับเผยให้เห็นถึงปัญหา เนื่องจากแบรนด์ได้ตั้งเป้าหมายการขายในปีนี้ไว้สูงอย่างเหลือเชื่อ ซึ่งด้วยความเร็วระดับนี้ พวกเขาจะไม่สามารถเข้าสู่เส้นชัยได้
เมื่อดูจากตัวเลขที่คงที่จะเผยให้เห็นถึงภูเขาสูงที่ Xiaomi จำเป็นต้องปีน โดยตั้งแต่เดือน มกราคม – พฤษภาคม ของปี 2026 บริษัทได้ส่งมอบรถยนต์ให้แก่ลูกค้าไปแล้วรวม 150,317 คัน และเมื่อรวมกับรถยนต์อีกประมาณ 35,000 คัน (ตัวเลขคาดการณ์ในปัจจุบัน) ในเดือนมิถุนายน ทำให้ยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดในช่วงครึ่งแรกของปีอยู่ที่ประมาณ 185,000 คัน

สำหรับบริษัทที่เพิ่งเริ่มต้นขายรถยนต์ไฟฟ้าเมื่อไม่นานมานี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่แข็งแกร่ง แต่ฝ่ายบริหารขององค์กรได้ประกาศเป้าหมายการขายทั้งปีที่ทะเยอทะยานไว้ถึง 550,000 คัน ซึ่งหมายความว่าแบรนด์ต้องเผชิญกับยอดที่ขาดหายไปจำนวนมหาศาลประมาณ 365,000 คันสำหรับระยะเวลา 6 เดือนที่เหลือ
เพื่อลดช่องว่างที่สำคัญนี้ สายการผลิตจะต้องทำงานด้วยจังหวะที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 แบรนด์จำเป็นต้องทำยอดส่งมอบเฉลี่ยให้ได้ประมาณ 60,000 คันต่อเดือน ตั้งแต่เดือน กรกฎาคม – ธันวาคม เพื่อ ให้บรรลุเป้าหมาย 550,000 คันดังกล่าว นี่คือจุดที่ความจริงขัดแย้งกับความทะยานอยาก
เมื่อดูจากข้อมูลในอดีต ยอดส่งมอบต่อเดือนสูงสุดของแบรนด์ไม่เคยทะลุหลัก 40,000 คัน การขอให้โรงงานผลิตเพิ่มผลผลิตสูงสุดในทันทีถึง 50% ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่ค่ายรถยนต์ระดับเก๋าเกมส่วนใหญ่ยังต้องดิ้นรนเพื่อจัดการ
เมื่อพิจารณารายละเอียดของแต่ละรุ่น พบว่า Xiaomi SU7 ยังคงเป็นกำลังสำคัญของบริษัทอย่างชัดเจน โดยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ส่งมอบ SU7 ได้ถึง 24,023 คัน คิดเป็นสัดส่วนหลักของยอดขายทั้งหมด และยังคงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่าคำสั่งซื้อของ SU7 รุ่นใหม่สะสมทะลุ 80,000 คันแล้ว ทำให้มีแนวโน้มสูงที่ยอดขายรายเดือนของรุ่นนี้จะยังคงอยู่เหนือระดับ 20,000 คันต่อเดือนไปอีกระยะหนึ่ง ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน SU7 จึงกลายเป็นรุ่นที่แบกรับภาระหลักในการผลักดันยอดขายของ Xiaomi ให้เข้าใกล้เป้าหมายประจำปี
ในทางกลับกัน Xiaomi YU7 กลับมียอดส่งมอบลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน สะท้อนว่าผู้บริโภคจำนวนมากเลือกซื้อ SU7 มากกว่ารถครอสโอเวอร์รุ่นนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า YU7 มีโอกาสฟื้นตัวได้ยากในระยะสั้น ส่งผลให้ Xiaomi อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องพึ่งพารถรุ่นหลักเพียงรุ่นเดียวในการสร้างยอดขาย
เพื่อแก้ปัญหาความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ Xiaomi จึงเดินหน้าขยายไลน์อัปรถยนต์อย่างรวดเร็ว ระหว่างการประชุมผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2026 ทาง Lu Weibing พาร์ตเนอร์ของ Xiaomi Group เปิดเผยว่าบริษัทเตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
รถรุ่นดังกล่าวมีชื่อว่า “Skynomad N90” ซึ่งเป็นสมาร์ท SUV ครอบครัวขนาดใหญ่และอยู่ระหว่างการทดสอบบนถนนจริง แตกต่างจาก SU7 และ YU7 ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าล้วน โดย N90 จะใช้ระบบขับเคลื่อนแบบ EREV ซึ่งมีเครื่องยนต์น้ำมันขนาดเล็กทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ระหว่างการเดินทาง ช่วยลดความกังวลเรื่องระยะทางวิ่งสำหรับผู้ใช้งาน
รถรุ่นใหม่นี้ถูกวางตำแหน่งในตลาดระดับพรีเมียม พร้อมราคาคาดการณ์ราว 300,000 หยวน (หรือราว 1.46 ล้านบาท) หากเปิดตัวได้ตามแผน “Skynomad N90” จะเข้ามาเติมเต็มไลน์อัปรถยนต์ของ Xiaomi ซึ่งประกอบด้วย SU7, YU7 และ SUV รุ่นใหม่ อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามว่ารถรุ่นดังกล่าวจะสามารถช่วยผลักดันยอดขายได้ทันเวลาหรือไม่ ก่อนที่ปี 2026 จะสิ้นสุดลง
แรงทะลุพิกัด! Xiaomi YU7 GT SUV รถ EV สายโหด 990 แรงม้า เร็วสุด …
Xiaomi SU7 รุ่นปรับโฉมปี 2026 เปิดตัวแรง! กวาดยอดจอง … – TECHMX
Xiaomi EV ส่ง YU7 GT วิ่งอัตโนมัติไร้คนขับ ทำเวลาสถิติโลก ณ สนาม …