เผลอแป๊บเดียวก็จะผ่านพ้นครึ่งปีแรกของปี 2024 กันแล้ว สำหรับวงการมือถือในช่วงเกือบครึ่งปีที่ผ่านมานั้นก็ต้องบอกว่ายังคงดุเดือดเข้มข้นเหมือนเช่นเคย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมือถือรุ่นเรือธงที่แต่ละแบรนด์ต่างก็งัดทีเด็ดออกมามัดใจแฟน ๆ และผู้ใช้งานกันอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งสิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องประสิทธิภาพกล้อง ที่ถูกหยิบมาเป็นตัวชูโรงของมือถือเรือธงแต่ละรุ่นของทุก ๆ แบรนด์ จนทำให้หลายคนแอบแซวกันแล้วว่ามือถือเรือธงเดี๋ยวนี้กลายเป็น “กล้องถ่ายรูปที่โทรได้นิดหน่อย” ไปแล้วนั่นเอง

วันนี้ทาง mxphone เลยอยากมาพูดถึงมือถือเรือธงถ่ายภาพสวยที่เรายกให้เป็นหนึ่งในตัวตึงเรื่องกล้อง และเชื่อว่าหลายคนก็น่าจะนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ นั่นก็คือ Xiaomi 14 Ultra และ Xiaomi 14 ของทาง Xiaomi ซึ่งมากับความครบเครื่อง สเปกจัดเต็มแบบสุดทุกด้าน พร้อมประสิทธิภาพระดับแถวหน้าในกลุ่มมือถือเรือธง
ลองมาดูเหตุผลกันครับว่าทำไมเราถึงต้องยกให้ Xiaomi 14 Ultra และ Xiaomi 14 เป็นหนึ่งในมือถือเรือธงถ่ายภาพสวยที่น่าสนใจมากที่สุดในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2024 นี้
รีวิว Xiaomi 14 | 14 Ultra เรือธงกล้อง Leica สุดเทพ ที่คนชอบเล่นกล้องต้องห้ามพลาด!
รีวิว Xiaomi 14 Series กล้อง Leica ตัวเทพมาแล้ว – MX | Power ON
ผู้นำในด้านออปติคอลและกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมการถ่ายภาพด้วยมือถือ

จุดเด่นสำคัญเรื่องแรกของ Xiaomi 14 Ultra และ Xiaomi 14 เราขอยกให้ในเรื่องกล้องที่เรียกได้ว่าเป็นไฮไลท์เด็ดของทั้ง 2 รุ่นนี้เลยก็ว่าได้ กับความร่วมมือกับ Leica เพื่อมอบประสบการณ์การถ่ายภาพระดับมืออาชีพบนมือถือให้กับผู้ใช้งานนั่นเองครับ

โดยกล้องหลังของ Xiaomi 14 Ultra เป็น LEICA VARIO-SUMMILUX 1:1.63-2.5/12-120 ASPH. ประกอบด้วย
- กล้องหลัก 23mm Leica Wide 50MP, เซ็นเซอร์ 1 นิ้ว (Sony LYTIA LYT-900), f/1.63-f/4.0, 3.2µm 4-in-1 Super Pixel Size, 8P Lens, OIS
- กล้อง 75mm Leica Floating Telephoto 50MP (Sony IMX858), f/1.8, OIS
- กล้อง 120mm Leica Periscope 50MP (Sony IMX858), f/2.5, OIS
- กล้อง 12mm Leica Ultrawide 50MP (Sony IMX858), f/1.8, 122° FOV

ขณะที่กล้องหลังของ Xiaomi 14 เป็น LEICA VARIO-SUMMILUX 1:1.6-2.2/14-75 ASPH. ประกอบด้วย
- กล้องหลัก 23mm Leica Wide 50MP, เซ็นเซอร์ 1/1.31 นิ้ว (Light Fusion 900), f/1.6, 2.4µm 4-in-1 Super Pixel Size, 7P Lens, OIS
- กล้อง 75mm Leica Floating Telephoto 50/32MP (Total/Effective), f/2.0, OIS
- กล้อง 14mm Leica Ultrawide 50MP, f/2.2, 115° FOV
แม้ว่า Xiaomi จะร่วมมือกับทาง Leica (co-engineered with Leica) ให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานกล้องระดับมืออาชีพบนมือถือมาแล้วหลายรุ่น แต่สำหรับโมเดลรุ่น Ultra ที่เป็นตัวท็อปสุดของซีรีส์นั้น เชื่อว่าก่อนหน้านี้ยังมีน้อยคนมากที่เคยได้ลองสัมผัสของจริง

เพราะหากย้อนไปตั้งแต่ที่ Xiaomi ร่วมมือกับทาง Leica และเริ่มนำกล้องที่พัฒนาร่วมกันมาใช้ใน Xiaomi 12S Ultra เป็นรุ่นแรก แต่ว่ารุ่นนี้ก็ไม่ได้มีวางจำหน่ายในตลาด Global ทำให้หลายคนก็ยังไม่ได้สัมผัส และถัดมาเป็น Xiaomi 13 Ultra ที่ถึงแม้ว่าจะมีวางจำหน่ายในตลาด Global แต่ก็ไม่ถูกนำมาขายในไทย นั่นก็ทำให้หลายคนก็อาจจะยังไม่ได้สัมผัสอีกเช่นกัน

จนกระทั่งมาถึง Xiaomi 14 Ultra ซึ่งครั้งนี้ก็ไม่ทำให้ชาวไทยต้องผิดหวัง และได้ลองสัมผัสกับประสบการณ์ในการใช้งานโมเดลรุ่น Ultra ที่เป็นหนึ่งในมือถือตัวท็อปสุดของทาง Xiaomi กันแล้วนั่นเอง ขณะเดียวกันในส่วนของ Xiaomi 14 ที่ถึงแม้จะเป็นน้องเล็กของซีรีส์ แต่เรื่องกล้องก็ต้องบอกว่าทำได้โหดไม่แพ้กันครับ
โดยในกล้องถ่ายภาพของ Xiaomi 14 Ultra และ Xiaomi 14 เราจะเห็นโหมดสำคัญจาก Leica คือ Leica Authentic Look หรือภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของ Leica ที่เน้นความเป็นธรรมชาติและสมจริง และ Leica Vibrant Look หรือภาพที่มีชีวิตชีวาจาก Leica ที่เน้นความสดชื่นแจ่มใส









ส่วนโหมดสำหรับการถ่ายภาพต่าง ๆ ของทั้ง Xiaomi 14 Ultra และ Xiaomi 14 นั้นก็มีมาครบ ซึ่งก็จัดมาให้แบบแน่น ๆ ตามสไตล์ของ Xiaomi ทั้งโหมดอัตโนมัติ โหมดโปร โหมดภาพยนตร์ โหมดวิดีโอ โหมดภาพบุคคล โหมดกลางคืน โหมด 50MP โหมดพาโนรามา โหมดหนังสั้น โหมดสโลโมชั่น โหมดวิดีโอเคลื่อนไหวเร็ว โหมดการเปิดรับแสงนาน และอื่น ๆ

ซึ่งจากที่เราเคยได้ลองใช้งานจริงมาแล้วก็ยอมรับเลยครับว่า Xiaomi 14 Ultra และ Xiaomi 14 เป็นมือถือที่โดดเด่นเรื่องการถ่ายภาพมาก ๆ จะถ่ายย้อนแสง ถ่ายที่แสงน้อย ถ่ายกลางคืน ถ่ายบุคคล หรืออะไรก็แล้วแต่ ส่วนใหญ่ใช้โหมดการถ่ายแบบอัตโนมัติยังออกมาสวยจบหลังกล้องได้โดยแทบไม่ต้องปรับแต่งอะไรเพิ่มเติมเลย


ส่วนเรื่องการซูม Xiaomi 14 Ultra และ Xiaomi 14 ก็ทำได้โหดเอามาก ๆ โดยเฉพาะเดี๋ยวนี้ที่หลายคนเน้นเอามือถือไปซูมดูศิลปินในงานคอนเสิร์ตต่าง ๆ บอกเลยครับว่าเอาอยู่แน่นอน

นอกจากนี้ Xiaomi 14 Ultra ยังมีชุดอุปกรณ์เสริม Photography Kit ที่จะสามารถเปลี่ยน Xiaomi 14 Ultra ให้เป็นเหมือนกล้องถ่ายภาพระดับมืออาชีพได้อย่างง่ายดาย โดยมีทั้งตัวเคส กริป วงแหวนตกแต่งสีส้มและสีเงิน วงแหวนอะแดปเตอร์ 67 มิลลิเมตร และสายคล้องข้อมือ อีกทั้งยังมาพร้อมฟีเจอร์สุดเจ๋งยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย

ซึ่งบนตัวกริปจะมีปุ่มชัตเตอร์แบบ 2 จังหวะ ที่ทางค่ายเคลมว่ามีความไวของชัตเตอร์เพียง 0.7 วินาที พร้อมทั้งคันโยกซูม ปุ่มบันทึกวิดีโอที่ปรับได้ และแป้นหมุนแบบกำหนดเอง เพื่อให้ใช้งานได้เหมือนกับกล้องถ่ายภาพจริง ๆ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นแบตเตอรี่เสริมขนาด 1500mAh อีกด้วย

บอกเลยว่าชุดอุปกรณ์เสริม Photography Kit นี้เป็นไฮไลท์สำคัญของคนที่อยากซื้อ Xiaomi 14 Ultra มาใช้เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบเรื่องการถ่ายภาพแบบจริงจัง เพราะช่วยให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากชุดอุปกรณ์เสริมนี้ได้แบบจริง ๆ ที่เห็นประโยชน์แบบชัด ๆ เลยก็คือการซูมเวลาถ่ายวิดีโอนั้นตัวคันโยกซูมจะช่วยให้ถ่ายได้แบบสมูทมากขึ้น
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ Xiaomi 14 Ultra และ Xiaomi 14






























หน้าจอขนาดใหญ่ คมชัด ลื่นไหล เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การรับชมภาพได้เต็มอรรถรส

จุดเด่นสำคัญเรื่องที่สองของ Xiaomi 14 Ultra และ Xiaomi 14 เราขอยกให้ในเรื่องของหน้าจอ โดย Xiaomi 14 Ultra มาพร้อมกับหน้าจอ C8 AMOLED ขนาดใหญ่สะใจ 6.73 นิ้ว ความละเอียด WQHD+ (3200×1440 พิกเซล) 522 ppi สุดคมชัด สีสันสดใส รีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz LTPO AdaptiveSync Pro ใช้งานได้อย่างลื่นไหล และความสว่างสูงสุด 3000 nits (peak) รองรับ Dolby Vision, HDR10+, HDR10, HLG

ขณะที่ Xiaomi 14 มาพร้อมกับหน้าจอ C8 AMOLED ขนาด 6.36 นิ้ว ความละเอียด 1.5K (2670×1200 พิกเซล) 460 ppi รีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz LTPO AdaptiveSync Pro และความสว่างสูงสุด 3000 nits (peak) รองรับ Dolby Vision, HDR10+, HDR10, HLG

นอกจากนี้ทั้ง Xiaomi 14 Ultra และ Xiaomi 14 ยังมีขอบจอที่ค่อนข้างบางทั้ง 4 ด้าน จึงทำให้มีพื้นที่ในการใช้งานหน้าจอที่กว้าง จะเล่นโซเชียลฯ ท่องเว็บไซต์ ดูวิดีโอ เล่นเกม หรืออ่านตัวหนังสือต่าง ๆ ก็สามารถทำได้อย่างเต็มอรรถรสนั่นเอง
แบตเตอรี่ใหญ่จุใจ ใช้งานเต็มที่ได้ทั้งวัน พร้อมชาร์จไวสูงสุด 90W

จุดเด่นสำคัญเรื่องที่สามของ Xiaomi 14 Ultra และ Xiaomi 14 เราขอยกให้ในเรื่องของแบตเตอรี่และชาร์จเร็ว โดย Xiaomi 14 Ultra ให้แบตเตอรี่มาที่ 5000mAh รองรับชาร์จเร็วผ่านสายสูงสุด 90W และชาร์จเร็วไร้สาย 80W ขณะที่ Xiaomi 14 ให้แบตเตอรี่มาที่ 4610mAh รองรับชาร์จเร็วผ่านสายสูงสุด 90W และชาร์จเร็วไร้สาย 50W

เพราะไม่ว่าจะดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม เล่นโซเชียลมีเดียต่าง ๆ หรือถ้าใครใช้มือถือถ่ายรูปบ่อย เมื่อเปิดกล้องถ่ายรูปนาน ๆ จะรู้สึกได้เลยว่าแบตเตอรี่ลดเร็วเหลือเกิน ซึ่งแบตเตอรี่ของ Xiaomi 14 Ultra และ Xiaomi 14 ที่ให้มานั้นก็แทบจะเป็นขนาดความจุมาตรฐานที่มือถือหลาย ๆ รุ่นเลือกใช้กัน และก็มากพอที่จะใช้งานแบบปกติทั่วไปได้ยาว ๆ ตลอดทั้งวันอยู่แล้ว
ตรงจุดนี้เรายังมองว่า Xiaomi 14 Ultra และ Xiaomi 14 ทั้ง 2 รุ่นนี้ให้ความคุ้มค่าด้วยการที่ทางแบรนด์ใส่ชาร์จไวมาให้แบบจัดเต็ม โดยทั้งคู่รองรับชาร์จเร็วผ่านสายสูงสุด 90W ซึ่งถ้าเป็นเรือธงของบางแบรนด์นั้นยังรองรับชาร์จไวไม่เกิน 50W ด้วยซ้ำไปครับ
สเปกจัดเต็มสมราคาเรือธง ประสิทธิภาพเหลือล้นไม่เป็นรองใคร


จุดเด่นสำคัญเรื่องที่สี่ของ Xiaomi 14 Ultra และ Xiaomi 14 เราขอยกให้ในเรื่องของสเปก เพราะทั้ง 2 รุ่นนี้ใช้ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 8 Gen 3 ที่เป็นชิปเรือธงตัวล่าสุด มีหน่วยความจำ RAM LPDDR5X และ Storage UFS 4.0 ทั้งคู่ ซึ่งก็นับว่าแรงเหลือเฟือมากแล้วสำหรับการใช้งานต่าง ๆ เท่าที่มือถือระดับท็อป ๆ ในยุคนี้จะทำได้

แน่นอนว่าสเปกที่ให้มาของ Xiaomi 14 Ultra และ Xiaomi 14 ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรสำหรับการเล่นเกมทั้งหมดที่มีอยู่ในตอนนี้ โดยลองทดสอบเล่นเกมสุดฮิตหลากหลายแนวก็เล่นได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด สามารถตั้งค่าความละเอียดกราฟิกระดับสูงได้แบบสบาย ๆ เฟรมเรทไม่มีตก
ขณะที่การมี RAM สูง ๆ แน่นอนว่าจะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการใช้งานให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและลื่นไหลไม่มีสะดุด แม้ว่าจะรันแอปพลิเคชันหลายแอปฯ พร้อมกันนั่นก็ไม่มีปัญหา ส่วน ROM ที่ให้มาเยอะก็ช่วยให้หมดกังวลเรื่องหน่วยความจำเต็มเร็ว เพราะหลายคนอาจจะชอบทั้งถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน เกม รวมทั้งไฟล์มีเดียต่าง ๆ อย่างหนังหรือเพลง ฯลฯ
ดีไซน์สวยทันสมัย วัสดุสุดพรีเมียมสมราคา

มาปิดท้ายกันด้วยจุดเด่นในเรื่องของงานดีไซน์ตัวเครื่องของ Xiaomi 14 Ultra และ Xiaomi 14 ที่ออกแบบมาได้อย่างสวยงามลงตัวเอามาก ๆ

โดยฝาหลัง Xiaomi 14 Ultra จะมากับพื้นผิวที่เป็นหนัง Vegan Leather แบบ Nano-tech ให้ความรู้สึกที่ดูหรูหราพรีเมียมสมกับเป็นมือถือเรือธง และยังให้สัมผัสที่คล้ายกับกล้องถ่ายรูปของจริง โดยจะมีโมดูลกล้องรูปทรงวงกลมขนาดใหญ่ที่นูนออกมาจากตัวเครื่องพอสมควร ลักษณะการออกแบบดูคล้ายกันกับเลนส์กล้องถ่ายรูปของ Leica จริง ๆ

ขณะที่ Xiaomi 14 จะมากับพื้นผิวที่เป็นกระจกพื้นผิวมันวาว โดยจะมีโมดูลกล้องรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสโดดเด่นสะดุดตาที่นูนออกมาจากตัวฝาหลังเล็กน้อย
ซึ่ง Xiaomi 14 Ultra จะมี 2 สี คือ ดำ (Black) และ ขาว (White) ขณะที่ Xiaomi 14 จะมี 3 สี คือ ดำ (Black), ขาว (White) และ เขียว (Green)


ตัวบอดี้ของ Xiaomi 14 Ultra และ Xiaomi 14 ยังใช้วัสดุที่เป็นโลหะสวยงามแข็งแรง และมีขอบเครื่องแบบเรียบที่รับกับขอบโค้งมนเล็กน้อยของฝาหลัง ทำให้ถือจับกระชับเข้ารับกับสรีระของฝ่ามือได้ดี พร้อมรองรับการป้องกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68 ทั้ง 2 รุ่น
ยืนหนึ่งมือถือเรือธงถ่ายภาพสวยที่น่าสนใจมากที่สุดในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2024

ต้องบอกว่าการที่ Xiaomi ได้ Leica มาเป็นพาร์ทเนอร์ในการพัฒนากล้องบนมือถือร่วมกันนั้น ทำให้ Xiaomi 14 Ultra และ Xiaomi 14 ดูโดดเด่นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นหนึ่งในมือถือเรือธงที่ครบเครื่องและน่าสนใจมากที่สุดในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2024
Xiaomi 14 Ultra และ Xiaomi 14 จึงเป็นมือถือที่มีความครบเครื่องลงตัวในทุกด้าน ไล่กันตั้งแต่สเปกและประสิทธิภาพที่จัดเต็ม มีชาร์จไวที่เร็วสะใจ งานดีไซน์ก็ดูสวยงามพรีเมียมทันสมัย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องกล้องถ่ายภาพที่แน่นอนว่ามี Leica เข้ามาช่วย

และด้วยชื่อชั้นของแบรนด์ Xiaomi ที่มีแฟน ๆ ติดตามอย่างเหนียวแน่น จึงเชื่อว่า Xiaomi 14 Ultra และ Xiaomi 14 ทั้ง 2 รุ่นจะได้รับความนิยมไม่แพ้กันกับมือถือรุ่นอื่น ๆ ที่ผ่านมา ซึ่งถ้าใครได้ลองสัมผัสของจริงก็น่าจะต้องถูกใจอย่างแน่นอนครับ


โดยปัจจุบัน Xiaomi 14 Ultra และ Xiaomi 14 ก็มีวางจำหน่ายแล้ว Xiaomi 14 Ultra รุ่นความจุ 16GB+512GB วางจำหน่ายในราคา 40,990 บาท และ Xiaomi 14 รุ่นความจุ 12GB+512GB วางจำหน่ายในราคา 29,990 บาท ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม
รีวิว Redmi Note 13 Pro 5G รุ่นกลางตัวคุ้มงบหมื่นนิด ๆ ชิป Snapdragon 7s Gen 2 กล้อง 200MP
เสียวหมี่ จัดเวิร์คช้อปถ่ายภาพสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้แก่ลูกค้า Xiaomi 14 Series เพื่อสร้างผลงานภาพถ่ายตามสโลแกน Lens to legend