เอาพรีวิวมาเรียกน้ำย่อยก่อนจะเปิดตัวในไทยเร็ว ๆ นี้ สำหรับ Xiaomi 14 สมาร์ทโฟนจากซีรีส์เรือธงรุ่นล่าสุดของ Xiaomi ที่หลังจากที่ได้ลองเล่นกันไปเล็กน้อย เราจะมาสรุปให้ว่าตัวเรือธงรุ่นนี้มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง
เปิดด้วยเรื่องดีไซน์กันก่อน Xiaomi 14 ถูกผลิตด้วยวัสดุระดับพรีเมี่ยม เฟรมเครื่องใช้วัสดุอลูมิเนียม ฝาหลังโค้งเล็กน้อยเพื่อให้จับถนัดมือ ใช้งานได้สะดวก โดยสัดส่วนเครื่องจะอยู่ที่ 152.8 x 71.5 x 8.2 มม. หนัก 188 กรัม และมาพร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 ทางด้านสีที่วางจำหน่ายประกอบด้วย Black, White และ Jade Green

ทางด้านขอบเครื่องเองก็เป็นทรงแบนมีปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มพาวเวอร์อยู่ขอบด้านขวา ส่วนฐานเครื่องมีลำโพงหลัก ช่องใส่ซิมการ์ด พอร์ต USB-C และไมโครโฟน



ดีไซน์หน้าจอเป็นทรงแบนตามสมัยนิยมคลุมด้วยกระจก Gorilla Glass Victus พาแนลจอ CrystalRes AMOLED ขนาด 6.36 นิ้ว ความละเอียด 2670 x 1200px (1.5K) และ 460 PPI มี AdaptiveSync Pro ปรับอัตรารีเฟรชเรทได้ตั้งแต่ 1-120Hz และรองรับ Touch Sampling rate สูงสุด 240Hz

จอเรือธงรุ่นนี้มีเทคโนโลยี C8 สามารถดันความสว่างหน้าจอได้สูงสุด 3,000nits และยังรองรับรูปแบบการแสดงผล Dolby Vision HDR มีความหนาแน่นพิกเซลสูงถึง 460ppi ซึ่งแน่นอนว่ามีการันตีมาตรฐานการปกป้องดวงตาจาก TÜV Rheinland

เมื่อพลิกมาด้านหลังก็จะพบกับโมดูลกล้องทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ มีรูไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน ซึ่ง Xiaomi 14 ก็ยังคงทำงานด้านการถ่ายภาพร่วมกับฝั่งของ Leica โดยที่เลนส์กล้องเป็น LEICA VARIO-SUMMILUX 1:1.6-2.2/14-75 ASPH. ซึ่งเป็นเลนส์ประเภท Summilux Aspherical Lens ที่มีการเคลือบเลนส์เพื่อลดการเกิดแสงแฟร์

สำหรับกล้องหลักมีเซ็นเซอร์รับภาพ LightFusion 900 ที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ถึง 1/1.3 นิ้ว และให้ช่วงไดนามิกแบบเนทีฟสูง 13.5 EV ซึ่งตัวกล้องให้ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล เลนส์ประกอบ 7 ชิ้น ระยะโฟกัส 23มม. รูรับแสง F/1.6 และมีกันสั่น OIS
ตามข้อมูลระบุว่ากล้องหลักของรุ่นนี้สามารถเก็บแสงได้มากถึง 180% สูงกว่าที่ใช้ใน Xiaomi 13 ถึง 13% เรียกว่าการันตีเรื่องสีสัน และความคมชัด

ในส่วนของกล้อง Ultrawide เองก็มีการอัพเกรดความละเอียดเป็น 50 ล้านพิกเซล มุมมองรับภาพ 115 องศา ระยะโฟกัส 14 มม. เลนส์ประกอบ 6 ชิ้น รูรับแสง F/2.2

ขณะที่กล้อง Telephoto ก็เป็น Leica ระยะ 75 มม.ใช้ชุดเลนส์แบบลอยตัว Floating telephoto lens รองรับระยะโฟกัสตั้งแต่ 10 ซม.ไปจนถึงระยะอนันต์ ให้ความละเอียดสูงสุดใน Portrait Mode ที่ 50 ล้านพิกเซล (โหมดถ่ายแบบปกติอยู่ที่ 32 ล้านพิกเซล) เลนส์ประกอบ 6 ชิ้น รูรับแสง F/2.0 และมีกันสั่น OIS

โหมดการถ่ายภาพแน่นอนว่ายังคงเลือกได้ว่าจะถ่ายในโทน Leica Authentic Look หรือ Leica Vibrant Look พร้อมด้วยอัลกอริธึม Xiaomi Imaging Engine มาช่วยยกระดับความไวของชัตเตอร์ และการโฟกัส

ในส่วนของการถ่ายวีดีโอรุ่นนี้รองรับความละเอียดสูงสุด 8K@24fps และรองรับการถ่ายวีดีโอแบบ HDR ที่ 4K@60fps และมี Movie Mode ถ่ายวีดีโอบัด้วยมิติความชัดตื้น-ลึกบนเฟรมแบบภาพยนต์

สำหรับกล้องหน้าให้มา 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง F/2.0 มุมมองรับภาพ 89.6 องศา เลนส์ประกอบ 5 ชิ้น ขนาดพิกเซล 0.7um ถ่ายวีดีโอความละเอียดสูงสุด 4K@60fps และรองรับการถ่ายวีดีโอ HDR ความละเอียดสูงสุด 1080p@30fps

ตัวอย่างภาพจากกล้อง Xiaomi 14




























ทางด้านชิปประมวลผล Xiaomi 14 มากับชิปเรือธงรุ่นล่าสุดอย่าง Snapdragon 8 Gen 3 และนับว่าเป็นมือถือรุ่นแรกที่เปิดตัวมาพร้อมกับชิปรุ่นนี้ โดยเป็นชิปที่ใช้สถาปัตยกรรมขนาด 4nm ให้กำลังประมวลผล Octa-core สูงสุด 3.3GHz และใช้ GPU Adreno 750 มีเทคโนโลยีระบายความร้อน Xiaomi IceLoop system

สเปคความจำใช้ LPDDR5X 8533Mbps RAM + ROM UFS 4.0 มีตัวเลือกขนาด 12GB + 256GB กับ 12GB + 512GB แบตเตอรี่มีความจุ 4,610mAh รองรับชาร์จไวผ่านสาย HyperCharge 90W และแบบไร้สายที่ 50W ส่วนระบบปฏิบัติการเป็น Android 14 คลุมด้วย Xiaomi HyperOS

นอกจากเรือธงรุ่นพื้นฐานที่จะเข้ามาขายในไทยแล้วอีกรุ่นที่ทุกคนรอคอยอย่าง Xiaomi 14 Ultra เองก็ไม่พลาดเตรียมต่อคิวเข้ามาขายในไทยด้วย แถมยังมาพร้อมชุด Professional Photography Kit เป็นกริปแบตเตอรี่ 1,500mAh ที่มีปุ่มถ่ายวิดีโอแยกต่างหาก และ Dial ปรับค่ากล้อง และวงแหวนครอบเลนส์กล้องหลัง ซึ่งหลังจากได้จับตัวจริงมาแล้วต้องบอกเลยว่าใครที่เป็นเจ้าของเรือธงตัวนี้ก็ไม่ควรพลาดที่จะหาชุดอุปกรณ์เสริมนี้มาใช้คู่กัน




สำหรับ Xiaomi 14 Ultra ถ้าใครคิดว่า 14 ธรรมดาสุดแล้ว รุ่นนี้จะสุดยิ่งกว่า โดยที่กล้องของรุ่นนี้จัดเต็มมา 4 ตัว ใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาร่วมกับ Leica ทุกเลนส์ ซึ่งเป็นเลนส์ LEICA VARIO-SUMMILUX 1:1.63-2.5/12-120 ASPH. โดยที่กล้องแต่ละตัวจะประกอบไปด้วย

- กล้องหลัก Sony LYT-900 ขนาด 1 นิ้ว 50 ล้านพิกเซล ชุดเลนส์ 8 ชิ้น มี OIS รูรับแสงแบบปรับสลับได้ระหว่าง F/1.63 – F/4.0 มีเทคโนโลยี 4-in-1 Super Pixel 3.2μm
- กล้อง Telephoto ชุดเลนส์ Floating เซ็นเซอร์ Sony IMX858 ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ชุดเลนส์ 6 ชิ้น มี OIS รูรับแสง F/1.8 ถ่าย Macro ได้ในระยะ 10 ซม.
- กล้อง Ultra-Wide มุมมองรับภาพ 122 องศา Sony IMX858 ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ชุดเลนส์ 7 ชิ้น รูรับแสง f/1.8 รองรับการถ่าย Macro ระยะ 5 ซม.
- กล้อง Telephoto Periscope เซ็นเซอร์ Sony IMX858 50 ล้านพิกเซล มี OIS รูรับแสง F/2.5 รองรับการถ่าย Macro ระยะ 30 ซม.
ตัวกล้องรองรับการบันทึกวีดีโอความละเอียดสูงสุด 8K@30fps รองรับการถ่ายวีดีโอแบบ Dolby Vision สูงสุด 4K@60fps และ HDR ที่ 4K@30fps
ขณะที่กล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาด 1/3.14 นิ้ว มุมมองรับภาพ 90 องศา รูรับแสง F/2.0 รองรับการถ่ายวีดีโอความละเอียดสูงสุด 4K@60fps และแบบ HDR Dolby Vision สูงสุด 4K@30 fps


ทางด้านดีไซน์ตัวเครื่องทาง Xiaomi เลือกใช้วัสดุฝาหลังเป็นหนัง Vegan Leather แบบ Nano-tech เพื่อให้สัมผัสที่ใกล้เคียงกับการถือกล้องจริง ๆ ส่วนเรื่องขนาดจะอยู่ที่ 161.4 x 75.3 x 9.2 มม. และหนัก 219.8 กรัม
จอเป็นแบบ All around Liquid มีขอบโค้งเล็กน้อย ใช้พาแนล LTPO AMOLED 6.73 นิ้ว ความละเอียด 1440x3200px พร้อมอัตราการรีเฟรชสูงสุด 120 Hz รองรับ Dolby Vision และ HDR10+ ดันความสว่างได้สูงสุด 3,000nits คลุมป้องกันด้วยกระจก Shield Glass ที่เคลมว่าป้องการกันตกหล่มกว่า 10 ครั้ง

ทางด้านขอบเครื่องเองก็เป็นทรงแบนเกลาลบเหลี่ยมมุมมีปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มพาวเวอร์อยู่ขอบด้านขวา ขอบด้านบนมีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน ส่วนฐานเครื่องมีลำโพงหลัก ช่องใส่ซิมการ์ด พอร์ต USB-C และไมโครโฟน




ขณะที่ด้านหลังเครื่องจะมีโมดูลกล้องหลังทรงกลมสีดำขนาดใหญ่เพื่อใส่เลนส์กล้องทั้งสี่ตัว พร้อมโลโก้ LEICA
สเปคภายใน 14 Ultra ใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 3 มีเทคโนโลยีจัดการความร้อน Dual-Channel IceLoop System ติดตั้งหน่วยความจำ LPDDR5x RAM ขนาด 16GB กับ ROM UFS 4.0 ขนาด 512GB รันกับ Android 14 คลุมด้วย HyperOS แบตเตอรี่มีขนาด 5,000mAh รองรับชาร์จเร็วผ่านสาย 90W และไร้สาย 80W
ทั้งหมดก็เป็น พรีวิว คราวๆพร้อมตัวอย่างผลงานจากกล้องของ Xiaomi 14 รวมถึงพาไปจับตัวจริงของ Xiaomi 14 Ultra ส่วนกำหนดการวางจำหน่าย และราคาไทยจะเปิดมาที่เท่าไรนั้นต้องรอติดตามในงานเปิดตัว 13 มีนาคมนี้