
ใครที่ใช้งานอุปกรณ์ Windows แล้วเคยเลือก “Update and Shut Down” แต่พบว่าเครื่องกลับรีสตาร์ทเปิดใหม่เองแทนที่จะปิดลงตามคำสั่ง ต้องบอกเลยว่าคุณไม่ได้เจอปัญหานี้คนเดียวอย่างแน่นอน เพราะนี่คือหนึ่งในบั๊กที่อยู่คู่กับ Windows มายาวนานตั้งแต่สมัย Windows 10 จนถึง Windows 11
ล่าสุด Microsoft ได้ออกมาแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นทางการใน Windows 11 25H2 Build 26200.7019 (หรือ 26100.7019 สำหรับ 24H2)
ที่ผ่านมา ผู้ใช้หลายคนต่างเข้าใจว่าตัวเองอาจเผลอกด “Update and Restart” แทน “Update and Shut Down” เพราะทั้งสองตัวเลือกอยู่ติดกัน แต่ความจริงคือ นี่คือบั๊กของระบบ Windows เอง ซึ่งทำให้เครื่องรีบูตกลับมาหน้า Login หลังจากอัปเดตเสร็จ โดยไม่ได้ปิดเครื่องตามคำสั่ง
อย่างไรก็ดี Microsoft ยืนยันในเอกสารสนับสนุนของอัปเดต KB5067036 (อัปเดตเดือนตุลาคม 2025) ว่า
“เราได้แก้ไขปัญหาที่ทำให้ ‘Update and Shut Down’ ไม่ปิดเครื่องหลังอัปเดตในบางกรณีแล้ว”
ทั้งนี้ ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องติดตั้งอัปเดต KB5067036 เอง เพราะ Microsoft จะรวมแพตช์นี้ไว้ในอัปเดตหลักประจำเดือนพฤศจิกายน หรือ Patch Tuesday (11 พฤศจิกายน 2025) เพื่อให้ทุกเครื่องได้รับการแก้ไขโดยอัตโนมัติ

แม้ Microsoft จะไม่เปิดเผยรายละเอียดเชิงเทคนิคว่าปัญหานี้เกิดจากอะไร แต่จากการวิเคราะห์พบว่า สาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับ Windows Servicing Stack หรือ Race Condition ระหว่างกระบวนการติดตั้งอัปเดตและการสั่งปิดเครื่อง
ตามขั้นตอนปกติ “Update and Shut Down” จะมีสองกระบวนการคือ
- ติดตั้งอัปเดตที่ค้างอยู่ทั้งหมด
- ปิดเครื่องหลังอัปเดตเสร็จ
แต่ในความเป็นจริง Windows จำเป็นต้อง “รีบูตเข้าสู่โหมดออฟไลน์” เพื่อดำเนินการแทนที่ไฟล์บางส่วนที่ไม่สามารถทำได้ระหว่างการทำงานของระบบ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ผู้ใช้เห็นข้อความ “Working on updates” ปรากฏอยู่บนหน้าจอ หลังจากนั้น Windows ควรจะปิดเครื่องลง แต่ในกรณีที่เกิดบั๊ก คำสั่ง “Power off” กลับไม่ถูกส่งต่อ จนทำให้ระบบรีบูตกลับมาที่หน้า Login
บั๊กนี้จึงถูกมองว่าเป็น “เรื่องเล็กแต่สร้างความหงุดหงิด” ที่อยู่กับ Windows มานานหลายปี จนกระทั่ง Microsoft ออกแพตช์นี้มาแก้อย่างจริงจังในที่สุด
Nokia Lumia 1520 มาแล้ว สเปคตามคาด จอ 6 นิ้วกล้อง 20 MP
ASUS ROG Xbox Ally เปิดตัวแล้ว! ชิป AMD Ryzen Z2 แบตฯ สูงสุด …
Microsoft เปิดตัว Windows 11 ปรับดีไซน์ใหม่ น่าใช้ขึ้น รันแอป Android ได้ …