
Wikipedia พื้นที่ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น “เว็บไซต์ที่ดีที่สุดแห่งสุดท้าย” บนโลกอินเทอร์เน็ตที่เต็มไปด้วยโซเชียลมีเดียที่เป็นพิษและเนื้อหาที่สร้างโดย AI ที่ไร้คุณภาพ ล่าสุดกลับต้องเผชิญปัญหายอดผู้เข้าชม (Human Pageviews) ลดลงถึง 8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ตามรายงานจาก Marshall Miller ผู้บริหารมูลนิธิ Wikimedia Foundation เปิดเผยว่า หลังจากมีการอัปเดตระบบตรวจจับบอต พบว่าการเข้าชมที่เคยสูงผิดปกติในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนที่ผ่านมา มาจาก “บอตที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ” เมื่อระบบใหม่แยกบอตออกจากการเข้าชมของผู้ใช้จริงได้แม่นยำขึ้น จึงเผยให้เห็นว่ายอดเข้าชมจากผู้ใช้จริงลดลงต่อเนื่องตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
Miller ชี้ว่าสาเหตุหลักที่ทำให้ยอดผู้เข้าชมลดลง มาจาก “อิทธิพลของ Generative AI และสื่อสังคมออนไลน์” โดยเฉพาะเมื่อ เสิร์ชเอนจินเริ่มนำ AI มาสรุปคำตอบให้ผู้ค้นหาโดยตรง แทนที่จะส่งลิงก์มายังเว็บไซต์ต้นทางอย่าง Wikipedia และในขณะเดียวกัน คนรุ่นใหม่ก็หันไปเสพข้อมูลผ่านแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น เช่น TikTok หรือ YouTube Shorts มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม Google ก็ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ โดยยืนยันว่าการแสดงผล AI Summary ไม่ได้ลดปริมาณทราฟฟิกที่ส่งไปยังเว็บไซต์ต้นทาง
แม้ยอดผู้เข้าชมจะลดลง แต่ Miller มองว่านี่ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของ Wikipedia เพราะ “ความรู้จาก Wikipedia ยังคงถูกนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลในหลายแหล่ง ไม่ว่าจะผ่าน AI หรือระบบอื่น ๆ” ซึ่งเขาเสริมว่าองค์กรได้เคยทดลองใช้ระบบสรุปข้อมูลด้วย AI ของตัวเองเช่นกัน แต่ต้องหยุดชั่วคราวหลังมีเสียงคัดค้านจากบรรณาธิการอาสาในชุมชน
อย่างไรก็ดี การที่คนเข้าเว็บไซต์น้อยลงก็มีความเสี่ยง เช่น อาสาสมัครน้อยลง ซึ่งจะทำให้บทความใหม่ถูกสร้างหรืออัปเดตช้าลง และ ยอดบริจาคลดลง ซึ่งอาจกระทบต่อการดำเนินงานในระยะยาว
Miller ย้ำว่า บริษัทที่นำข้อมูลจาก Wikipedia ไปใช้ในผลิตภัณฑ์ของตน เช่น เสิร์ชเอนจินหรือโมเดล AI ควร “สนับสนุนให้ผู้ใช้คลิกกลับเข้าชมเว็บไซต์ต้นทาง” เพื่อให้ระบบนิเวศของความรู้ยังคงอยู่ได้
นอกจากนี้ Wikipedia ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา กรอบการอ้างอิงเนื้อหาใหม่ (Attribution Framework) เพื่อให้การใช้ข้อมูลจากสารานุกรมโปร่งใสและตรวจสอบได้มากขึ้น รวมถึงมีทีมงานสองชุดที่กำลังทำงานเพื่อ “ขยายฐานผู้อ่าน” และ “ดึงอาสาสมัครใหม่เข้ามา” พร้อมเชิญชวนผู้ใช้ทั่วไปให้มีส่วนร่วมในการรักษาความน่าเชื่อถือของเนื้อหา
“เมื่อคุณค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต จงคลิกเข้าไปอ่านแหล่งข้อมูลต้นทาง ตรวจสอบแหล่งอ้างอิง และพูดคุยกับคนรอบตัวถึงคุณค่าของความรู้ที่ถูกคัดสรรโดยมนุษย์จริง ๆ เพราะเนื้อหาที่อยู่เบื้องหลัง Generative AI เหล่านั้น ถูกสร้างขึ้นโดยผู้คนที่ควรได้รับการสนับสนุน” Miller กล่าว
ดีแทคปลื้มไวรัลคลิป “The Power of Love” ทุบสถิติยอดวิวกว่า 14 ล้านวิว …
AIS เปิดตัวแพ็คเกจ HBO ให้พิเศษเฉพาะลูกค้า AIS Play จ่ายเริ่มต้นเพียง …
หลุดภาพ Samsung Galaxy S24 Ultra ยันสัดส่วนโค้งน้อยลง แต่ไม่แบนราบ …