vivo แบรนด์สมาร์ตโฟนชั้นนำระดับโลก ส่งสมาชิกใหม่จากตระกูล Y Series เข้าไทยมาอีกรุ่น นั่นก็คือ vivo Y35 ซึ่งเป็นมือถือสเปคเร็วแรงคุ้มราคา ที่มาในสโลแกน “THAT’S Y” ดับเบิ้ลความสนุกขั้นสุด

โดย vivo Y35 นั้นได้ชูจุดขายทั้งหน้าจอขนาดใหญ่ 6.58 นิ้ว 90Hz ชิปเซ็ต Snapdragon 680 กล้องหลัก 50MP ดับเบิ้ลแรม 8GB + 8GB Extended RAM ดับเบิ้ลความเร็วกับชาร์จ 44W พร้อมตัวเครื่องบางเบาดีไซน์ฝาหลังสวยสะดุดตา ในราคาเพียง 8,999 บาท
ถ้าอยากรู้ว่า vivo Y35 รุ่นนี้ จะมีทีเด็ดอะไรที่น่าสนใจบ้าง ตามมาดูกันในรีวิวนี้ได้เลยครับ
แกะกล่อง

ตัวกล่องของ vivo Y35 จะเป็นสีขาวล้วน พร้อมประทับชื่อรุ่นขนาดใหญ่บริเวณด้านบนไว้อย่างชัดเจน

โดยภายในกล่องจะประกอบด้วย ตัวเครื่อง vivo Y35 พร้อมอุปกรณ์มาตรฐาน ได้แก่ อะแดปเตอร์ 44W / สายเคเบิล USB-C / เคสใส / ฟิล์มกันรอย (ติดมากับตัวเครื่อง) / อุปกรณ์ถอดถาดซิม / คู่มือการใช้งานและใบรับประกัน
ดีไซน์

vivo Y35 ยังคงนำเสนอจุดเด่นในเรื่องของความบางเบาเช่นเดียวกับมือถือจากตระกูล Y Series รุ่นอื่น ๆ ที่ผ่านมา โดยตัวเครื่องนั้นมีความหนาเพียง 8.28 มิลลิเมตร และน้ำหนักเพียง 188 กรัม จึงสามารถถือใช้งานได้อย่างสะดวกสบายด้วยมือข้างเดียว และจับกระชับเข้ารับกับสรีระของฝ่ามือได้ดีครับ

นอกจากนี้ vivo Y35 ยังมีดีไซน์ฝาหลังที่สวยสะดุดตา ซึ่งใช้เทคโนโลยีการเคลือบด้วยพื้นผิวแบบด้าน (AG) ที่ให้สัมผัสที่นุ่มนวล ทนต่อการขีดข่วน และไม่ทิ้งรอยนิ้วมือ โดยจะมีให้เลือก 2 สี คือ สีดำ Agate Black และสีทอง Dawn Gold

ซึ่งเครื่องที่เรากำลังรีวิวอยู่นี้จะเป็นสีดำ Agate Black ที่ได้แรงบันดาลใจจากการเปลี่ยนของแสงและเงา โดยอาศัยการหักเหแสงของโครงสร้างระดับไมครอนนับล้านเพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของแสงและเงา ให้ความรู้สึกลุ่มลึก และความแตกต่างของลายเส้นทำให้ดูซับซ้อนและมีชีวิตชีวาไปพร้อม ๆ กัน
ขณะที่สีทอง Dawn Gold ได้แรงบันดาลใจจากแสงเรืองรองของพระอาทิตย์ยามเช้าที่สาดตามเกลียวคลื่น เปรียบเสมือนแสงที่สะท้อนกันอย่างนุ่มนวล ให้ความรู้สึกสบาย และมาพร้อมนวัตกรรมการเคลือบพื้นผิวสองชั้น ซึ่งเป็นการผสมผสานสีใหม่ที่ลงตัว

สำหรับบริเวณด้านหลังเครื่องจะมีกล้อง 3 ตัว พร้อมไฟแฟลช LED จัดวางในโมดูลทรงสี่เหลี่ยมที่นูนออกมาจากตัวเครื่องเล็กน้อย ซึ่งกล้องหลังทั้ง 3 ตัวจะประกอบด้วย กล้องหลัก 50MP (f/1.8) + กล้อง Bokeh 2MP (f/2.4) + กล้อง Macro 2MP (f/2.4)

พลิกกลับมาที่หน้าจอของ vivo Y35 จะพบว่ารุ่นนี้มีหน้าจอ IPS LCD ขนาดใหญ่ 6.58 นิ้ว ความละเอียด 1080×2408 (FHD+) อัตราการรีเฟรชสูงสุด 90Hz ขอบเขตสี 96% NTSC และความสว่างสูงสุด 550 nits แสดงผลได้อย่างคมชัดสีสันสดใส
อีกทั้งยังมีขอบจอที่ค่อนข้างบางทั้ง 4 ด้าน จึงทำให้มีพื้นที่ในการใช้งานหน้าจอที่กว้าง จะเล่นโซเชียลฯ ท่องเว็บไซต์ ดูวิดีโอ เล่นเกม หรืออ่านคอนเทนต์ต่าง ๆ ก็สามารถทำได้อย่างเต็มอรรถรส

บริเวณด้านบนหน้าจอจะมีติ่งทรงหยดน้ำที่เป็นที่อยู่ของกล้องหน้า 16MP (f/2.0) พร้อมด้วยลำโพงสำหรับสนทนาที่อยู่แนบชิดติดขอบจอ

vivo Y35 มีสัดส่วนตัวเครื่อง 164.3×76.1×8.28 มิลลิเมตร พร้อมดีไซน์ขอบเครื่องแบบเหลี่ยมพิมพ์นิยม โดยขอบด้านขวาจะมีปุ่ม Power ที่เป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้วย และปุ่มปรับระดับเสียง

ขอบด้านบนจะมีช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Triple Slot (ซิม 1 + ซิม 2 + microSD)

ขณะที่ขอบด้านล่างจะช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร ไมโครโฟน พอร์ต USB-C และลำโพง ส่วนขอบด้านซ้ายจะเรียบ ๆ ไม่มีอะไร
ประสิทธิภาพและการใช้งาน

vivo Y35 รันด้วยระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 12 เวอร์ชันล่าสุด ที่ทำงานอยู่บน Android 12 ซึ่งก็มีลูกเล่นและฟีเจอร์ใหม่ให้เล่นเยอะ ส่วนหน้าตา UI หรือพวกเมนูตั้งค่าการใช้งานต่าง ๆ ก็เหมือนกันกับมือถือ Android ทั่วไปที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดีและใช้งานง่ายเหมือนเช่นเคยครับ



ด้านขุมพลังภายในของรุ่นนี้มากับชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 680 แบบ Octa-core ที่มีความเร็ว CPU สูงถึง 2.4GHz ร่วมกับหน่วยความจำ RAM 8GB + 8GB Extended RAM 3.0 และ ROM 128GB
โดยฟีเจอร์ Extended RAM 3.0 นั้นจะสามารถเปลี่ยนพื้นที่ว่างของหน่วยความจำ ROM ที่ยังไม่ได้ใช้มาเพิ่มเป็น RAM ได้อีก 8GB ทำให้มี RAM รวมกันมากถึง 16GB ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในจุดขายหลักของ vivo Y35 รุ่นนี้กันเลยทีเดียว


ซึ่งการมี RAM สูง ๆ แน่นอนว่าจะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการใช้งานให้เป็นไปอย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด จะเล่นเกมหนัก ๆ หรือเปิดหลายแอปฯ หลาย ๆ แอปฯ พร้อมกันก็ไม่มีปัญหา ส่วน ROM ที่ให้มาเยอะก็ช่วยให้หมดกังวลเรื่องหน่วยความจำเต็มเร็ว

เพราะหลายคนอาจจะชอบทั้งถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ หรือดาวน์โหลดแอปฯ เกม รวมทั้งไฟล์มีเดียต่าง ๆ ซึ่งหน่วยความจำขนาด 128GB ที่ให้มาจริง ๆ ก็นับว่าเหลือเฟือแล้วสำหรับการใช้งานโดยทั่วไปในชีวิตประจำวัน แต่ถ้าใครยังไม่จุใจรุ่นนี้ก็รองรับหน่วยความจำเสริม microSD สูงสุด 1TB ครับ

ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 6.58 นิ้ว จึงทำให้ vivo Y35 รุ่นนี้สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้เต็มอรรถรส ไม่ว่าจะใช้งานทั่วไป ดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกม ภาพสวยคมชัด แถมลำโพงก็ดังเสียงดีใช้ได้ด้วย Audio Booster 2.0 เพิ่มพลังเสียงสูงสุด 72dB



ซึ่งหน้าจอสามารถปรับตั้งค่าการแสดงผลได้หลากหลาย โดยในส่วนของอัตราการรีเฟรชหน้าจอนั้นจะเลือกให้เป็นแบบสลับอัจฉริยะที่ปรับเปลี่ยนได้แบบอัตโนมัติตามสถานการณ์การใช้งานจริง หรือจะเลือกเองก็สามารถตั้งค่าได้สูงสุด 90Hz


ทดสอบเล่นเกมต่าง ๆ หลากหลายแนว vivo Y35 ก็สามารถเล่นได้แบบสบาย ๆ ลื่นไหลดีครับ

ในเรื่องการเล่นเกม vivo Y35 จะมีฟีเจอร์ Ultra Game Mode ที่สามารถสลับระหว่างโหมด “ประหยัดแบตเตอรี่” โหมด “สมดุล” และโหมด “BOOST” ได้ทันทีจากแถบด้านข้าง ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้สนุกไปกับการเล่นเกมได้อย่างเต็มที่
โดยสามารถตั้งค่าต่าง ๆ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกม รวมทั้งการจัดการที่ช่วยให้ไม่ถูกขัดจังหวะจากการแจ้งเตือน หรือสายโทรเข้า เป็นต้น

และถึงแม้จะเป็นคนที่ต้องใช้งานมือถือหนักแค่ไหนก็สบายใจได้ เพราะ vivo Y35 ให้แบตเตอรี่มาแบบพอตัวที่ความจุ 5000mAh ซึ่งก็นับว่าเพียงพอที่จะใช้งานแบบปกติทั่วไปได้ยาว ๆ ตลอดทั้งวัน แถมยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นด้วยเทคโนโลยีประหยัดพลังาน AI และ vivo Energy Guardian




นอกจากนี้ vivo Y35 ยังมาพร้อมการชาร์จแบบย้อนกลับเพื่อทำหน้าที่เป็นแบตเตอรี่สำรองให้กับอุปกรณ์อื่น ๆ ได้ ที่สำคัญคือรองรับชาร์จไว 44W สามารถชาร์จได้ถึง 70% ภายในเวลา 34 นาทีเท่านั้นครับ



เรื่องความปลอดภัยของ vivo Y35 รุ่นนี้จะมีทั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Power และการสแกนใบหน้ามาให้ ซึ่งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือสามารถปลดล็อคได้อย่างรวดเร็วเพียง 0.24 วินาทีเท่านั้น
ส่องกล้อง







เรื่องกล้องก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดขายของ vivo Y35 ที่ถ่ายภาพได้สวยทุกระยะหรือแม้แต่ตอนกลางคืน ซึ่งรุ่นนี้มีกล้องหลัง 3 ตัว กล้องหลัก 50MP (f/1.8) + กล้อง Bokeh 2MP (f/2.4) + กล้อง Macro 2MP (f/2.4) และกล้องหน้า 16MP (f/2.0) พร้อมทั้งฟีเจอร์สำหรับถ่ายภาพมาให้แบบแน่น ๆ ตามสไตล์ของ vivo

โดยเฉพาะสายเซลฟีกับโหมดถ่ายภาพบุคคล ที่มีตัวเลือกในการปรับแต่งภาพในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการปรับโทนสีผิว รูปร่างใบหน้า หรืออื่น ๆ เพื่อให้ได้ภาพที่สวยงามเป็นธรรมชาติ






จะถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอด้วยโบเก้ ตกแต่งภาพถ่ายด้วยฟิลเตอร์ หรือแม้แต่ใครที่ไม่เก่งเรื่องการโพสต์ท่าถ่ายเซลฟี รุ่นนี้ก็มีไกด์ไลน์ท่าทางสำหรับโพสต์มาแล้วให้พร้อม เชื่อว่าถูกใจบรรดาสาว ๆ อย่างแน่นอน

สำหรับกล้องหลัก 50MP มาพร้อมเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ ช่วยให้ถ่ายภาพได้อย่างคมชัดทุกสภาพแสงส่วนกล้อง Bokeh 2MP นั้นจะช่วยให้ถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น ขณะที่กล้อง Macro 2MP ก็จะช่วยให้ถ่ายภาพโฟกัสวัตถุในระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร
ด้านโหมดสำหรับการถ่ายภาพอื่น ๆ นั้นก็ใช้งานได้ง่ายและไม่มีอะไรซับซ้อน ส่วนเรื่องความสวยของภาพนั้นทำได้ดีเกินคาด รวม ๆ แล้วก็ยอมรับว่าเป็นมือถืออีกเครื่องที่ใช้ถ่ายเล่นได้สนุกดีเลยทีเดียวครับ
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ vivo Y35







































ข้อมูลสเปค vivo Y35
- ขนาดตัวเครื่อง 164.3×76.1×8.28 มิลลิเมตร
- น้ำหนัก 188 กรัม
- หน้าจอ IPS LCD ขนาด 6.58 นิ้ว 1080×2408 (FHD+) อัตราการรีเฟรชสูงสุด 90Hz
- ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 680
- RAM 8GB + 8GB Extended RAM 3.0
- ROM 128GB
- รองรับ microSD สูงสุด 1TB
- กล้องหน้า 16MP (f/2.0)
- กล้องหลัง 3 ตัว
– กล้องหลัก 50MP (f/1.8)
– กล้อง Bokeh 2MP (f/2.4)
– กล้อง Macro 2MP (f/2.4) - ระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 12 บน Android 132
- แบตเตอรี่ 5000mAh, ชาร์จเร็ว 44W
- การเชื่อมต่อ 4G LTE, Wi-Fi ac (2.4GHz/5GHz), Bluetooth 5.0, USB-C
- สี ดำ Agate Black / ทอง Dawn Gold
สรุป

โดยปกติแล้วมือถือจากตระกูล Y Series ของ vivo ในหลาย ๆ รุ่นที่ผ่านมาก็มักจะได้รับความนิยมอยู่แล้ว ซึ่ง vivo Y35 รุ่นใหม่นี้ก็ยังคงตอบโจทย์ทุกการใช้งานด้วยสเปคและฟีเจอร์สุดครบครันในราคาสุดคุ้มค่า ชนิดที่ไม่ได้เป็นรองใครเมื่อเทียบกันกับมือถือระดับราคานี้ของคู่แข่งหลาย ๆ เจ้า

ส่วนตัวจึงมองว่า vivo Y35 เป็นเป็นอีกหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว สำหรับคนที่กำลังมองหามือถือเครื่องใหม่ ซึ่งตอบโจทย์ทุกการใช้งานด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 6.58 นิ้ว ชิปเซ็ต Snapdragon 680 กล้องหลัก 50MP แบตเตอรี่ 5000mAh ชาร์จไว 44W พร้อมตัวเครื่องบางเบาดีไซน์ฝาหลังสวยสะดุดตา ในราคาเพียง 8,999 บาท

สำหรับใครที่สนใจ เตรียมจองเพื่อเป็นเจ้าของ vivo Y35 ได้ตั้งแต่ 21 ต.ค. 2565 – 27 ต.ค. 2565 ที่ vivo Brandshop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ
พร้อมรับฟรีกระเป๋า Crossbody และ E-VIP (ประกันตัวเครื่องเป็น 2 ปี และประกันหน้าจอแตก 1 ครั้ง 1 ปี) มูลค่ารวม 5,898 บาท
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.vivo.com/th/ หรือเฟซบุ๊ก vivo Thailand