
vivo เพิ่มสมาชิกใหม่ในตระกูลเรือธง X-series ด้วยการเปิดตัว vivo X300 FE อย่างเงียบๆ ผ่านหน้าเว็บไซต์ทางการในประเทศรัสเซีย โดยอักษร “FE” นี้คาดว่าอาจย่อมาจาก Fan Edition หรือ Fashion Edition ซึ่งตัวเครื่องเป็นการรีแบรนด์มาจาก vivo S50 Pro mini ที่วางจำหน่ายเฉพาะในจีน แต่มีการอัปเกรดสเปกบางส่วนให้ทันสมัยยิ่งขึ้น
vivo X300 FE มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.31 นิ้ว ซึ่งถือว่าเป็นขนาดที่จับถนัดมือและกะทัดรัดสำหรับมาตรฐานปัจจุบัน โดยใช้พาเนล LTPO AMOLED ความละเอียด FHD+ รองรับอัตรารีเฟรชเรทแบบปรับระดับได้ 1-120Hz ให้ความลื่นไหลและประหยัดพลังงานในตัว

ด้านประสิทธิภาพ ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 8 Gen 5 (รุ่นมาตรฐาน) ทำงานร่วมกับ RAM แบบ LPDDR5X Ultra ขนาด 12GB และหน่วยความจำภายใน UFS 4.1 ขนาด 256GB หรือ 512GB จุดที่แตกต่างจากเวอร์ชันจีนคือการรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 6.0 ซึ่งถือเป็นมาตรฐานใหม่ล่าสุดที่ให้ความเสถียรและประหยัดพลังงานมากกว่าเดิม
ระบบกล้องหลังมาในดีไซน์ Camera Visor ที่กำลังเป็นที่นิยม ประกอบด้วย:
- กล้องหลัก: ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล (เซ็นเซอร์ IMX921)
- กล้อง Telephoto: ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล (เซ็นเซอร์ IMX882) รองรับซูมออปติคอล 3 เท่า
- กล้อง Ultra-Wide: ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
แม้ตัวเครื่องจะเล็กแต่ vivo สามารถบรรจุแบตเตอรี่เทคโนโลยี Silicon-Carbon (Si-C) มาให้ถึง 6500mAh รองรับชาร์จไวแบบสาย 90W และชาร์จไร้สาย 40W ตัวเครื่องยังผ่านมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 และ IP69 อีกด้วย

vivo X300 FE รันบนระบบปฏิบัติการ OriginOS 6 (บนพื้นฐาน Android 16) ซึ่งมาพร้อมคำมั่นสัญญาในการอัปเดตระบบปฏิบัติการนานถึง 5 ปี และอัปเดตแพตช์ความปลอดภัยยาวนานถึง 7 ปี เพื่อการใช้งานที่คุ้มค่าในระยะยาว

vivo X300 FE มีให้เลือก 3 เฉดสี ได้แก่ Moonlight White, Cool Purple และ Graphite Black โดยเริ่มมีตัวแทนจำหน่ายในรัสเซียตั้งราคาเริ่มต้นไว้ที่ประมาณ 60,124 รูเบิล (หรือประมาณ 24,300 บาท) สำหรับรุ่นความจุ 12/256GB และคาดว่าจะเริ่มทำตลาดในภูมิภาคอื่นๆ เพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้
vivo V70 ผ่าน กสทช. ในไทยแล้ว คาดรีแบรนด์จาก vivo S50 ของจีน ลุ้นเปิด …
vivo เปิดตัว OriginOS 6 เวอร์ชัน Global ลื่นสุดบน Android 16 เริ่มอัปเดต …
vivo พาฟิน! ส่ง X300 Pro บุกแฟนคอนเสิร์ต BABYMONSTER โชว์พลัง ‘แค่ …