
นอกเหนือจากการเปิดตัวสมาร์ทโฟน X200 series รุ่นใหม่ และแท็บเล็ตสองรุ่นแล้ว vivo ยังได้เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ในประเทศจีน นั่นคือ Watch 5 ซึ่งเป็นการอัปเกรดเพิ่มเติมจาก Watch 3
ในแง่ดีไซน์ vivo Watch 5 ยังคงรักษารูปแบบหน้าปัดทรงกลมที่คุ้นเคย โดยมาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.43 นิ้ว แบบโค้ง อัตรารีเฟรช 60Hz และความสว่างสูงสุด 1,500nits
มีให้เลือกสองสี ได้แก่ Night Black และ Moonlight White พร้อมตัวเรือนที่ทำจากวัสดุอลูมิเนียมอัลลอยหรือสเตนเลสสตีล น้ำหนักตัวเครื่องลดลงเล็กน้อยเหลือเพียง 32 กรัม (ไม่รวมสาย) จากรุ่นก่อนหน้าที่หนัก 35 กรัม
รุ่นนี้รันบนระบบปฏิบัติการ BlueOS 2.0 ซึ่งมาพร้อมฟีเจอร์ซอฟต์แวร์ใหม่ๆ เช่น AI Sports Coach ที่สามารถติดตามท่าทางการวิ่ง ประสิทธิภาพการออกกำลังกาย และแนะนำแผนการออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมันตามอัตราการเต้นของหัวใจแบบเรียลไทม์
vivo อ้างว่า Watch 5 มีชุดฟีเจอร์การตรวจวัดสุขภาพที่ครอบคลุมมากขึ้น รองรับการติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ ระดับออกซิเจนในเลือด ความเครียด การนอนหลับ ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการเข้าร่วมการศึกษาเกี่ยวกับความดันโลหิตและสุขภาพหัวใจ

เช่นเดียวกับ Watch 3 รุ่นนี้ยังไม่มีระบบปฏิบัติการเต็มรูปแบบ แต่มีแอปสโตร์ที่ใช้งานได้ แต่รองรับแอปจากบุคคลที่สามแบบจำกัด อย่างไรก็ตามก็ครอบคลุมฟังก์ชันพื้นฐาน เช่น การโทรผ่านบลูทูธ การควบคุมเพลง และการแจ้งเตือน รวมถึงรองรับ NFC สำหรับการชำระเงิน, GPS สำหรับการติดตามกิจกรรมกลางแจ้ง และมีมาตรฐานกันน้ำระดับ 5ATM
จุดเด่นที่สำคัญที่สุดคืออายุการใช้งานแบตเตอรี่ vivo ระบุว่า Watch 5 สามารถใช้งานได้นานถึง 22 วันในโหมดบลูทูธ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ AI Smart Window ใหม่ที่จัดลำดับความสำคัญของข้อมูลที่ผู้ใช้มีแนวโน้มจะต้องการตามพฤติกรรมการใช้งาน
Watch 5 รองรับทั้งอุปกรณ์ Android และ iOS ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่พบได้ทั่วไปในวงการสมาร์ทวอทช์ สำหรับผู้ใช้ในจีน สามารถใช้งาน WeChat ได้โดยตรงบนนาฬิกา
vivo Watch 5 มีราคาอยู่ที่ 799 หยวน ประมาณ 3,600 บาท สำหรับรุ่นสายซิลิโคน และ 999 หยวน ประมาณ 4,500 บาท สำหรับรุ่นสายหนัง
เปิดสเปค vivo Pad5 Pro, Pad SE และ Watch 5 ก่อนวางขายในจีน
vivo V50 Lite มือถือแบตแกร่ง เตรียมเปิดตัวในไทย พร้อมนาฬิกาอัจฉริยะ