vivo เปิดประเดิมต้นปี 2022 นี้ด้วยการเปิดตัว vivo V23 5G มือถือสายเซลฟีรุ่นใหม่จากตระกูล V Series มาเอาใจแฟน ๆ

โดย vivo V23 5G รุ่นนี้ก็แทบจะเป็นมือถือร่างฝาแฝดกันกับ vivo S12 ที่เปิดตัวในจีนไปเมื่อเดือนก่อน ซึ่งตอนที่เปิดตัวในจีนนั้นยังได้ปลุกเร้ากระแสด้วย 4 พรีเซนเตอร์สุดฮอตแห่งยุค ทั้ง ลิซ่า BLACKPINK ศิลปินเกิร์ลกรุ๊ป K-POP ชื่อดังขวัญใจชาวไทย ร่วมกับศิลปินชายตัวท็อปของฝั่งจีนอย่าง หลิว ห่าวหราน (Liu Haoran) และช่าย สวี่คุน (Cai Xukun) รวมทั้ง แจ็คสัน หวัง (Jackson Wang) นักร้องหนุ่มชาวฮ่องกง
นั่นจึงทำให้มือถือรุ่นดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมาก จนแฟน ๆ ต่างเฝ้ารอการเปิดตัวในไทยอย่างใจจดใจจ่อ และตอนนี้ vivo V23 5G ก็พร้อมให้ชาวไทยจับจองเป็นเจ้าของกันได้แล้วเป็นที่เรียบร้อย โดยชูจุดเด่นด้วยดีไซน์ตัวเครื่องที่สวยงามสะดุดตา อีกทั้งกล้องหน้าคู่ 50MP ถ่ายเซลฟีสวยสุดปัง สมกับสโลแกน “คมชัดทุกโมเม้นท์ที่เป็นคุณ”
ถ้าอยากรู้ว่า vivo V23 5G รุ่นนี้จะพกพาทีเด็ดที่น่าสนใจอะไรมาบ้าง ตามมาดูกันในรีวิวนี้ได้เลยครับ
แกะกล่อง

vivo V23 5G ยังคงนำเสนอความสวยโดดเด่นกันตั้งแต่ตัวกล่องเหมือน V Series รุ่นอื่น ๆ เช่นเคย โดยเป็นกล่องโทนสีน้ำเงินเข้มที่มีลูกเล่นด้วยความเป็นประกายระยิบระดับ พร้อมประทับชื่อรุ่น V23 ขนาดใหญ่บริเวณกลางกล่องไว้อย่างชัดเจน

เมื่อแกะกล่องออกมาก็จะพบกับตัวเครื่อง vivo V23 5G พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ให้มาครบถ้วน ซึ่งประกอบด้วย อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ 44W / สายเคเบิล USB-C / เคสใส / ฟิล์มกันรอย (ติดมากับตัวเครื่อง) / หูฟัง / สายแปลง USB-C เป็นช่องต่อหูฟัง 3.5mm / อุปกรณ์ถอดถาดซิม / คู่มือการใช้งานและใบรับประกัน
ดีไซน์

แค่แรกเห็นก็ยอมรับเลยว่า vivo V23 5G นั้นมาพร้อมดีไซน์ตัวเครื่องที่สวยสะดุดตาเอามาก ๆ ครับ โดยจะมีให้เลือก 2 สี คือ สีทอง Sunshine Gold ที่เป็นตัวชูโรงของรุ่นนี้เลยก็ว่าได้ เพราะมีไฮไลท์คือพื้นผิวฝาหลังสีทองอร่ามที่มีเทคโนโลยี Color Changing สามารถเปลี่ยนสีได้เมื่อโดนแสงอาทิตย์หรือแสงยูวี

ส่วนเครื่องที่เรากำลังรีวิวอยู่นี้เป็นสีดำ Stardust Black ที่ดูเรียบหรูและสวยงามเป็นประกายเวลาเอียงเครื่องไปมาสะท้อนกับแสง ซึ่งยังมีพื้นผิวแบบ Satin AG ที่ให้สัมผัสนุ่มลื่นเหมือนใยไหม พร้อมทั้งเทคโนโลยีป้องกันรอยนิ้วมือ ที่ช่วยให้ไม่เกิดรอยนิ้วมือบนฝาหลังอีกด้วย

บริเวณด้านหลังของ vivo V23 5G จะมีกล้อง 3 ตัวเรียงกันแบบแนวตั้ง พร้อมไฟแฟลช LED คู่ จัดวางในโมดูลทรงสี่เหลี่ยมที่นูนออกมาจากตัวเครื่องเล็กน้อย ซึ่งกล้องหลังทั้ง 3 ตัวจะประกอบด้วย เลนส์หลัก 64MP AF (f/1.89) + เลนส์ Wide-angle 8MP (f/2.2) + เลนส์ Macro 2MP (f/2.4)

สำหรับหน้าจอของ vivo V23 5G เป็นจอ AMOLED 6.44 นิ้ว ความละเอียด 1080×2400 (FHD+) แสดงสีสันได้อย่างสดใสคมชัด และมีขอบจอที่ค่อนข้างบางทั้ง 4 ด้าน จึงทำให้มีพื้นที่ในการใช้งานหน้าจอที่กว้าง จะเล่นโซเชียลฯ ท่องเว็บไซต์ ดูวิดีโอ เล่นเกม หรืออ่านตัวหนังสือต่าง ๆ ก็สามารถทำได้อย่างเต็มอรรถรส

บริเวณด้านบนหน้าจอจะมีรอยบากที่เป็นที่อยู่ของกล้องหน้าคู่ เลนส์หลัก 50MP AF (f/2.0) + เลนส์ Wide-angle 8MP (f/2.28) พร้อมด้วยลำโพงสำหรับสนทนาที่อยู่แนบชิดติดขอบจอ

ส่วนบริเวณด้านล่างหน้าจอของรุ่นนี้จะมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

ตัวบอดี้ของ vivo V23 5G ใช้วัสดุอะลูมิเนียมเกรดการบินที่แข็งแรงทนทาน แต่ก็คงไว้ด้วยความบางและเบา โดยมีความหนาเพียง 7.39 มิลลิเมตร และน้ำหนักเพียง 179 กรัม พร้อมกับขอบเครื่องแบบเหลี่ยมพิมพ์นิยม จึงถือจับกระชับเข้ารับกับสรีระของฝ่ามือได้ดี และใช้งานได้สะดวกสบายด้วยมือข้างเดียว


ขอบด้านขวาจะมีปุ่ม Power และปุ่มปรับระดับเสียง ส่วนขอบด้านล่างจะมีช่องใส่ซิมการ์ดแบบ 2 ซิมนาโน (ไม่รองรับ microSD) ไมโครโฟน พอร์ต USB-C และลำโพง


ขณะที่ขอบด้านบนจะมีไมโครโฟนอีก 1 ตัว ส่วนขอบด้านซ้ายจะเรียบ ๆ ไม่มีอะไร
ส่องกล้อง


แน่นอนว่าเรื่องกล้องคือหนึ่งในจุดขายสำคัญของ vivo V23 5G เพราะรุ่นนี้เป็นมือถือกล้องหน้าคู่ 50MP รุ่นแรกในไทย โดยกล้องหน้าเป็นเลนส์หลัก 50MP AF (f/2.0) + เลนส์ Wide-angle 8MP (f/2.28) ที่สามารถถ่ายเซลฟีได้ทั้งแบบปกติและมุมกว้าง อีกทั้งยังมีฟีเจอร์สำหรับถ่ายภาพมาให้แบบแน่น ๆ ตามสไตล์ของ vivo


โดย vivo ยังเป็นผู้คิดค้นนำเทคโนโลยี AI มาปรับใช้ในการถ่ายภาพเซลฟี ที่สามารถปรับแต่งส่วนต่าง ๆ ของใบหน้าหรือผิวพรรณได้หลากหลายเพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ดังนั้นเรื่องเซลฟีของรุ่นนี้จึงทำได้ดี คมชัดสมจริง และสวยงามเป็นธรรมชาติ
จะถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอด้วยโบเก้ ตกแต่งภาพถ่ายด้วยฟิลเตอร์ หรือแม้แต่ใครที่ไม่เก่งเรื่องการโพสต์ท่าถ่ายเซลฟี รุ่นนี้ก็มีไกด์ไลน์ท่าทางสำหรับโพสต์มาแล้วให้พร้อม เชื่อว่าถูกใจบรรดาสาว ๆ อย่างแน่นอน

และในบางสถานการณ์ที่เราอาจจะต้องถ่ายเซลฟีตอนกลางคืนหรือในที่ที่มีแสงน้อย vivo V23 5G นั้นจะมีไฟสปอตไลท์แบบ Dual-Tone ที่อยู่บริเวณขอบจอส่องสว่างขึ้นมาเพื่อช่วยเพิ่มความสว่างในการถ่ายภาพให้เราได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ Dual-View Video 3.0 ที่สามารถบันทึกวิดีโอทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังได้พร้อมกัน เหมาะกับการถ่ายวิดีโอสตอรีในมุมมองที่หลากหลาย
ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหน้า

ทางฝั่งกล้องหลังทั้ง 3 ตัวของ vivo V23 5G รุ่นนี้ก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน ถ่ายภาพได้สวยทุกระยะ โดยเลนส์หลัก 64MP AF (f/1.89) สามารถเก็บรายละเอียดของภาพถ่ายได้ดีมากยิ่งขึ้น ขณะที่เลนส์ Wide-angle 8MP (f/2.2) ก็สามารถเก็บภาพในมุมมองที่กว้างกว่าได้อย่างสมบูรณ์แบบ และสุดท้ายเลนส์ Macro 2MP (f/2.4) ก็สามารถเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ได้เป็นอย่างดีทีเดียวครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหลัง
ประสิทธิภาพและการใช้งาน

vivo V23 5G รันด้วยระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 12 เวอร์ชั่นล่าสุด ที่ทำงานอยู่บน Android 12 ซึ่งก็มีลูกเล่นและฟีเจอร์ใหม่ให้เล่นเยอะ ส่วนหน้าตา UI หรือพวกเมนูตั้งค่าการใช้งานต่าง ๆ ก็เหมือนกันกับมือถือ Android ทั่วไปที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดีและใช้งานง่ายเหมือนเช่นเคยนั่นเองครับ

ด้านขุมพลังภายในของรุ่นนี้มากับชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 920 ที่มีความเสถียรและจัดการด้านการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมรองรับ 5G แบบ Dual mode ทั้ง SA และ NSA
ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ vivo ก็ได้ร่วมมือวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี 5G SA กับผู้ให้บริการเครือข่ายอย่าง AIS และ True ทำให้มือถือของ vivo ที่รองรับ 5G SA ที่วางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบันทุกรุ่น รวมทั้ง vivo V23 5G สามารถใช้งานสัญญาณ 5G ความถี่ 700 MHz และ 2,600 MHz ทั้งบนเครือข่ายของ AIS และ True ได้อีกด้วย

ขณะที่หน่วยความจำของ vivo V23e 5G ก็ให้มาแบบจัดหนักด้วย RAM 12GB + 4GB Extended RAM และ ROM 256GB โดยฟีเจอร์ Extended RAM นั้นจะสามารถดึงพื้นที่หน่วยความจำ ROM มาเพิ่มเป็น RAM ได้อีก 4GB
การมี RAM สูง ๆ แน่นอนว่าจะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการใช้งานให้เป็นไปอย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด จะเล่นเกมหนัก ๆ หรือเปิดหลายแอปฯ หลาย ๆ แอปฯ พร้อมกันก็ไม่มีปัญหา ส่วน ROM ที่ให้มาเยอะก็ช่วยให้หมดกังวลเรื่องหน่วยความจำเต็มเร็ว

น่าเสียดายนิด ๆ ที่รุ่นนี้ไม่รองรับหน่วยความจำเสริม microSD เพราะหลายคนอาจจะชอบทั้งถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ หรือดาวน์โหลดแอปฯ เกม รวมทั้งไฟล์มีเดียต่าง ๆ อย่างหนังหรือเพลง ฯลฯ แต่สำหรับหน่วยความจำขนาด 256GB ที่ให้มาก็นับว่าเหลือเฟือแล้วสำหรับการใช้งานโดยทั่วไปในชีวิตประจำวัน


สำหรับสายเกม vivo V23 5G มีฟีเจอร์ Ultra Game Mode 2.0 ที่สามารถสลับระหว่างโหมด “ประหยัดแบตเตอรี่” โหมด “สมดุล” และโหมด “ประสิทธิภาพ” ได้ทันทีจากแถบด้านข้าง ซึ่งสามารถปรับแต่งการตั้งค่าต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับการเล่นเกมได้


และถึงแม้จะเป็นคนที่ต้องใช้งานมือถือหนักแค่ไหนก็สบายใจได้ เพราะ vivo V23 5G ให้แบตเตอรี่มาแบบพอตัวที่ความจุ 4200mAh ซึ่งก็นับว่าเพียงพอที่จะใช้งานแบบปกติทั่วไปได้ยาว ๆ ตลอดทั้งวันอยู่แล้ว ที่สำคัญคือรองรับเทคโนโลยีการชาร์จเร็ว 44W สามารถชาร์จจาก 1% เป็น 68% ได้ในเวลาเพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้นครับ
สรุปสเปค


- ขนาดตัวเครื่อง 157.20×72.42×7.39 มิลลิเมตร
- น้ำหนัก 179 กรัม
- หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียด 1080×2400 (FHD+)
- ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 920
- RAM 12GB + 4GB Extended RAM
- ROM 256GB
- กล้องหน้า 2 ตัว
– เลนส์หลัก 50MP AF (f/2.0)
– เลนส์ Wide-angle 8MP (f/2.28) - กล้องหลัง 3 ตัว
– เลนส์หลัก 64MP AF (f/1.89)
– เลนส์ Wide-angle 8MP (f/2.2)
– เลนส์ Macro 2MP (f/2.4) - ระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 12 ที่ทำงานอยู่บน Android 12
- แบตเตอรี่ 4200mAh, ชาร์จเร็ว 44W (11V/4A)
- การเชื่อมต่อ 5G (SA & NSA) แบบ Dual SIM, Wi-Fi ac (2.4GHz/5GHz), Bluetooth 5.2, USB-C
- สี Stardust Black / Sunshine Gold

สรุป
โดยปกติแล้วมือถือจากตระกูล V Series ของ vivo หลาย ๆ รุ่นที่ผ่านมาก็มักได้รับความนิยมอยู่แล้ว เพราะเป็นมือถือระดับกลางที่ให้สเปคจัดเต็มสมราคา และเมื่อเทียบกันกับมือถือระดับราคานี้ของคู่แข่งหลาย ๆ เจ้าก็นับว่า vivo V23 5G นั้นทำได้ดีไม่ได้เป็นรองใคร

ซึ่งเชื่อว่า vivo V23 5G จะสามารถตีตลาดมือถือระดับกลางได้แบบไม่ยาก จากกระแสความปังของ vivo S12 ที่เปิดตัวในจีนเหมือนที่กล่าวไปแล้วตั้งแต่ตอนต้น ประกอบกับความครบครันลงตัวทั้งงานดีไซน์ตัวเครื่องที่สวยงามและให้ความรู้สึกที่ดีเมื่อได้สัมผัส ที่สำคัญคือเรื่องของการถ่ายภาพที่กล้าการันตีเลยว่ารุ่นนี้สามารถถ่ายได้สวยไม่แพ้มือถือระดับท็อปหลาย ๆ รุ่น

ดังนั้น vivo V23 5G รุ่นนี้จึงเป็นอีกหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว สำหรับคนที่กำลังมองหามือถือเครื่องใหม่ในงบหมื่นกลาง ๆ ครับ
ราคา และช่องทางจำหน่าย

ทั้งนี้ vivo V23 5G เปิดราคาจำหน่ายในไทย 17,999 บาท เครื่องติดโปรฯ เริ่มต้น 6,989 บาท สามารถสั่งซื้อล่วงหน้าได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ – 20 มกราคม 2565 และเตรียมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 21 มกราคม 2565 ที่ vivo Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
พร้อมรับฟรี! VIP Card ขยายเวลารับประกันตัวเครื่องนาน 2 ปี และประกันหน้าจอแตกนาน 1 ปี รวมทั้ง Premium Gift มูลค่า 1,899 บาท และยังมีสิทธิ์ลุ้นรับ vivo V23 5G Win Special Gift Set มูลค่า 1,999 บาท อีกด้วย
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.vivo.com/th/ หรือเฟซบุ๊ก vivo Thailand

























































