ไวทัลไลฟ์–หัวเว่ย ผนึกความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสุขภาพพัฒนาโครงการศึกษาการประเมินความเสี่ยงภาวะน้ำตาลในเลือดสูงผ่านอุปกรณ์สวมใส่

โดย nineFangKhaoW | 5 พฤษภาคม 2569 เมื่อ 16:52 น.

ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ประกาศความร่วมมือกับ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย ในการต่อยอดศักยภาพของเทคโนโลยีสุขภาพดิจิทัล ผ่านโครงการศึกษาการประเมินความเสี่ยงภาวะน้ำตาลในเลือดสูง โดยใช้นาฬิกาอัจฉริยะของหัวเว่ย เพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพเชิงรุก และขับเคลื่อนการประยุกต์ใช้นวัตกรรมด้านสุขภาพในประเทศไทย

ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนวิสัยทัศน์ของหัวเว่ยในการยกระดับเทคโนโลยีอุปกรณ์สวมใส่ให้ก้าวข้ามบทบาทของการเป็นเพียงเครื่องมือในการติดตามสุขภาพประจำวัน สู่การเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพดิจิทัลที่สามารถสนับสนุนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้มากขึ้น ด้วยการผสานเทคโนโลยีเซนเซอร์ขั้นสูง การวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ และความเชี่ยวชาญทางการแพทย์จากพันธมิตรชั้นนำ

โครงการศึกษาการประเมินความเสี่ยงภาวะน้ำตาลในเลือดสูง จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีมาเสริมศักยภาพให้ผู้บริโภคสามารถรับรู้ เข้าใจ และตระหนักถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพของตนเองได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น พร้อมส่งเสริมแนวทางการดูแลสุขภาพเชิงรุกที่เชื่อมโยง ใช้งานได้จริง และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่มากยิ่งขึ้น

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานความเชี่ยวชาญของทั้งสองฝ่าย ได้แก่ หัวเว่ย ในฐานะผู้พัฒนาเทคโนโลยีอุปกรณ์สวมใส่และแพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัลสุขภาพ เพื่อรองรับกระบวนการลงทะเบียน การเข้าร่วมโครงการ การจัดการอุปกรณ์ ฟังก์ชันการประเมินความเสี่ยง และบริการด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้อง ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกันและการดูแลสุขภาพเชิงลึก ที่มีมาตรฐานการดูแลรักษาในระดับสากล เพื่อร่วมกันศึกษาศักยภาพของข้อมูลจากอุปกรณ์สวมใส่ในการสนับสนุนการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพในเบื้องต้น รวมถึงจะมีบทบาทในการสนับสนุนกระบวนการคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ รวมถึงการประเมินข้อมูลสุขภาพพื้นฐาน

โดยโครงการนี้ เกิดมาจากการที่หัวเว่ยได้ดำเนินงานวิจัยด้านสุขภาพในประเทศจีนมาอย่างต่อเนื่องผ่าน Huawei Research Platform ครอบคลุมการศึกษาในหลายมิติ อาทิ สุขภาพหัวใจ การหายใจ สุขภาพตับ ความดันโลหิตสูง และหัวข้อด้านสุขภาพอื่น ๆ โดยหัวเว่ยได้ร่วมมือกับองค์กรวิจัยมากกว่า 170 แห่ง และเข้าถึงผู้ใช้งานมากกว่า 17 ล้านราย ซึ่งช่วยเสริมความเชื่อมั่นว่าข้อมูลจากอุปกรณ์สวมใส่สามารถสร้างคุณค่าได้มากกว่าการติดตามการออกกำลังกาย และยังสามารถต่อยอดสู่การศึกษาและพัฒนาองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพในอนาคต

ต่อยอดจากความสำเร็จของงานวิจัยก่อนหน้าในประเทศจีน โครงการศึกษาการประเมินความเสี่ยงภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ถือเป็นก้าวสำคัญของหัวเว่ยในการนำการศึกษาด้านสุขภาพรูปแบบนี้ออกสู่ตลาดต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายในการศึกษาการประเมินความเสี่ยงภาวะน้ำตาลในเลือดผ่านอุปกรณ์สวมใส่ เพื่อช่วยให้การคัดกรองความเสี่ยงเบื้องต้นเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และช่วยให้ผู้ใช้งานตระหนักถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพของตนเองได้เร็วขึ้น

สำหรับการทำงานของโครงการ เมื่อผู้ใช้งานกดเข้าร่วมโครงการและให้ความยินยอมตามขั้นตอนที่กำหนด ระบบจะเริ่มกระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลสุขภาพจากอุปกรณ์สวมใส่ภายในช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อนำมาวิเคราะห์และประเมินระดับความเสี่ยงในเบื้องต้น โดยผลการประเมินอาจแสดงในรูปแบบระดับความเสี่ยง เช่น ความเสี่ยงต่ำ ความเสี่ยงสูง หรือไม่พบความเสี่ยงในเบื้องต้น เพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถรับรู้ข้อมูลสุขภาพของตนเองได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที

เพื่อสนับสนุนความแม่นยำและคุณค่าทางวิชาการของการศึกษา ผู้เข้าร่วมโครงการบางรายอาจได้รับการติดต่อจากโรงพยาบาลเพื่อขอความร่วมมือในการเข้ารับการตรวจค่าระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มเติม โดยข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำมาใช้ประกอบการประเมินผลการศึกษา ผ่านการเปรียบเทียบข้อมูลจากนาฬิกาอัจฉริยะกับผลการตรวจทางคลินิกจากโรงพยาบาล เพื่อช่วยปรับปรุงและพัฒนาโมเดลการประเมินความเสี่ยงให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายในการยกระดับความแม่นยำของโมเดลให้มากกว่า 90% ในอนาคต

ความร่วมมือครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายยังมีเป้าหมายในการต่อยอดองค์ความรู้จากผลการศึกษาไปสู่การแลกเปลี่ยนทางวิชาการและอุตสาหกรรม เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจด้านสุขภาพเชิงป้องกัน และยกระดับระบบนิเวศเทคโนโลยีสุขภาพของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

โดยอุปกรณ์รุ่นแรกที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการศึกษานี้คือ HUAWEI WATCH FIT 5 Pro ซึ่งเตรียมเปิดตัวในประเทศไทยเร็ว ๆ นี้ จะเป็นอุปกรณ์สวมใส่รุ่นแรกที่ถูกนำมาใช้ในโครงการศึกษาครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของหัวเว่ยในการพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ให้เป็นมากกว่าสมาร์ทวอทช์สำหรับการออกกำลังกาย แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศสุขภาพดิจิทัลที่สามารถสนับสนุนการดูแลสุขภาพเชิงรุกในชีวิตประจำวัน ผ่านการผสานเทคโนโลยีเซนเซอร์ ข้อมูลสุขภาพ และแพลตฟอร์มการวิจัย เพื่อยกระดับประสบการณ์การดูแลสุขภาพให้เข้าถึงง่ายขึ้นสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่

ทั้งนี้ อุปกรณ์สวมใส่ที่ใช้ในโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเชิงสังเกตและการวิจัยเท่านั้น มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้แทนการวินิจฉัย การรักษา หรือคำแนะนำทางการแพทย์จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ติดตามข่าวสารและอัปเดตเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ล่าสุดจากหัวเว่ยได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ Huawei Mobile TH หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้า คอมมูนิตี้ และบริการต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน My HUAWEI ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ผ่าน AppGallery

หัวเว่ย ประกาศวางจำหน่าย HUAWEI MatePad Mini จอ 8.8 นิ้ว เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ในราคาเพียง 18,990 บาท
HUAWEI MatePad Mini แท็บเล็ตไซส์มินิ 8.8 นิ้ว บาง-เบา-สบายตา มาพร้อมจอ Flexible OLED PaperMatte ราคา 18,990 บาท
HUAWEI Mate 80 Pro พร้อม HUAWEI FreeBuds Pro 5 และ HUAWEI WATCH Ultimate 2 Green Edition วางจำหน่ายแล้วในไทย
HUAWEI FreeBuds Pro 5 ยกระดับประสบการณ์เสียงระดับแฟลกชิป ด้วยระบบไดรเวอร์คู่ และเทคโนโลยี Dual-Engine ตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะด้วย AI
3 เหตุผลเด่นที่ทำให้หูฟัง HUAWEI FreeClip 2 เป็นผู้นำตลาดหูฟัง Open Ear ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้แบบไม่เหมือนใคร
HUAWEI จัดงาน Mate 80 Pro Special Pick-Up Event มอบประสบการณ์รับเครื่องสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมของสมนาคุณสูงสุด 34,990 บาท
ใหม่! HUAWEI FreeClip 2 สีม่วง ‘Berry Purple’ ที่สุดของหูฟัง Open-ear เบาสบาย ในดีไซน์ C-Bridge โดนใจสายแฟชัน เสียงแน่นทุกมิติ
5 เคล็ดลับสู่เส้นทางนักวิ่งระดับโปร ด้วย HUAWEI WATCH GT Runner 2
เปิด 3 เหตุผล ทำไม HUAWEI Mate 80 Pro จึงเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงที่น่าจับตามองแห่งปี

About Author

nineFangKhaoW

nineFangKhaoW

Partners