
Valve สร้างความตกตะลึงให้กับอุตสาหกรรมเกมด้วยการประกาศปรับขึ้นราคาเครื่องเล่นเกมพกพายอดนิยมอย่าง Steam Deck ในตลาดสหรัฐอเมริกา โดยมีอัตราส่วนราคาที่เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 46% ส่งผลให้มีระดับราคาที่ใกล้เคียงกับเครื่องเล่นเกมคอนโซลระดับไฮเอนด์ในปัจจุบัน
การปรับราคาในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ตัวเครื่องขาดตลาดไปนานหลายเดือน ซึ่งทาง Valve ระบุว่าตัวเครื่องไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงสเปกภายในแต่อย่างใด ทว่าราคาที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงสภาวะต้นทุนชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์ โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนหน่วยความจำ (RAM) และหน่วยความจำสำรอง รวมถึงอุปสรรคด้านการขนส่งสินค้าทั่วโลกที่แผ่ขยายวงกว้างไปทั้งอุตสาหกรรม
การเปลี่ยนแปลงราคาอย่างเป็นทางการมีผลบังคับใช้ทันที โดยแบ่งออกตามความจุของรุ่นหน้าจอ OLED ดังนี้

- Steam Deck OLED รุ่นความจุ 512GB : ปรับราคาเพิ่มขึ้นจาก 549 ดอลลาร์ หรือราว 17,880 บาท เป็น 789 ดอลลาร์ หรือราว 25,690 บาท (เพิ่มขึ้นเกือบ 44%)
- Steam Deck OLED รุ่นความจุ 1TB : ปรับราคาเพิ่มขึ้นจาก 649 ดอลลาร์ หรือราว 21,160 บาท เป็น 949 ดอลลาร์ หรือราว 30,950 บาท (เพิ่มขึ้นเกือบ 46%)
เมื่อเปรียบเทียบในเชิงราคาจะพบว่า Steam Deck OLED รุ่นความจุ 1TB ที่ปรับราคาใหม่นั้น มีมูลค่าสูงกว่าเครื่องเล่นเกมคอนโซลรุ่นใหญ่อย่าง PlayStation 5 Pro รุ่นความจุ 2TB ที่วางจำหน่ายในราคา 899 ดอลลาร์ หรือราว 29,300 บาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สถานการณ์ต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อเครื่องเล่นเกมพกพาที่วางจำหน่ายอยู่เดิมเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อแผนการตลาดสำหรับฮาร์ดแวร์เจเนอเรชันใหม่ของ Valve อีกด้วย โดยเฉพาะเครื่องเล่นเกมคอนโซลสำหรับใช้งานในบ้านอย่าง Steam Machine ที่เคยประกาศเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ทว่าปัจจุบันยังไม่สามารถดำเนินกระบวนการผลิตเพื่อออกวางจำหน่ายสู่ตลาดได้ เนื่องจากติดปัญหาด้านการควบคุมต้นทุนการผลิตภายใต้สภาวะตลาดชิ้นส่วนพีซีในปัจจุบัน
เปิดตัว Steam Deck OLED สีใหม่ “Limited Edition White” พร้อมขาย 18 …
เปิดตัว Steam Deck OLED อัพสเปคจอ รองรับ HDR และมีแบตอึดขึ้น …