
ย้อนกลับไปช่วงหนึ่งสัปดาห์ก่อนได้มีรายงานเกี่ยวกับร่างกฎหมายฉบับใหม่ของทางสหรัฐอเมริกาที่พยายามบังคับให้ ByteDance ต้องขายกิจการ TikTok หรือเผชิญกับการถูกแบนในสหรัฐฯ ซึ่งล่าสุด ร่างกฎหมายดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรไปเป็นที่เรียบร้อย โดยได้รับเสียงสนับสนุนอย่างแข็งขันจากทั้งสองพรรคด้วยผลการลงมติคือ 352 ต่อ 65 เสียง
อย่างไรก็ดีนี้ยังเป็นเพียงแค่ร่างกฏหมายเท่านั้น ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะเป็นการพิจารณาของทางวุฒิสภา โดยที่ทางวุฒิสมาชิกอย่าง Rand Paul เองก็อยู่ในฝั่งคัดค้านการแบนดังกล่าว ทำให้ทาง ByteDance ยังพอมีความหวังอยู่บ้าง
แต่ถึงกระนั้นหากร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา ประธานาธิบดี Joe Biden เองก็เคยออกมากล่าวว่าตัวเขาจะลงนามอนุมัติให้กฏหมายนี้ ถึงแม้ว่าทีมหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งใหม่ของ Biden จะเพิ่งเข้าร่วม TikTok เมื่อเดือนก่อน
ทั้งนี้หากย้อนกลับไปในปี 2020 หลายบริษัทในสหรัฐฯ ก็ได้แสดงความสนใจเข้าซื้อกิจการระดับโลกของ TikTok รวมถึง Microsoft (TikTok เป็นแอปพลิเคชันคู่ขนานในเวอร์ชั่นสากลของ Douyin แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของจีน) แต่ทางการจีนเองก็ได้ออกมาคัดค้านการขายกิจการดังกล่าว
ในกรณีที่ร่างกฎหมายมีผลบังคับใช้ก็จะเป็นการกำหนดให้ ByteDance ต้องขายกิจการภายในระยะเวลา 6 เดือน หลังจากนั้น บริษัทในสหรัฐฯจะถูกห้ามมิให้เป็นโฮสต์แอปของ ByteDance บน App Store ของตน หรือเท่ากับว่า TikTok จะถูกแบนจาก Apple App Store และ Google Play Store
อย่างไรก็ดีนี่เป็นเพียงขั้นตอนเบื้องต้น อีกทั้งยังมีกระบวนการทางกฎหมายอีกมากมายที่ต้องดำเนินการ ตัวอย่างเช่น เมื่อปีที่แล้ว รัฐมอนทาน่าของสหรัฐฯ ได้เคยมีคำสั่งแบน TikTok แต่เพียงไม่กี่เดือนต่อมา ผู้พิพากษารัฐบาลกลางได้มีคำสั่งระงับการแบนดังกล่าว โดยที่แน่นอนว่า ByteDance และทางการจีนจะผลักดันให้นำไปสู่แนวทางการรับมือที่แตกต่างออกไป
นอกจากนี้ TikTok ก็อาจจะไม่ใช่แอปเดียวที่ถูกแบน โดยที่พระราชบัญญัติคุ้มครองชาวอเมริกันจากแอปพลิเคชันที่ควบคุมโดยปรปักษ์ต่างชาติ (Protecting Americans from Foreign Adversary Controlled Applications Act) ก็อาจส่งผลกระทบต่อแอปพลิเคชันอื่น ๆ อีกด้วย เช่น WeChat ซึ่งเป็นแอปจาก Tencent ของจีน
ทั้งนี้หลายองค์กรภายในสหรัฐฯ เองก็คัดค้านการแบนเช่นกัน รวมถึง Electronic Frontier Foundation (EFF), American Civil Liberties Union (ACLU), Center for Democracy and Technology และ Fight for the Future โดย EFF และ ACLU ได้ร่วมกันเขียนจดหมายถึงคณะกรรมการพลังงานและพาณิชย์ของสภาผู้แทนราษฎร (House of Energy and Commerce Committee) เกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยที่ EFF และ ACLU ก็ยังได้ยื่นคำแถลงการณ์สนับสนุนการยกเลิกการแบนของรัฐมอนทาน่า