แกะกล่อง iPhone 7 Plus พร้อมเจาะลึกจุดเด่นใหม่ที่มีมากกว่าใน iPhone 6s / 6s Plus

โดย shyboy | 20 กันยายน 2559 เมื่อ 20:37 น. | อ่าน 8,574

iphone-7-7plus-aus-mxphone-80หลังจากที่เราได้มาชมการพรีวิวเครื่อง iPhone 7 / 7 Plus จากที่ Apple Store Sydney กันไปกับบทความก่อนหน้านี้แล้ว มาตอนนี้ เรามาแกะกล่อง iPhone 7 Plus เครื่องขายจริงกันดีกว่า โดยเครื่องที่เรานำมานั้น เป็นเครื่องที่ซื้อแบบปลดล๊อก ซึ่ง iPhone 7 Plus เป็น Sliver ทั้งสองเครื่องความจุขนาด 128GB

ความแตกต่างจากที่เราได้เห็นครั้งแรกเลยของกล่องเครื่องจำหน่ายจริง ออกแบบดูเรียบง่ายมาก โดยที่บนกล่องเครื่องขายจะสกรีนรูปด้านหลังเครื่อง จะบ่งบอกสีของเครื่องเลย ด้านข้างกล่อง งวดนี้มาแปลก สกรีนคำว่า iPhone เฉยๆ ไม่มีคำสร้อยท้ายต่อต่างจากรุ่นก่อนหน้านี้ ด้านหลังจะเป็นที่บอกความจุของเครื่อง รวมถึงอุปกรณ์ในกล่อง

iphone-7-7plus-aus-mxphone-87เริ่มแกะกล่อง ซีลที่ห่อหุ้มตัวเครื่องในรุ่นนี้ ทำมาเป็นรูปแบบใหม่ โดยสามารถแกะซีลจากเครื่อง โดยการลอกพลาสติกออกได้ง่ายมากๆ แถบกาวทำหน้าที่ยึดพลาสติก เวลาลอกตัวพลาสติกจะฉีกออกจากกัน ต่างจากรุ่นก่อนหน้านี้ ต้องใช้คัตเตอร์กรีดร่องกล่อง ถือว่าสะดวกสบายมาก ผมว่าดีนะ ป้องกันการซีลพลาสติกใหม่ ปลอดภัยกับคนซื้อด้วย

iphone-7-7plus-aus-mxphone-94แกะกล่อง ก็จะเจอ iPhone และด้านในจะพบกับซองใส่ SIM Ejector หรือเข็มแทงซิม, คู่มือการใช้งานฉบับย่อ 2 แผ่น และสติ๊กเกอร์โลโก้ Apple

iphone-7-7plus-aus-mxphone-103เปิดกล่องอีกชั้น จะเป็นสายหูฟังแบบ Lightning port และ Adapter แปลงจาก Lightning เป็น 3.5mm ถูกแพคกับกล่องกระดาษ อาจจะแปลกตากับรุ่นก่อนหน้านี้ ที่ชุดหูฟังใส่ในกล่องพลาสติกดูดีมีราคา ถัดมาเป็นปลั๊กไฟแบบที่ใช้งานเฉพาะ Australia และ New Zealand หากซื้อเครื่องศูนย์ไทย ปลั๊กไฟก็จะเป็นแบบแบน, สาย Lightning to USB ความยาว 1 เมตร

iphone-7-7plus-aus-mxphone-44อ่อ ลืมบอกไปครับ เครื่อง iPhone ที่ซื้อจากต่างประเทศ รับประกันแบบ World Wide Warranty เพราะฉะนั้น เครื่องที่ผมนำมาแกะกล่อง สามารถเข้าศูนย์ Apple Authorize Service Provider (AASP) ได้ทุกสาขาในไทย เงื่อนไขเหมือนเครื่องซื้อในไทยทุกประการ สบายใจหายห่วงได้เลย

iphone-7-7plus-aus-mxphone-50ส่วนเครื่อง iPhone 7 / 7 Plus เราไม่ลงรายละเอียดกันเยอะ แต่เราขอมา focus สักจุดที่เป็นตัวแปลหลักๆ เลยคือ ในส่วนของถาดใส่ซิม (SIM Tray) ที่ทำซีลยางไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้า และหากลองนำมาเปรียบเทียบกับถาดใส่ซิมของ iPhone 6s พบว่าถาดใส่ซิมของ iPhone 7 มีขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย และเมื่อนำมาสลับใส่ซิมกัน พบว่า ใส่ด้วยกันไม่ได้ทั้งคู่

iphone-7-7plus-aus-mxphone-146ส่วนช่องหูฟัง 3.5mm ที่ตัดออกไปนั้น ก็ได้ทำช่อง Speaker Grill เพื่อทำให้ balance ช่อง stereo speaker ไม่ได้เป็นช่องลำโพงเพิ่มเติมแต่อย่างใด

image by idownloadblog.com

image by idownloadblog.com

แต่พื้นที่ดังกล่าวนั้น นำมาใช้ในส่วนของที่เรียกว่า Barometric Vent เป็นชิ้นส่วนพลาสติกมีไว้เพื่อทำหน้าที่ วัดความกดอากาศ ความสูง และ Taptic engine ที่เป็นกลไกในการทำงานส่วนของปุ่มกดในการแยกแรงสัมผัสในแต่ละระดับ และตอบสนองต่อแรงสัมผัส ซึ่งทำงานแทนปุ่ม Home เดิมที่เป็นแบบกดได้ และพื้นที่อีกนิดหน่อยที่เหลือ เป็นพื้นที่ของแบตเตอรี่ (เดี่ยวรายละเอียดจะเล่าต่อในหัวข้อถัดไป)

เรามาเจาะ feature ที่ iPhone 7 / 7 Plus เพิ่มเติมจาก iPhone 6s / 6s Plus กันว่ามีอะไรบ้าง

Screenshot-2016-09-08-at-02.58.32-1200x6431. CPU Apple A10 Fusion
จากข้อมูลในวันเปิดตัว iPhone 7 / 7 Plus มาพร้อมกับ CPU A10 Quad-core แบ่งการทำงานเป็นแบบประสิทธิภาพสูง 2 คอร์ ขณะที่อีก 2 คอร์จะทำงานแบบประหยัดพลังงาน ทำให้ศักยภาพของชิปรุ่นนี้เร็วกว่า 40% และความเร็วการประมวลผลกราฟฟิคเร็วขึ้น 50% เมื่อเทียบกับ CPU A9 ของ iPhone 6s / 6s Plus

iphone-7-7plus-aus-mxphone-1402. กล้องหน้า-หลังใหม่ยกชุด
กล้องของรุ่นนี้ก็เป็นอีกจุดที่หลายคนสนใจมาตั้งแต่ก่อนเปิดตัวครับ โดยของ iPhone 7 มาพร้อมกับกล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ประกอบด้วยชุดเลนส์ 6 ชิ้น ทำงานกับเซ็นเซอร์ตัวใหม่ที่สามารถปรับรายละเอียดของภาพได้เร็วขึ้น 50% มีเทคโนโลยีกันสั่น OIS (Optical Image Stabilization) ค่ารูรับแสงกว้าง f/1.8 ติดแฟลชแบบ Quad-LED ที่ให้ความสว่างมากขึ้นเป็นเท่าตัว สามารถถ่ายภาพเป็นไฟล์ RAW ได้ ส่วนกล้องหน้าละเอียด 7 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.2 และฟังก์ชัน Retina Flash

iphone-7-7plus-aus-mxphone-125ด้านกล้องหลังของ iPhone 7 Plus เป็นแบบเลนส์คู่ ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลทั้ง 2 ตัว ทั้งสองเลนส์จะทำงานร่วมกันโดยตัวนึงจะเป็นเลนส์เทเลรูรับแสง f/2.8 และอีกตัวเป็นเลนส์กว้างรูรับแสง f/1.8 ทางยาวโฟกัส 56 มม.

iphone-7-7plus-aus-mxphone-61รุ่นนี้มีระบบซูมด้วยเลนส์ (Optical Zoom) 2 เท่า ซูมดิจิตอล (Digital Zoom) สูงสุด 10 เท่า สามารถถ่ายไฟล์ RAW มีฟีเจอร์ DOF (Depth of Field) หรือความชัดลึกชัดตื้นของภาพ สำหรับการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ ใกล้เคียงกับกล้อง DSLR ซึ่งฟีเจอร์การเก็บไฟล์ภาพ RAW และการถ่ายภาพชัดตื้นหลังเบลอ ต้องรออัพเดทใน iOS 10 ใหม่ล่าสุดเร็วๆ นี้ ซึ่งคาดว่าจะมาให้ iOS 10.1 ในเดือนตุลาคมนี้

iphone-7-7plus-aus-mxphone-112กล้องจาก iPhone 7 / 7 Plus มีแฟลช True Tone LED Flash มีมากถึง 4 ดวง ประกอบด้วยแสงโทนสีส้ม 2 ดวง และ โทนสีขาว 2 ดวง ซึ่งในรุ่น iPhone 6s มีเพียงแค่โทนสีละ 1 ดวงเท่านั้น พร้อมเซ็นเซอร์ที่จะตรวจจับและชดเชยการกะพริบของแสงไฟขณะถ่ายภาพและวิดีโอ

3. LTE Advanced
ข้อมูลตัวนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดในเชิงลึกครับ แต่ที่แน่นอนคือ iPhone 7 / 7 Plus รองรับ 3CA และข้อมูลเว็บไซต์ของ Apple ก็บอกเองรุ่นนี้รองรับ LTE Advanced ด้วยความเร็วสูงสุด 450Mbps มากกว่ารุ่น 6s / 6s Plus ที่รองรับความเร็วสูงสุด 300Mbps ขณะที่รุ่น SE รองรับความเร็วสูงสุด 150Mbps ซึ่งเป็นอานิสงค์จากโมเด็มและเสาอากาศแบบใหม่นั่นเอง

ดังนั้นใครที่ใช้งานโอเปอร์เรเตอร์ที่รองรับเครือข่ายแบบ 3CA ก็ยิ้มกับความเร็วที่มากกว่าเดิมเมื่อเทียบกับ iPhone 6s / 6s Plus ที่ใช้งานได้ 2CA เท่านั้น

Screenshot-2016-09-08-at-02.58.14-1200x7334. จอคมชัด Retina HD
หน้าจอทั้งสองรุ่นใช้จอแสดงผลแบบ Retina HD Display LED-Backlit (IPS) ของ iPhone 7 มีขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 1334×750 พิกเซล ส่วน iPhone 7 Plus ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล ซึ่งทั้งไซส์และความละเอียดเท่ากันกับรุ่น  6s / 6s Plus ครับ แต่ที่ดีกว่าคือให้ความสว่างได้มากกว่าถึง 25% พร้อมเทคโนโลยี Wide Color Gomut ช่วยให้การแสดงผลสีแม่นยำขึ้นและให้สีที่กว้างขึ้น และ 3D Touch ที่ยังมาในจอแสดงผลด้วย

iphone-7-7plus-aus-mxphone-1365. ปุ่ม home ใหม่ ไร้ปุ่ม
ปุ่ม Home ของ iPhone 7 / 7 Plus ถูกพัฒนาใหม่ให้มีความทนทาน ตอบสนองฉับไว และมีความไวต่อแรงกด โดยทำงานร่วมกับ Taptic Engine ทำให้สามารถตอบสนองต่อการสัมผัสได้แม่นยำมากขึ้น และยังปรับแต่งการทำงานได้ตามใจชอบ โดยสามารถปรับแต่งแรงสั่นได้ถึง 3 ระดับเมื่อเรากดปุ่ม Home ทำให้เหมือนได้ความรู้สึกกดปุ่ม Home ใน iPhone รุ่นก่อนๆ หน้านี้

iphone-7-7plus-aus-mxphone-1516. เปลี่ยนโลกใหม่ด้วยหูฟังแบบ Lightning port
สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้แตกต่างจากพี่น้องในตระกูลอย่างชัดเจนที่สุดคือการตัดช่องเสียบหูฟัง 3.5 mm ออกไป และพัฒนามาใช้หูฟังแบบ Lightning EarPods ที่เสียบผ่าน Lightning port ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ Apple กล้าทำและเปลี่ยนแปลงความรู้สึกของสาวกที่ชื่นชอบเสียงเพลงไป

หากต้องการใช้หูฟังแบบเดิม ในกล่องก็จะมี Adapter Lighting to 3.5 mm ตัวแปลงที่ทำให้ใช้งานกับหูฟัง 3.5 mm ได้ ซึ่งจะมาพร้อมในกล่อง แต่การพกพาชิ้นส่วนเพิ่มเติมแบบนี้ ก็เสี่ยงต่อการหายง่ายไปด้วยเช่นกัน

airpods-02หรือหากต้องการใช้หูฟังแบบไร้สาย ทาง Apple เองก็มีหูฟังแบบไร้สายอย่าง AirPods (วางจำหน่ายช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้) ให้ใช้งานเช่นกัน โดยหูฟังไร้สายตัวนี้ นึกภาพง่ายๆ ก็คือการหูฟังแบบ EarPods มาตัดสายออกไป เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth แบบ Native (ไม่ต้อง Pair เหมือนหูฟัง Bluetooth ทั่วๆ ไป) และมีเคสสำหรับชาร์จไฟผ่านสาย Lightning to USB

คุณสมบัติคร่าวๆ ของ AirPods สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง 5 ชม. และเคสมีแบตเตอรี่ชาร์จ AirPods ได้อีก 24 ชม. ใช้งานร่วมกับ iPhone, Apple Watch และ Mac (ต้องอัพเดทผ่าน iOS 10 ก่อนถึงจะสามารถใช้งานได้)

อีกเหตุผลของการตัดช่องหูฟังแบบ 3.5 mm ออกไป เป็นเพราะจะทำให้ระบบกันน้ำทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มพื้นที่ของแบตเตอรี่, Taptic Engine และ Barometric Vent ตามที่ได้กล่าวขั้นต้นของบทความ

apple_1474036095187

image by i.gadgets360cdn.com

7. แบตเตอรี่
แบตเตอรี่ของ iPhone 7 / 7 Plus ไม่ได้ถูกเจาะลึกในงานเปิดตัวมาก บอกแค่เพียงว่า iPhone 7 สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้นกว่า iPhone 6s ที่มีขนาดแบตเตอรี่ความจุ 1,715mAh ประมาณ 2 ชั่วโมง ขณะที่แบตเตอรี่ iPhone 7 Plus ใช้งานได้ยาวนานขึ้นกว่า iPhone 6s Plus ที่มีขนาดแบตเตอรี่ความจุ 2,750mAh ประมาณ 1 ชั่วโมง

แต่ในภายหลังก็ได้มีคนไปผ่าพิสูจน์พบว่า iPhone 7 จะมีแบตเตอรี่ความจุ 1,960mAh ส่วน iPhone 7 Plus นั้นก็มีแบตเตอรี่ความจุ 2,900mAh นั้นเอง ส่วนหนึ่งที่สามารถเพิ่มปริมาณความจุของแบตเตอรี่ได้ เป็นเพราะการยกเลิกใช้ช่องหูฟัง 3.5 mm นั้นเอง

iphone-7-7plus-aus-mxphone-618. สีใหม่ล่าสุด
นอกจากสีพื้นฐานอย่าง เงิน (Silver), ทอง (Gold) และ โรสโกลด์ (Rose Gold) แล้ว รุ่นนี้ก็ได้มีการตัดสีเทาเข้ม (Space Gray) ออกไป แล้วเพิ่มสีดำด้าน (Black) กับ ดำเงา (Jet Black) เข้ามาแทนครับ ขายเฉพาะรุ่นความจุ 128GB และ 256GB เท่านั้น และดูเหมือนว่าผู้บริโภคจะนิยมสีหลังมากกว่าแม้จะต้องเสี่ยงต่อการเป็นรอยง่ายก็ตาม

กว่าจะได้สี Jet Black นั้นทาง Apple ได้อวดสรรพคุณถึงขั้นตอนการทำว่าต้องผ่านการชุบผิว และขัดเงากว่า 9 ขั้นตอน ทีมงานเห็นครั้งแรกก็สวยงามมาก มันสะท้อนเงางามกว่าที่คิดไว้ ดูเป็นของมีราคา แต่ทว่าต้องแลกกันรอยนิ้วมือที่เลอะติดง่ายมากกับตัวเครื่อง หรือหากใช้ไปนานๆ โดยที่ไม่ได้ระวังมาก ก็อาจจะเป็นรอยขนแมวได้ง่ายอย่างแน่นอน

ทางที่ดีก็ต้องซื้อเคสมาใส่เพื่อกันรอย แต่ความเปร่งประกายของสี Jet Black ก็อาจจะไม่ได้เฉิดฉายตามความงามของมัน (ก็น่าเสียดายอยู่ไม่น้อย)

Screen-Shot-2016-09-07-at-2.54.29-PM9. กันน้ำกันฝุ่น
เป็นคุณสมบัติที่มากับ iPhone รุ่นนี้ครับ คือมีมาตรฐานกันน้ำ กันฝุ่น ระดับ IP67 ตามมาตรฐาน IEC 60529 ซึ่งเท่ากับว่ากันน้ำลึกได้ในระดับ 1 เมตร เป็นเวลา 30 นาที

แต่ที่เมืองนอกมีการทดสอบกันแล้วครับแถมผลยังออกมาโหดมากเพราะพบว่าหลังจากเอา iPhone 7 ไปแช่น้ำลึก 1.5 เมตร แล้วทิ้งไว้จนครบ 35 นาที ตัวเครื่องก็ยังใช้งานได้ปกติไม่มีอะไร ขณะที่บนเว็บ iFixit เองก็ทดลองเอาเครื่องไปแช่ตู้ปลาระดับน้ำราวๆ 50 เซนติเมตร นานถึง 7 ชั่วโมงครึ่งซึ่งก็ยังทำอะไร iPhone 7 ไม่ได้ ซึ่งหากเทียบกับ Samsung Galaxy S7 edge ที่เป็นรุ่นเรือธงที่เป็นรุ่นกันน้ำมาก่อนหน้านี้ ก็ยังด้อยกว่าเล็กน้อย สาเหตุส่วนหนึ่งคงเป็นเรื่องที่ iPhone 7 ได้ตัดช่องหูฟัง 3.5mm เลยอาจจะเป็นเหตุผลทำให้ระบบกันน้ำทำได้ดีกว่าทุกสถานการณ์

อย่างไรก็ตามการทดสอบเหล่านี้ไม่ควรลองทำด้วยตนเอง เป็นสถานการณ์ที่ทดลองภายใต้ความเสี่ยงสูงสุด (Worst case) ดังนั้นหากใช้งานแบบธรรมดาทั่วไป ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แม้แต่ทาง Apple เองยังย้ำถึงความสามารถกันน้ำ กันฝุ่นก็ไม่ใช่สิ่งถาวร และอาจจะลดลงจากการใช้งานตามปกติ เพราะฉะนั้นแล้วอย่าเสี่ยงโดยไม่จำเป็นจะดีกว่าครับ

Screenshot-2016-09-08-at-02.58.55-1200x55910. ลำโพง Stereo ซ้าย-ขวา
กับครั้งแรกของ iPhone ที่ลำโพงของ iPhone 7 / 7 Plus เป็นแบบ Stereo ซ้าย – ขวา โดยเสียงออกจากทางหูฟัง และช่อง Speaker Grill ให้เสียงที่ดังกระหึ่มกว่ารุ่นก่อนหน้านี้

11. ราคาแพงขึันในรุ่น iPhone 7 Plus
ราคาในช่วงเปิดตัวของ iPhone 7/ 7 Plus เมื่อเทียบกับตอนเปิดตัว 6s / 6s Plus เมื่อเดือนกันยายนปี 2015 (รุ่นที่ไม่ติดสัญญา) ถือว่าไม่แตกต่างกันเท่าไรครับ แต่ต้องทำความเข้าใจด้วยว่าในรุ่นนี้ได้มีการปรับฐานสเปคความจุเริ่มต้นใหม่ และยิ่งในรุ่น Plus ที่มาพร้อมกล้องคู่ ซึ่งราคาถ้าเทียบกันก็จะออกมาดังนี้

iPhone 6s VS iPhone 7 

  • iPhone 6s ความจุ 16GB ราคา 649 USD / iPhone 7 ความจุ 32GB ราคา 649 USD
  • iPhone 6s ความจุ 64GB ราคา 749 USD/ iPhone 7 ความจุ 128GB ราคา 749 USD
  • iPhone 6s ความจุ 128GB ราคา 849 USD / iPhone 7 ความจุ 256GB ราคา 849 USD

iPhone 6s Plus VS iPhone 7 Plus

  • iPhone 6s Plus ความจุ 16GB ราคา 749 USD / iPhone 7 Plus ความจุ 32GB ราคา 769 USD
  • iPhone 6s Plus ความจุ 64GB ราคา 849 USD / iPhone 7 Plus ความจุ 128GB ราคา 869 USD
  • iPhone 6s Plus ความจุ 128GB ราคา 949 USD / iPhone 7 Plus ความจุ 256GB ราคา 969 USD

iphone-7-7plus-aus-mxphone-123และทั้งหมดนี้ เป็นการพรีวิว iPhone 7 / 7 Plus แบบดึงจุดเด่นใหม่ๆ ของเครื่องเมื่อเทียบกับรุ่นเก่าอย่าง iPhone 6s / 6s Plus ด้วนรูปลักษณ์ของเครื่องที่ยังเป็น Pattern เดิม แต่ความสามารถในเรื่องของกล้อง กันน้ำ แบตเตอรี่ หน่วยประมวลผล ปุ่ม Home ใหม่ รวมถึงสีใหม่ทั้งดำ และ Jet Black เหล่านี้ ก็เป็นสิ่งที่ดึงดูดให้คนหันมาเปลี่ยนจาก iPhone 6s / 6s Plus เดิม เป็นรุ่นใหม่ได้ แต่ทีมงานมองว่า หากเป็นไปได้ ใครที่ถือ iPhone ซี่รีย์ตระกูล 6 ก็อยากให้อดใจ อดใช้เงินสักเล็กน้อย แล้วรอปีหน้าดีกว่าครับ คาดว่าเป็น iPhone แบบ Major Change แน่นอน

iphone-7-7plus-aus-mxphone-52สำหรับ iPhone 7 / 7 Plus ในไทยนั้น คาดว่าน่าจะขายในไทยประมาณช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งก็ไม่ต่างจากปีก่อนๆ หน้านี้  และราคา iPhone 7 คงไม่ต่างจาก iPhone 6s ส่วน iPhone 7 Plus จะสูงขึ้นเล็กน้อย เมื่อเทียบกับ iPhone 6s Plus

บทความชิ้นต่อไป เป็นบทความสุดท้ายของ iPhone 7 / 7 Plus ที่พูดถึงรูปจากกล้องที่เราใช้งานจริง ตลอดระยะเวลาเกือบสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมคอมเมนต์ที่แซ่บ บอกได้เลยว่า อย่าคาดหวังว่ากล้องจะเหนือคู่แข่งครับ

ขอบคุณสำหรับการติดตามครับผม ^ ^

About Author

shyboy

shyboy

Partners