
ทรู คอร์ปอเรชั่น โดย ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม (True Innovation Center) ประกาศความสำเร็จครั้งแรกในประเทศไทยด้วยการเปิดตัว “True SkyBridge” แพลตฟอร์มโลจิสติกส์ทางอากาศอัตโนมัติ (Autonomous Air Logistics Platform) เพื่อยกระดับระบบสาธารณสุข แก้ปัญหาและลดอุปสรรคด้านระยะทางในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลหรือยามเกิดภัยพิบัติ
โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง ทรู คอร์ปอเรชั่น, กระทรวงสาธารณสุข. สำนักงาน กสทช. และหน่วยงานพันธมิตร เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มที่สามารถปฏิบัติการได้จริงเหนือน่านฟ้าของประเทศไทย พร้อมเชื่อมต่อกับระบบสาธารณสุขเดิมและโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารของทรู
True SkyBridge คืออะไร?
True SkyBridge ไม่ใช่เพียง ระบบควบคุมโดรน แต่เป็นแพลตฟอร์มที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์ทางอากาศทั้งหมด ตั้งแต่การวางแผนภารกิจ การบริหารฝูงบิน การตรวจสอบความปลอดภัย การเชื่อมต่อกับระบบโรงพยาบาล ไปจนถึงการบันทึกข้อมูลการขนส่งแบบอัตโนมัติ

ระบบได้รับการออกแบบให้รองรับการขยายเครือข่ายทั่วประเทศ และสามารถเชื่อมต่อกับโดรนได้หลากหลายยี่ห้อโดยไม่ผูกกับผู้ผลิตรายใดรายหนึ่ง ซึ่งหนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ True SkyBridge คือการออกแบบให้สามารถทำงานร่วมกับระบบที่โรงพยาบาลใช้งานอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น
- ระบบสารสนเทศโรงพยาบาล (Hospital Information System)
- ระบบบริหารงานเภสัชกรรม
- ระบบห้องปฏิบัติการ
- ศูนย์ปฏิบัติการด้านสาธารณสุข
บุคลากรทางการแพทย์สามารถสั่งภารกิจ ติดตามสถานะ และยืนยันการส่งมอบได้จากระบบเดิม โดยไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ซอฟต์แวร์ใหม่ อีกทั้งยังรองรับการบริหารจัดการฝูงโดรนข้ามศูนย์การบิน (Multi-Hub Network Coordination) และใช้ระบบเอกสารอัตโนมัติผ่าน บล็อกเชน (Automated Chain-of-Custody) เพื่อบันทึกเวลาและพิกัดการขนส่ง ป้องกันการปลอมแปลงข้อมูล และลดภาระงานเอกสารของเจ้าหน้าที่

รูปแบบและกระบวนการทำงานของแพลตฟอร์ม ?
แพลตฟอร์ม True SkyBridge ใช้เทคโนโลยี AI ขับเคลื่อนในทุกมิติ โดยมีระบบ Autonomous Mission Intelligence ประเมินความเร่งด่วนของภารกิจอัตโนมัติ ซึ่งระบบสามารถพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ได้ เช่น
- ระดับความเร่งด่วนของผู้ป่วย
- ประเภทเวชภัณฑ์
- สภาพอากาศ
- ข้อจำกัดของน่านฟ้า
- น้ำหนักสิ่งของ
- ระยะทางบิน
- ประสิทธิภาพของเส้นทาง
ตัวอย่างเช่น โลหิตสำหรับการผ่าตัดฉุกเฉินจะได้รับลำดับความสำคัญสูงกว่ายาทั่วไปโดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ยังทำงานร่วมกับระบบบูรณาการระบบน่านฟ้าแบบเรียลไทม์ (Living Airspace Awareness) เพื่อประมวลผลน่านฟ้าและปรับเส้นทางหลบเลี่ยงอันตรายแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็น เขตห้ามบิน, ข้อจำกัดพื้นที่บิน, ตำแหน่งโดรนลำอื่น, สภาพอากาศ และ เหตุการณ์ฉุกเฉิน อีกทั้งยังมีระบบ Cold-Chain Intelligence ตรวจวัดอุณหภูมิของเวชภัณฑ์ตลอดการเดินทาง และ โหมด Disaster Resilience Resilience สำหรับจัดส่งอุปกรณ์ช่วยชีวิตฉุกเฉินในภาวะภัยพิบัติ
บริหารโดรนหลายแบรนด์พร้อมกัน
จุดเด่นสำคัญของ True SkyBridge คือการเป็นระบบเปิดที่รองรับโดรนได้ทุกแบรนด์ในตลาด (Multi-brand Compatibility) โดยที่สามารถ ติดตามสุขภาพของโดรนทุกลำ เช่น รอบชาร์จแบตเตอรี่, ประสิทธิภาพมอเตอร์, สภาพใบพัด, การทำงานของเซนเซอร์ และ คุณภาพการสื่อสาร พร้อมวิเคราะห์การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive Fleet Health Management) เพื่อป้องกันความเสียหายของอุปกรณ์ก่อนเกิดขึ้นจริง
เบื้องหลังการทำงานของแพลตฟอร์มคือโครงข่ายอัจฉริยะของทรู ซึ่งโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงาน กสทช. เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารให้ครอบคลุมระดับเพดานบินของโดรน ทำให้สามารถสื่อสารและรับส่งข้อมูลได้ต่อเนื่องตลอดภารกิจ

เอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านดิจิทัล และหัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัญหาสำคัญของประเทศไทยคือข้อจำกัดด้านการเดินทางในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล True SkyBridge จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของประเทศ ที่ช่วยให้การส่งยา โลหิต และเวชภัณฑ์เป็นไปอย่างรวดเร็ว แม่นยำ และปลอดภัย
นอกจากนี้ ในอนาคตทรูยังมีแผนขยายแพลตฟอร์มไปสู่ภาคอุตสาหกรรมอื่น รวมถึงการสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยและเหตุฉุกเฉิน เช่น เหตุเพลิงไหม้หรือภัยพิบัติขนาดใหญ่ เพื่อให้ความช่วยเหลือสามารถเข้าถึงพื้นที่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

โครงการ True SkyBridge ประเดิมใช้งานและคิกออฟปฏิบัติการบินจริงครั้งแรกที่ อำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ณ สนามกีฬาพญาผานอง เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
สำหรับสาเหตุที่พื้นที่แห่งนี้ได้รับเลือก เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศที่มีความท้าทายสูง รายล้อมไปด้วยภูเขาสูงชันและมีเส้นทางสัญจรทางบกที่คดเคี้ยวเลาะตามไหล่เขา ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงฤดูมรสุม พื้นที่นี้จะมีความเสี่ยงสูงจากดินสไลด์และน้ำป่าไหลหลากที่อาจทำให้ถนนถูกตัดขาดอย่างสมบูรณ์ การนำแพลตฟอร์มนี้เข้ามาใช้จึงตอบโจทย์ทั้งการให้บริการในภาวะปกติเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และการเข้าช่วยเหลือในยามเกิดภัยพิบัติที่รถยนต์ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้
นอกจากนี้ยังมีแผนเตรียมขยายผลแพลตฟอร์มนี้ไปยังพื้นที่ห่างไกลและท้าทายอื่นๆ อีก 10 แห่งทั่วประเทศ โดยกำหนดให้พื้นที่นำร่องแห่งต่อไปคือ โรงพยาบาลเทพรัตนเวชชานุกูล เฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่
ทรู คอร์ปอเรชั่น ปิดดีลเงินกู้ความยั่งยืนเป็นครั้งแรก มูลค่า 141.3 พันล้านเยน …
บอร์ด ทรู คอร์ปอเรชั่น อนุมัติปรับโครงสร้างองค์กร เสริมความคล่องตัว รองรับ …
ทรู ปรับโครงสร้างบริหาร ตั้ง “นกุล เซห์กัล” นั่งเก้าอี้ CFO เดี่ยว ยุติระบบ Co …