เป็นเวลากว่า 2 เดือนแล้ว ที่ ทรู และ ดีแทค ได้ประกาศควบรวมกิจการกันจนเกิดเป็น “ทรู คอร์ปอเรชั่น” และในวันนี้ก็ถึงเวลาที่ ทรู จะยกระดับสร้างบรรยากาศการแข่งขันที่เข้มข้นดุเดือดขึ้นในไตรมาสที่ 2
ผลตอบรับดีเยี่ยมเมื่อ ทรู-ดีแทค รวมเป็นหนึ่ง
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2566 วงการโทรคมนาคมของประเทศไทยได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเมื่อ ดีแทค และ ทรู ดำเนินการควบรวมเกิดเป็นบริษัทใหม่ “ทรู คอร์ปอเรชั่น” ซึ่งได้มีการชูกลยุทธ์ภายใต้แนวคิด มีกันและกัน (Better Together) ผสานพลังรวมกัน 1+1 เท่ากับ อินฟินิตี้ ที่เป็นการนำจุดแข็งที่ทั้งสองบริษัทมีมาส่งเสริมซึ่งกันและกัน เพื่อให้บริการลูกค้าได้ดีและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

นายชารัด เมห์โรทรา รองประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เผยว่า จากผลวิจัยที่ ทรู ทำร่วมกับ Market Buzz บริษัทวิจัยและการตลาดผ่านโมบายล์ระดับโลกสำรวจกลุ่มลูกค้ามือถือทั่วประเทศ ช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ในช่วงวัยตั้งแต่อายุ 15 -55 ปี พบว่าหลังจากรวมกันลูกค้ารู้สึกดีกับแบรนด์ทรูมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Young Gen ที่มั่นใจว่าอนาคตจะมีสินค้าที่ดีและโปรโมชั่นที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน อีกทั้งเชื่อว่าจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
“จากรายงานการสำรวจ ภาพรวมการชื่นชอบ (Overall Liking) อยู่ในเกณฑ์ดีมากสูงถึง 85% ขณะที่รู้สึกเชื่อมั่นและไว้ใจหลังการควบรวม เพิ่มสูงขึ้น 69% (เหมือนเดิม 28% น้อยลง3%) และความรู้สึกที่อยากสนับสนุน ซื้อสินค้าทั้ง 2 แบรนด์เป็น 79% (Purchasing Intention) โดยมีเหตุผลที่จะซื้อเนื่องจาก สัญญาณที่จะดีขึ้น ครอบคลุมมากขึ้น และภาพลักษณ์ของการรวมสองธุรกิจชั้นนำยิ่งจะสร้างสิ่งที่ดียิ่งกว่า”


ด้านนายมนัสส์ มานะวุฒิเวช ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า หลังการรวม ทรู-ดีแทค กว่า 2 เดือนที่ผ่านมา ผลตอบรับของลูกค้าดีขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะลูกค้าที่รับสิทธิพิเศษทั้งทรูและดีแทครวมเพิ่มอีกมากกว่า 33 ล้านรายการ มียอดผู้ใช้งานดิจิทัลแพลตฟอร์มเพิ่มใหม่อีกมากกว่า 8 แสนราย ซึ่งเป็นการตอกย้ำต่อแนวคิด “ชีวิตดีกว่า เมื่อมีกันและกัน (Better Together)”

“สองเดือนที่ผ่านมาเราได้รับผลการตอบรับที่ดีขึ้นมาก โดยที่ลูกค้าเองก็ได้รับประสบการณ์การใช้งานโครงข่ายที่ดีขึ้นซึ่งถือว่าเป็นผลลัพท์พื้นฐานที่มาจากแนวคิด Better Together ด้วยบริการที่รวดเร็ว คอนเทนท์ที่หลากหลาย และเมื่อสปีดการใช้งานเพิ่มขึ้นลูกค้าก็จะเข้าไปใช้งานบริการที่เป็นออนไลน์กันมากขึ้นซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนรูปแบบบริการจากออฟไลน์สู่ออนไลน์”
สร้างเทคโนโลยีที่อยู่กับลูกค้าในทุกๆ วัน
การส่งมอบประสบการณ์ใหม่ที่ดียิ่งกว่าอย่างไร้รอยต่อให้กับลูกค้านั้นเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจทรูคอร์ปอเรชั่น
ทรู มีความพร้อมที่จะนำระบบนิเวศสื่อสารดิจิทัลเทคโนโลยีที่ครบวงจรที่สุด ทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่ดีที่สุด AI และ Data Analytic ที่สมบูรณ์แบบที่สุด รวมทั้งสุดยอดพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศที่ครบครัน ที่ช่วยทรานสฟอร์มประเทศไทยสู่วิถีดิจิทัลที่เร็วยิ่งขึ้น


ขณะเดียวกันก็จะทำให้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ก็ยังต้องการจะเป็นแบรนด์ที่รักและได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าชาวไทย โดยจุดยืนของแบรนด์ทรูคือจะเป็นแบรนด์ที่มุ่งนำเทคโนโลยีเข้าถึงทุกคนและทำให้ชีวิตดียิ่งขึ้นในทุกวัน (Your Everyday Living – Tech)
“การผสานศักยภาพระหว่างทรูและดีแทคยิ่งส่งเสริมให้เรามีความแข็งแกร่งขึ้น มีการเร่งนำเทคโนโลยี AI หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติมาใช้ในหลายๆ ส่วนงานที่สำคัญ โดยเฉพาะงานดูแลให้บริการลูกค้า ที่จะเร่งสร้างประสบการณ์ความพึงพอใจแบบไร้รอยต่อในทุกช่องทางดิจิทัล เริ่มจากร้านค้าที่ให้บริการแบบไร้กระดาษ การนำหุ่นยนต์มาใช้ในคอลเซ็นเตอร์เพื่อตอบคำถามลูกค้าได้รวดเร็วทันที รวมทั้งมีบริการแบบรีโมตเซอร์วิสแก้ปัญหาได้ทันทีโดยไม่ต้องรอช่างเข้าไปให้บริการที่บ้าน ตลอดจนการยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลเต็มรูปแบบผ่านแอป อีกทั้งนำ AI และเครื่องมือวิเคราะห์ของเราจะช่วยคัดสรรผลิตภัณฑ์และบริการที่เหมาะสมที่สุดแก่ลูกค้ามากกว่า 50 ล้านราย”
ทรู สร้างแบรนด์พลังบวก เข้าใจ และรู้ใจลูกค้า
สิ่งที่ ทรู คอร์ปอเรชั่น ต้องการจะเป็นในสายตาลูกค้าคือการเป็นแบรนด์พลังบวก ที่เข้าใจและรู้ใจลูกค้า ซึ่งนำไปสู่การเลือกพรีเซ็นเตอร์คู่พรหมลิขิตอย่าง “ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์” และ “นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ” ที่ทั้งสองคนเป็นคู่ที่น่ารัก ลงตัว สามารถสร้างพลังงานเชิงบวก มีเสน่ห์ เข้าถึงได้ และมีความเป็นตัวตนที่แท้จริง ตรงกับบุคลิกภาพของแบรนด์


สาเหตุที่ต้องบอกว่าเป็นพรหมลิขิตเพราะก่อนหน้านี้ทั้งนักแสดงทั้งสองคนต่างก็เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับแต่ละบ้านอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็น ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ที่เคยเป็นพรีเซ็นเตอร์แบรนด์ทรู 5G หรือ นาย-ณภัทร ที่เคยเป็นพรีเซนเตอร์ให้แบรนด์ดีแทคในแคมเปญ dtac Turbo

ขณะที่การใช้พรีเซ็นเตอร์ร่วมกันครั้งนี้ก็ยังมาพร้อมขบวนกิจกรรมโรดโชว์ Better Together Festival ทุกภาคทั่วประเทศไทยรวมถึงข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุดของแพ็กเกจสมาร์ทโฟน เพื่อช่วยขจัดข้อจำกัดในการเข้าถึงวิถีดิจิทัลของคนไทยทั่วประเทศฅ




โรดโชว์ Better Together Festival ประกอบด้วย :
- Wonderful Deal แพ็กเกจสินค้าบริการที่ดีที่สุด ครบ คุ้ม ได้เยอะแบบไม่เคยมีมาก่อน
- แพ็กเกจรายเดือนและเติมเงิน ที่ดีที่สุด ทรู 5G Together Wonderful Pack และ ดีแทค 5G Better Wonderful Pack ให้ฟรีของแถมและเน็ตเพิ่ม
- สมาร์ทโฟนแบรนด์ดัง ที่มาพร้อมแพ็กเกจใช้งานในราคาพิเศษสุดๆ เช่น iPhone / OPPO / Samsung
- สิทธิพิเศษที่เข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างเอาใจทั้ง สายเรียน สายเกม สายดูแลสุขภาพจาก True Gigatex Fiber / TrueVisions / True ID / TrueX / Gaming Nation/ Gaming Nation Play
- สมัครบริการ หรือ ซื้อสินค้าที่ร่วมรายการที่งาน Better Together Festival หรือ ที่ทรูช้อป ดีแทคช้อป หรือ ตัวแทนขายที่ร่วมรายการ รับเพิ่มของแถม หรือ ส่วนลดพิเศษเริ่ม 8 พ.ค. ถึง 31 ก.ค.2566
- Wonderful Gift ที่งาน Better Together Festival กินฟรี แลกฟรี หรือ ส่วนลด
- มอบ Code เพื่อกดรับคูปองในแอป กินฟรี แลกฟรี หรือ ส่วนลดจากร้านที่ร่วมรายการในเครือเซ็นทรัล
- สมัครบริการ หรือ ซื้อสินค้าที่ร่วมรายการในงาน หรือ ทรูช้อป ดีแทคช้อป ลุ้นรับของรางวัลมากมาย อาทิ มือถือ Oppo รุ่น A78 5G/ Travel SIM Asia / Go Inter Asia SIMและ Game up
- มีทแอนด์กรี๊ด “นาย-ใบเฟิร์น”
- พรีเซ็นเตอร์ คู่ใหม่ของครอบครัวทรู นำขบวนคาราวานโปรโมตผลิตภัณฑ์ ทั้งแบรนด์ทรูและดีแทค ได้รับรู้ถึงแนวคิดชีวิตดีกว่า เมื่อมีกันและกัน หรือ Better Together สร้างความรู้สึกคุ้นเคยกับแบรนด์และผูกพันอย่างต่อเนื่อง ให้เข้าถึงผู้บริโภคทั่วทุกภูมิภาคในประเทศ
นายฐานพล มานะวุฒิเวช หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาดบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หนึ่งในภารกิจที่สำคัญของทีมการตลาดคือการเร่งสร้างการรับรู้สิ่งที่ดียิ่งกว่าของทรูใน 5 แกน ทั้ง 1.เครือข่ายที่ดีกว่า 2. แพ็กเกจที่คุ้มกว่า 3.ความบันเทิงที่เต็มอิ่มกว่า 4. สิทธิพิเศษที่เหนือกว่า 5. คุณภาพบริการที่ล้ำกว่า

“เป้าหมายของการทำโรดโชว์ Better Together Festival คือนอกจากการขายโปรดักซ์แล้ว ก็ยังเป็นการทำให้ผู้บริโภคของเรามั่นใจ โดยแสดงให้เห็นว่าเรามาจริงการควบรวมกิจการครั้งนี้ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง”