
Samsung ยกระดับมาตรฐานการสนับสนุนสมาร์ทโฟนระดับกลางและราคาประหยัด ด้วยการ เปิดตัว A-series รุ่นใหม่ (ตั้งแต่ A16 ขึ้นไป) ที่จะได้รับการอัปเดตระบบปฏิบัติการถึง 6 ครั้ง โดยที่รุ่นนี้ยังมาพร้อมประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ความเร็วในการชาร์จที่เพิ่มขึ้น คู่กับการปรับปรุงกล้องถ่ายภาพ และฟีเจอร์อื่น ๆ อีกมากมาย โดยที่ข่าวนี้จะโฟกัสไปที่ Galaxy A36 และ Galaxy A26
Samsung Galaxy A36
Samsung Galaxy A36 มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ โดยหันมาใช้ชิป Snapdragon 6 Gen 3 แทนการใช้ชิป Dimensity และ Exynos ส่วนหน่วยความจำเริ่มต้นอยู่ที่ 6/128GB (บางภูมิภาคจะได้ 8/128GB) และมีตัวเลือกอัปเกรดเป็น 8/256GB
ถึงแม้ว่า Snapdragon 6 Gen 3 จะไม่ใช่ชิปที่เน้นประสิทธิภาพ แต่ Samsung ก็ยังใส่ช่องระบายความร้อน Vapor Chamber ขนาดใหญ่ขึ้น 15% ซึ่งตอนนี้มีขนาดเท่ากับที่ใช้ใน Galaxy S24+

Samsung ได้ปรับขนาดหน้าจอของ A56, A36 และ A26 ให้เท่ากันทั้งหมด โดยทั้งสามรุ่นมาพร้อมหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด 1080p+ ซึ่งเพิ่มขึ้น 0.1 นิ้วจากรุ่น A35 นอกจากนี้ หน้าจอยังสว่างขึ้น โดยมีความสว่างสูงสุดในโหมด High Brightness ที่ 1,200nits และพีคสูงสุดที่ 1,900nits
ด้านหน้าและด้านหลังของตัวเครื่องได้รับการปกป้องด้วย Gorilla Glass Victus+ ส่วนกรอบเครื่องทำจากโพลีคาร์บอเนต โดยที่ Galaxy A36 มีมาตรฐานกันฝุ่นและกันน้ำระดับ IP67 และยังมาพร้อมตัวเลือกสีสันหลากหลาย โดยทุกสี (ยกเว้นสีดำ) จะมีเอฟเฟกต์สีรุ้งสะท้อนแสงที่ฝาหลัง




กล้องหลังใช้ดีไซน์ใหม่ด้วยเกาะกล้องเดี่ยวแต่สเปกฮาร์ดแวร์ส่วนใหญ่ยังคงเหมือนเดิม ประกอบด้วยกล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล (เลนส์ f/1.8 พร้อม OIS), กล้อง Ultrawide 8 ล้านพิกเซล (f/2.2) และกล้อง Macro 5 ล้านพิกเซล (f/2.4)
ในปีนี้ ระบบกล้องมีการอัปเกรดสองจุดสำคัญ โดยอย่างแรก กล้องหน้าถูกเปลี่ยนมาใช้เซ็นเซอร์ใหม่ขนาดใหญ่ขึ้นที่ 12 ล้านพิกเซล ส่วนที่สอง จะรองรับวิดีโอ HDR (10-bit สูงสุด 4K @ 30fps) ทั้งกล้องหลังและกล้องหน้า

Galaxy A36 ยังคงมีแบตเตอรี่ 5,000mAh แต่ปรับปรุงความเร็วในการชาร์จจาก 25W เป็น 45W ซึ่งหมายความว่าการชาร์จ 30 นาทีจะได้แบตเตอรี่ถึง 66% และชาร์จเต็มใน 68 นาที
ระบบปฏิบัติการใช้ Android 15 และ One UI 7 โดยจะได้รับการอัปเดตระบบปฏิบัติการ 6 ครั้ง (เพิ่มจาก 4 ครั้งใน A35) และแพตช์ความปลอดภัยนาน 6 ปี (เพิ่มจาก 5 ปี) พร้อมได้ใช้งานฟีเจอร์ AI เช่น Circle to Search ที่ใช้งานสะดวก, Object Eraser สำหรับการแก้ไขภาพ และการสร้างฟิลเตอร์ภาพของตนเองได้ง่าย ๆ (โดยเลือกภาพตัวอย่างเพื่อคัดลอกสไตล์)



Samsung Galaxy A36 มีราคาเท่ากับรุ่นก่อนหน้า โดยรุ่นเริ่มต้น 128GB ราคา 400 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 13,600 บาท ส่วนรุ่นอัปเกรด 256GB ราคา 450 ยูโร หรือราว 16,900 บาท (แต่ละตลาดจะมีตัวเลือกหน่วยความจำต่างกัน)
Samsung Galaxy A26
ในบางแง่มุม Samsung Galaxy A26 เหมือนเป็นการนำ A35 จากปีที่แล้วมาปรับปรุงใหม่ แต่มาพร้อมราคาที่ถูกลง ในรุ่นนี้ใช้ชิป Exynos 1380 ซึ่งเป็นชิปที่ใช้ใน A35 เมื่อปีที่แล้ว แต่การปรับปรุงประสิทธิภาพหนึ่งจุด คือ CPU ของ Snapdragon 6 Gen 3 บน A36 จะเร็วกว่า Exynos 1380 ถึง 8% และ A26 ไม่ได้มี Vapor Chamber ขนาดใหญ่ขึ้น
หน่วยความจำคล้ายกัน รุ่นเริ่มต้นมี RAM 6/8GB (ขึ้นอยู่กับภูมิภาค) และหน่วยความจำ 128GB และมีตัวเลือกอัปเกรดเป็น 8/256GB โดย A26 ยังมีช่องใส่ microSD และจะได้รับการสนับสนุนซอฟต์แวร์เท่ากัน คือ อัปเดตระบบปฏิบัติการ 6 ครั้ง และแพตช์ความปลอดภัย 6 ปี (เพิ่มจาก 4 และ 5 ตามลำดับ)




A-series ทั้งสามรุ่นมาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด 1080p+ (เพิ่มจาก 6.5 นิ้วใน A25) แต่ A26 มีรอยบากสำหรับกล้องหน้า (แทนที่จะเป็นแบบเจาะรู) และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งที่ด้านข้างแทนที่จะอยู่ใต้หน้าจอ
ในส่วนกล้องหน้า รุ่นนี้ใช้เซ็นเซอร์เก่า 13 ล้านพิกเซล จึงไม่รองรับวิดีโอ HDR รวมถึงกล้องหลังด้วย ซึ่งประกอบด้วย กล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล (OIS), กล้อง Ultrawide 8 ล้านพิกเซล และกล้อง Macro 2 ล้านพิกเซล
Samsung อัปเกรดตัวเครื่องของรุ่นนี้ โดยลดความหนาจาก 8.3 มม. เหลือ 7.7 มม. แม้น้ำหนักจะเพิ่มจาก 197 กรัมเป็น 200 กรัม และก็เพิ่มมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นเป็น IP67 เท่ากับ A36 และ A56



แบตเตอรี่มีความจุเท่ากับรุ่นอื่น ๆ ที่ 5,000mAh แต่ยังคงรองรับแค่ 25W เท่านั้น
Samsung Galaxy A26 มีราคารุ่นเริ่มต้น 128GB ที่ 300 ยูโร หรือราว 11,300 บาท และรุ่นอัปเกรด 256GB ราคา 370 ยูโร หรือราว 13,900 บาท
Samsung Galaxy A56, A36 และ A26 หลุดสเปกแบบจัดเต็ม!
Samsung จัดงานเปิดตัว Galaxy A ใหม่ 2 มีนาคมนี้