
สถานการณ์ต้นทุนในอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนกำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อมีรายงานจากแหล่งข่าววงในระบุว่า ชุดหน่วยความจำระดับไฮเอนด์อย่าง RAM 16GB แบบ LPDDR5X จับคู่กับ Storage 1TB มาตรฐาน UFS 4.1 มีราคาสูงกว่าชิปเรือธงอย่าง Snapdragon 8 Elite Gen 5 แล้วในปัจจุบัน
ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า “หน่วยความจำ” ซึ่งเคยเป็นเพียงองค์ประกอบรอง กลับกลายเป็นต้นทุนหลักที่แพงที่สุดของสมาร์ทโฟนยุคใหม่ แซงหน้าชิปประมวลผลไปเรียบร้อย
รายงานยังระบุเพิ่มเติมว่า ภายในไตรมาส 2 ของปี 2026 ราคาของชุดหน่วยความจำดังกล่าวพุ่งเกิน 2,300 หยวน หรือประมาณ 11,000+ บาท สะท้อนให้เห็นถึงภาวะต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ผู้เชี่ยวชาญในวงการมองว่า การปรับขึ้นราคาครั้งนี้สามารถเรียกได้ว่า “รุนแรง” หรือถึงขั้น “วิกฤต” เนื่องจากปัญหาด้านซัพพลายของชิปหน่วยความจำสมาร์ทโฟนทุกระดับราคาต่างใช้ชิ้นส่วนชุดเดียวกัน ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นมือถือเรือธงราคาหลักหมื่นปลาย หรือรุ่นกลาง ก็ได้รับผลกระทบเหมือนกันทั้งหมด
ยกตัวอย่างเช่น หากสมาร์ทโฟนจอพับมีราคาสูงขึ้นประมาณ 1,000 หยวน ก็มีแนวโน้มที่มือถือกลุ่มอื่นจะปรับขึ้นราคาในระดับใกล้เคียงกันด้วย
แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น แต่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนไม่ได้เลือก “ลดสเปก” เพื่อควบคุมราคา กลับกันหลายแบรนด์เลือกอัปเกรดฮาร์ดแวร์ให้แรงขึ้น รวมถึงเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ และใส่นวัตกรรมมากขึ้นในเครื่อง เพื่อสร้างความคุ้มค่าให้กับราคาที่เพิ่มขึ้น และรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาด
สถานการณ์ดังกล่าวอาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ในอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟน ที่ต้นทุนไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ชิปประมวลผล” เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ถูกขับเคลื่อนโดย “หน่วยความจำ” แทน และหากราคายังไม่ปรับลดลง ผู้บริโภคทั่วโลกมีโอกาสเห็นสมาร์ทโฟนแพงขึ้นทั้งกระดานในปี 2026 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้