
นับว่าเป็นสิ่งที่น่าประทับใจสำหรับนักลงทุนและพนักงานของ Tesla หลังจากผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 4 ของบริษัทสามารถทำยอดขายลดทุบสถิติเดิมของปี 2022 ได้ และนั้นส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์พลังงานสะอาดจากสหรัฐฯ ครองตำแหน่งผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อันดับที่ 2 ของโลก รองจาก BYD ของจีน
Tesla นับว่ามีความสัมพันธ์ที่ยาวนานกับประเทศจีน เนื่องจากประเทศนี้เป็นตลาด EV ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา ขณะที่ Giga Shanghai หรือที่รู้จักในชื่อ Gigafactory 3 ก็เป็นโรงงานในต่างประเทศแห่งแรกของ Tesla ที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อประกอบรถยนต์รุ่น Model 3 และ Model Y ในขั้นตอนสุดท้าย
ทั้งนี้ในปี 2023 ตลาด EV ของประเทศจีนเองก็มีการคาดการณ์ไว้ว่าจะเกิดรายได้ราว 190.40 พันล้านดอลลาร์ โดยมียอดขายรถ EV เติบโตขึ้นถึง 113% ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตกใจเมื่อเทียบกับตลาดอเมริกาเหนือและยุโรป ขณะที่ BYD ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถ EV สัญชาติจีนก็ได้แซง Tesla ขึ้นเป็นผู้ผลิตที่มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเป็นอันดับ 1 ของโลกในปีที่ผ่านมา ดังนั้นจึงค่อนข้างชัดเจนว่าทาง Tesla เองจะต้องจับตามองทางฝั่งจีนและตลาดรถ EV ที่กำลังจะเติบโต
ในช่วงรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 4 ทาง Musk ซีอีโอของบริษัทก็ได้ยอมรับเป็นการส่วนตัวว่าผู้ผลิต EV ของจีนนับว่าเป็นคู่แข่งรายใหญ่ที่สุดของ Tesla ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งตัวเขามองว่าแรงงานของจีนเป็นแรงงานที่พร้อมทำงานหนักและมีความฉลาดที่สุด จึงทำให้บริษัทผู้ผลิตรถไฟฟ้าของจีนได้เปรียบกว่าบริษัทอื่นๆ
อย่างไรก็ดี Musk เองก็ไม่ได้เจาะจงไปยังผู้ผลิตจีนรายใดเป็นพิเศษ แต่เชื่่อว่าทีมงาน Tesla China จะสามารถเอาชนะแบรนด์ของจีนได้ด้วยศักยภาพในการดึงดูดแรงงานที่มีความสามารถของจีนมาทำงานให้กับบริษัท
ทั้งนี้ตามรายงานของ Reuters มีการเปิดเผยว่า Tom Zhu หัวหน้าของทีม Tesla China เพิ่งถูกย้ายไปที่สหรัฐอเมริกาเพื่อรับหน้าที่สำคัญอย่างการบริหารโรงงานและธุรกิจในฝั่งอเมริกาเหนือ ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวเหมือนเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า Elon Musk มีความชื่นชมในความสามารถและจรรยาบรรณในการทำงานของชาวจีนจริงๆ
เผยรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของ XIAOMI พร้อมชน TESLA MODEL 3 คาดราคาเริ่มต้น 1.2 ล้านบาท