
เทเลนอร์ลงนามความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับอะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส หรือ AWS เพื่อช่วยขยายระบบชุมสาย 5G และมอบบริการ 5G และเอดจ์ ใหม่แก่ลูกค้าองค์กรทั่วโลก โดยเน้นการเพิ่มความเร็วข้อมูลและลดความหน่วงลง ข้อตกลงนี้ เทเลนอร์และ AWS จะร่วมลงทุนทำการตลาด (Go-to Market) ในอุตสาหกรรม อาทิ อุตสาหกรรมการผลิต ห่วงโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อสร้างบริการ 5G และเอดจ์ มากยิ่งขึ้นสำหรับลูกค้า
เทเลนอร์จะทำงานร่วมกับลูกค้าปัจจุบันเพื่อทดสอบความเป็นไปได้ในการจัดการทรัพยากรบนระบบคลาวด์ โดยเทเลนอร์จะขยายขีดความสามารถของระบบคลาวด์ ในขณะเดียวกันก็จะพัฒนาบริการใหม่ ๆ ที่ผสานเทคโนโลยีระบบคลาวด์ที่ก้าวหน้าและปลอดภัยที่สุดจาก AWS
ข้อตกลงนี้ต่อยอดความร่วมมือที่มีอยู่เดิมของทั้งสองบริษัท โดยเทเลนอร์ จะเป็นสมาชิกของเครือข่ายพันธมิตร AWS (AWS Partnership Network) ก่อนหน้านี้เทเลนอร์ ได้ร่วมกับ AWS จัดเตรียมระบบชุมสายเครือข่าย ทั้งระบบคลาวด์ สำหรับ Vimla ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเสมือนจริงของเทเลนอร์ในประเทศสวีเดน
ด้วยการทำงานบนระบบคลาวด์ของ AWS ระบบชุมสายเครือข่ายของ Vimla สามารถปรับขนาดและ โปรแกรมได้ รวมทั้งใช้ API แบบจัดการได้ด้วยตนเอง ช่วยให้ Vimla สรรค์สร้างบริการที่ง่ายต่อการใช้งาน เปี่ยมด้วยนวัตกรรม และเพิ่มมูลค่าให้แก่ลูกค้า Vimla เองก็ใช้บริการที่หลากหลายของ AWS รวมทั้ง Amazon ElastiCache, AWS Lambda, AWS Transit Gateway ฯลฯ เพื่อช่วยในการปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่นและมอบบริการที่ดีกว่าให้ลูกค้าจำนวนมากขึ้น
ระบบชุมสายเครือข่ายบนระบบคลาวด์ใหม่ของ Vimla ถูกพัฒนาและบริหารจัดการในรูปแบบให้บริการ (as-a-service) บนระบบคลาวด์โดย Working Group Two ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับการบ่มเพาะโดยเทเลนอร์ และจากการขับเคลื่อนเปลี่ยนแปลงรูปแบบเครือข่ายบน AWS ทางเทเลนอร์ เล็งเห็นความสำคัญที่จะขยายการร่วมงานกับ Vimla ไปสู่ด้านอื่น ๆ ในเครือข่ายทั่วโลกของบริษัท
ความร่วมมือ เทเลนอร์ และ AWS จะยังคงร่วมกันสร้างนวัตกรรมเพื่อลูกค้าในด้านเอดจ์ 5G สำหรับ Mobile Private Network (MPN) และเอดจ์คอมพิวติ้ง ยกตัวอย่างเช่น ระบบ 5G ของเทเลนอร์ ได้ทำให้ต้นแบบสำหรับ “เครือข่ายแบบวงล้อ” (Network On Wheels – NOW) ขับเคลื่อนด้วย AWS เป็นไปได้ โดย NOW สามารถให้ลูกค้าติดตั้ง 5G Private Network แบบทำงานเป็นอิสระ (Autonomous Private 5G Network) ที่ไหนก็ได้ที่ต้องการ
ปัจจุบันระบบต้นแบบของ NOW กำลังถูกใช้งานโดยองค์การอุปกรณ์ป้องกันประเทศของนอร์เวย์ และกระจายเสียงสาธารณะของนอร์เวย์ (Norsk Rikskringkasting – NRK) เพื่อใช้ในการสื่อสารในกรณีวิกฤติและการใช้งานในพื้นที่ห่างไกล ในเวทีนานาชาติ ดีแทค กลุ่มธุรกิจที่เทเลนอร์ลงทุน ในประเทศไทย ก็ได้เปิดตัวการทดสอบ 5G Private Network แก่ลูกค้าองค์กรบนพื้นฐานของเอดจ์คอมพิวติ้ง และ AWS Snow Family โซลูชันนี้ช่วยให้ลูกค้าสามารถประมวลการวิเคราะห์ข้อมูลวิดีโอด้วยปัญญาประดิษฐ์ได้แบบเรียลไทม์ (Real-Time, Artificial Intelligence (AI)-Based Video Analytics และการประยุกต์ใช้งานแบบอื่น ๆ ได้ในพื้นที่ห่างไกลแม้เป็นพื้นที่การเชื่อมต่อที่ไม่สมบูรณ์
“เราทำงานร่วมกับ AWS เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมให้ก้าวไกลและทันสมัยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและขยายบริการของเราให้มากกว่าการเชื่อมต่อ เราทั้งสองบริษัทกำลังต่อยอดบนความแข็งแกร่งของแต่ละองค์กร และปรับขนาดบริการระบบคลาวด์ที่ปลอดภัย ทนทาน และก้าวหน้า เคียงข้างเทคโนโลยีเครือข่ายล่าสุด เพื่อตอบสนองลูกค้าได้อย่างรวดเร็วอย่างไม่เคยมีมาก่อน เรามีจุดมุ่งหมายร่วมกันที่จะต่อยอดบริการที่ปรับขนาดได้และยืดหยุ่นสูงจาก AWS เพื่อยกระดับการให้บริการที่เป็นไปได้จริงให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง” ซิกเว่ เบรคเก้ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทเทเลนอร์ (Telenor Group) กล่าว
“เทเลนอร์ ได้ขยับขอบเขตของการสรรค์สร้างนวัตกรรมด้วยการดำเนินงานระบบเครือข่ายของ Vimla บน AWS โดยเทคโนโลยีคลาวด์ได้ช่วยให้เทเลนอร์ ปรับขนาดเครือข่ายในแบบที่ไม่เคยเป็นไปได้มาก่อน และช่วยให้เขาได้ทดลองและสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้าและช่วยให้ลูกค้าอยากใช้งาน ได้รับความบันเทิง และเชื่อมต่อออนไลน์มากขึ้น เรามีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับเทเลนอร์ ในขณะที่เขามุ่งมั่นต่อยอดพัฒนานวัตกรรมสู่ด้านอื่น ๆ ของธุรกิจ” อดัม เซลิปสกี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแห่ง AWS
อ่านข่าวอื่น ๆ
ดีแทค รายงานผลประกอบการปี 2564 เผยมีลูกค้าเพิ่มขึ้นทุกไตรมาส กำไรสุทธิ 3,356 ล้านบาท