Telenor Asia กางรายงาน Digital Lives Decoded 2023 เผย 5 แรงขับยกระดับชีวิตคนไทย

โดย RingRangRung | 10 พฤศจิกายน 2566 เมื่อ 15:14 น. | อ่าน 138

เทเลเนอร์ เอเชีย (Telenor Asia) เผยรายงานการศึกษา Digital Lives Decoded 2023 โดยสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตมือถือ 8,000 รายจาก 8 ตลาดในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ บังกลาเทศ, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ปากีสถาน, ฟิลิปินส์, สิงคโปร์, ไทย และเวียดนาม

รายงานตัวนี้จะเป็นตัวช่วยชี้วัดถึงตัวขับเคลื่อนทางดิจิทัลทั้ง 5 ประการ ในการใช้โทรศัพท์มือถือที่ช่วยให้คนทั่วเอเชียสามารถจะยกระดับชีวิตดิจิทัลได้อย่างดีขึ้น พร้อมทั้งได้เสนอมุมมองที่เกี่ยวกับเทรนด์ต่าง ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นรอบตัวเมื่อเทคโนโลยีมีบทบาทกับชีวิตมากขึ้น

ในการสำรวจพบว่าไทยเป็นหนึ่งในผู้ใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่สูงที่สุดในเอเชีย โดยเกือบ 9 ใน 10 หรือ 86% ใช้เวลามากกว่าครึ่งวันกับมือถือ และ 83% คาดว่าจะมีการใช้งานเพิ่มขึ้นในอีก 1-2 ปี ข้างหน้า และผู้หญิงมีแนวโน้มจะใช้งานมากขึ้นกว่าผู้ชายอย่างมีนัยสำคัญ 35% ต่อ 28% เนื่องจากผู้หญิงมีแนวโน้มจะใช้ทักษะใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มความก้าวหน้าในสายงานหรือริเริ่มธุรกิจ

นอกจากนี้ยังพบว่าในสภาวะเงินเฟ้อคนไทยมีแนวโน้มจะใช้มือถือเพื่อรับมือกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยที่ 93% ใช้มือถือเพื่อทำธุรกรรมทางการเงิน, 74% ใช้เพื่อเปรียบเทียบราคาสินค้า, 64% ใช้เพื่อค้นหาข้อเสนอที่ดีที่สุด และ 49% ใช้เพื่อติดตามการใช้จ่าย นอกจากนี้ยังพบว่า 93% มีการใช้มือถือเพื่อจัดการธุรกรรมทางการเงินทุกสัปดาห์ และ 55% กำลังมีการลงทุนออนไลน์เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่

ในส่วนของ 5 ตัวชี้วัดถึงตัวขับเคลื่อนทางดิจิทัล ตามรายงาน Digital Lives Decoded 2023 ของ Telenor Asia ประกอบด้วย

1. การสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมออนไลน์ที่ดี

การใช้มือถือทำให้คนไทยได้รับข้อมูลข่าวสารและเชื่อมต่อถึงกัน ซึ่ง Facebook ยังคงได้รับความนิยมในการเชื่อมต่อผู้คนที่ 57% และใช้เพื่อรับข้อมูลข่าวสาร 52% แต่ถึงกระนั้นก็มีแนวโน้มในการเปลี่ยนแปลงโดยพบว่า 1 ใน 8 ของคนไทยช่วงอายุ 18 – 29 ปี มีการรับข่าวสารผ่าน TikTok

ด้วยปัจจัยด้านเครือข่าย 5G พบว่าคนไทยนิยมใช้งานเพื่อการสตรีมวีดีโอหรือเพลงถึง 84%, ทำงานหรือเรียน 69% และเล่นเกม 66% ซึ่ง 44% เผยว่าพวกเขาใช้มือถือเพื่อเล่นเกมในทุก ๆ วัน และคิดเป็น 30% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของภูมิภาค

อย่างไรก็ดี 3 ใน 4 ของคนไทยก็รับรู้ได้ถึงสมดุลที่ดีในการใช้งานเทคโนโลยีและไม่ได้ใช้งานมากเกินไป แต่ก็มีถึง 55% ที่ยอมรับว่ารู้สึกหงุดหงิดเมื่อไม่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตมือถือได้

2. การปลดล็อกโอกาสใหม่ ๆ ในที่ทำงาน

ในการสำรวจชาวไทยพบว่า 53% เชื่อว่าการใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่สามารถส่งเสริมให้มีความก้าวหน้าในอาชีพการงานได้ รองลงมา 37% ใช้เพื่อช่วยในการเปลี่ยนงาน และ 31% ใช้สร้างธุรกิจของตนเอง

นอกจากนี้ยังพบว่าคนไทยมีความยินดีที่จะเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยที่ 2 ใน 3 เชื่อว่าการใช้ Generative AI ในการทำงานจะเพิ่มสูงขึ้นใน 6 เดือนข้างหน้า ขณะที่ธุรกิจในไทยกว่า 82% สนับสนุนให้พนักงานใช้ Generative AI และมีแค่ 10% เท่านั้นที่ไม่สนับสนุน

3. ประสบการณ์บนโลกออนไลน์ที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ในการสำรวจก็พบว่าคนไทยมีความกังวลในเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวบนโทรศัพท์น้อยที่สุด โดยที่ผู้ตอบแบบสำรวจ 21% ยอมรับว่าไม่มีความกังวลในเรื่องนี้ ขณะที่ค่าเฉลี่ยของภูมิภาคอยู่ที่ 8% เท่านั้น

อย่างไรก็ดีคนไทยก็ยังมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ของผู้สูงอายุมากถึง 75% รองลงมาเป็นกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ 72% และ 71% เชื่อว่าการให้แนวทางสำหรับพฤติกรรมออนไลน์คือวิธีที่ดีที่สุดในการให้ความรู้แก่สมาชิกในครอบครัวในประเด็นนี้

ขณะเดียวกันคนไทย 77% ก็มีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล และบ่อยครั้งก็เผชิญกับข่าวปลอม, การหลอกลวง และติดกับโลกออนไลน์ แถม 47% ยังเผชิญกับการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์อย่างน้อยเดือนละครั้ง

4. เข้าถึงการเรียนรู้และการพัฒนาตนเอง

ผู้ตอบแบบสำรวจคนไทย 57% ยอมรับว่าอุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นประตูสู่การเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ซึ่ง 91% ยอมรับว่าใช้มือถือเพื่อเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา สำหรับทักษะที่ถูกเรียนรู้แบ่งได้ดังนี้ ทักษะด้านการสื่อสาร เช่น เรียนรู้ภาษาใหม่ 67% และการจัดการโซเชียลมีเดียที่ 63%

ขณะเดียวกัน 72% ของผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทยเผยว่าพวกเขาต้องการให้ทักษะที่มีเพื่อหารายได้เพิ่ม และแหล่งรายได้ใหม่ก็เกิดจากการใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการลงทุนออนไลน์คิดเป็น 55%, ขายสินค้าในตลาดออนไลน์ ที่ 40% และเป็นนักสร้างคอนเทนท์ 38%

5. การลดผลกระทบของเราที่มีต่อโลก

71% ของผู้ตอบแบบสำรวจรู้สึกว่าการใช้มือถือช่วยให้พวกเขามีชีวิตที่ยั่งยืนมากขึ้นโดยการใช้ข้อมูลเกี่ยวกับการขนส่งสาธารณะ ลดความจำเป็นในการเดินทาง และลดการใช้กระดาษ ขณะที่คนส่วนใหญ่ 72% รู้สึกกังวลถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่มาจากการใช้มือถือ แต่ก็มีเพียง 1 ใน 10 เท่านั้นที่ไม่ตระหนักถึงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากอุปกรณ์มือถือของตนเอง

ทั้งนี้ความตระหนักรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการปล่อยก๊าซคาร์บอนเกิดขึ้นมากที่สุดในกลุ่มคนช่วงอายุ 18-29 ปี คิดเป็น 64% และ 42% รู้สึกกังวลเป็นอย่างมากเกี่ยวกับผลกระทบจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่ง 4 ใน 10 ของกลุ่มคนช่วงอายุดังกล่าวมองว่าสภาพภูมิอากาศและนโยบายความยั่งยืนของผู้ให้บริการโทรคมนาคมมีความสำคัญอย่างมากสำหรับเขา และมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกผู้ให้บริการ

เพตเตอร์ บอเร่ เฟอร์เบิร์ด ประธานคณะกรรมการบริหารและรองประธานกรรมการกลุ่ม Telenor กล่าวว่า ผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทยมากกว่าครึ่งเชื่อว่าการใช้งานโทรศัพท์มือถือช่วยให้พวกเขาก้าวหน้าในหน้าที่การงานหรือก่อตั้งธุรกิจได้ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาศักยภาพอย่างมหาศาล

“Digital Lives Decoded เป็นการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจผู้ใช้งานและนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเราอีกที ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการใช้งานโทรศัพท์มือถือมากที่สุดและคาดว่าจะมีการใช้งานเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก ขณะที่บริการที่เกี่ยวกับมือถือก็กำลังขับเคลื่อนให้เกิด Productivity ในที่ทำงาน ซึ่งคนไทยก็มีการเปิดรับและมั่นใจว่าจะก้าวทันกับเทคโนโลยีที่เข้ามา ทั้งนี้คนไทยเองก็ยังมีความกังวลที่ค่อนข้างต่ำสำหรับประเด็นความปลอดภัยในโลกออนไลน์ ซึ่ง Telenor ในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจโทรคมนาคมก็มีความรับผิดชอบที่จะดูแลความปลอดภัยให้กับคนไทยโดยทำงานร่วมกับรัฐบาล”

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners