เมื่อซิมเบียนได้เวลาปิดฝาโลง!?!

โดย shyboy | 23 มกราคม 2555 เมื่อ 16:35 น. | อ่าน 325

เป็นที่รู้กันถึงอนาคตของระบบปฏิบัติการซิมเบียน หลังจากที่โนเกีย ผู้ที่นำซิมเบียนมาใช้อย่างแพร่หลาย หันไปซบอกกับไมโครซอฟท์ ส่งผลให้ขีดเส้นตายระยะเวลาการพัฒนาและซัพพอร์ตอุปกรณ์พกพาที่ทำงานบนซิมเบียนไว้ที่ปี 2016 จากเหตุผลหลักนี้ ก็ไม่ต่างกับการตอกฝาโลงปิดอนาคตของซิมเบียนหลังจากโลดแล่นในตลาดมากว่า 10 ปี

จุดที่ทำให้ซิมเบียน ที่โนเกียภูมิใจในสมัยก่อนนั้น คือการออกแบบอินเตอร์เฟสที่เหมาะกับการใช้งานควบคู่กับปุ่มกด และมีอินเตอร์เฟสการใช้งานในช่วงแรกคล้ายกับ S40 หรือโทรศัพท์มือถือจอขาวดำในรุ่นหลังๆ ส่งผลให้ผู้ใช้เกิดความเคยชิน และเข้าถึงการใช้งานได้ง่าย

รวมถึงในเวลานั้น โนเกียแทบจะถือครองตลาดฟีเจอร์โฟนแบบเบ็ดเสร็จ และยังไม่มีระบบปฏิบัติการใดๆ ที่สามารถจะมาสั่นคลอนบันลังก์ของโนเกีย แต่ในท้ายที่สุด โนเกียก็มาตกม้าตายในช่วงหลังๆของยุคโทรศัพท์แบบปุ่มกด จากสมัยที่เวลาออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ไม่ยอมใส่ฟีเจอร์แบบครบๆมาให้ และเลือกที่จะตัดนิดเพิ่มหน่อยในรุ่นหลังๆ จนแทบไม่เห็นการพัฒนาที่ชัดเจนสมัยยังใช้ชื่อเรียกซิมเบียนว่า ‘Series 60’

ถัดมาเมื่อถึงยุคของโทรศัพท์แบบทัชสกรีนได้รับความนิยม โนเกียเองก็พยายามพัฒนาซิมเบียนให้สามารถมาใช้งานบนหน้าจอทัชสกรีน แต่ด้วยความที่ซิมเบียนถูกพัฒนาขึ้นมานานแล้ว โครงสร้างของ S60 จึงไม่เอื้ออำนวยให้กับการใช้งานบนหน้าจอทัชสกรีน ก่อนจะเริ่มกลับมาดูดีในตลาดอีกครั้งเมื่อตอนวางจำหน่าย 5800 Xpress Music ที่ใช้เป็น Symbian^1 กู้ชื่อโนเกียกลับมาได้ในระดับหนึ่ง

แต่หลังจากออก 5800 มา การพัฒนาของซิมเบียนก็เหมือนเจอกำแพงอีกครั้งหนึ่ง เพราะหลังจากนั้น การพัฒนาของซิมเบียนแทบหยุดอยู่กับที่ ก่อนจะกลับมาหวังจะยิ่งใหญ่อีกครั้งด้วย Symbian ^3 ที่ทำให้เกิดการอัปเดตในเวอร์ชันก่อนหน้านี้อย่าง Anna และ Belle ก็ปรับให้มีการตอบสนองเร็วขึ้น บนรูปแบบอินเตอร์เฟสแบบเดิมๆ ประจวบกับจังหวะที่กระแสสมาร์ทโฟนเริ่มได้รับความนิยมในบ้านเรา การมาถึงของทั้งไอโฟน แอนดรอยด์ และแบล็กเบอรี ต่างเข้ามากลบกระแสตลาดซิมเบียนในประเทศไทยอย่างชัดเจน

ในจุดนี้ ซัมซุง แอลจี หรือ โซนี อีริคสัน ที่เคยนำซิมเบียนมาใช้ในโทรศัพท์บางรุ่น ก็หันหลังให้กับซิมเบียนเรียบร้อยแล้ว โดยทางซัมซุง หันไปให้ความสำคัญกับการพัฒนาสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบปฏิบัติการของตัวเองอย่าง บาดา ส่วนโซนี อีริคสัน ก็ให้ความสำคัญกับแอนดรอยด์อย่างชัดเจน แอลจี เองก็หันไปพึ่งทั้งแอนดรอยด์ และวินโดวส์โฟนในการทำตลาด ทำให้ผู้เล่นรายหลักของซิมเบีนจึงเหลือเพียงโนเกียรายเดียวเท่านั้น

จำนวนผู้ใช้งานแยกเป็นระบบปฏิบัติการต่างๆ ในทวีปยุโรป (ข้อมูลจาก statcounter.com)

ในส่วนของความคืบหน้าล่าสุดในการพัฒนาซิมเบียนของโนเกีย ที่เพิ่งเปิดตัวเป็นเวอร์ชัน Belle นั้น ทางโนเกียก็ไม่ได้เรียกว่าเป็น ซิมเบียน อีกต่อไป แต่กลับใช้ชื่อแทนว่า ‘Nokia Belle’ ซึ่งหมายถึงว่าทางโนเกียเอง ก็เลิกนำชื่อของซิมเบียน มาใช้ในการทำตลาดแล้ว และเลือกที่จะใช้แบรนด์ของโนเกียนำหน้าในการนำตลาดแทน

จากนี้คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าในปีหน้า สัดส่วนระหว่างเครื่องรุ่นใหม่ของโนเกียที่ใช้ระบบปฏิบัติการซิมเบียน และวินโดวส์โฟน จะแตกต่างกันมากแค่ไหน และการทำราคาให้วินโดวส์โฟนสามารถเข้าถึงกลุ่มแมส ซึ่งถือเป็นกลุ่มเดียวกับลูกค้าซิมเบียนนั้น จะส่งผลให้เห็นการจากไปของซิมเบียนเร็วขึ้น หรือจะยังมีพื้นที่ต่อไปในต้องตามดูกันต่อไป

About Author

shyboy

shyboy

Partners