STT GDC ชี้องค์กรไทยตื่นตัว AI แต่ยังติดกับดักงบประมาณและโครงสร้างพื้นฐาน

โดย nineFangKhaoW | 2 มิถุนายน 2569 เมื่อ 11:37 น.

เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้าเซ็นเตอร์ (STT GDC) ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกลในประเทศไทย เปิดเผยผลการศึกษาล่าสุดจากรายงาน “Mind the Gap: Bridging the AI Infrastructure Readiness Divide” ซึ่งสำรวจองค์กรและผู้นำด้านดิจิทัลในประเทศไทยจำนวน 60 ราย

พบว่า แม้องค์กรไทยส่วนใหญ่มีความตื่นตัวและเริ่มนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้งานมากขึ้น แต่ยังเผชิญอุปสรรคสำคัญด้านงบประมาณ บุคลากร และโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลให้การขยายการใช้งาน AI ในระดับองค์กรยังเป็นไปอย่างจำกัด

ผลสำรวจระบุว่า 78% ขององค์กรไทยอยู่ในระดับ “Builder” หรือ “สร้างรากฐาน” ซึ่งสะท้อนถึงการมีวิสัยทัศน์และเริ่มลงทุนด้าน AI อย่างจริงจัง ขณะที่มีเพียง 8% เท่านั้นที่ก้าวสู่ระดับ “Integrator” หรือ “บูรณาการ” ซึ่งเป็นขั้นที่ AI ถูกนำไปใช้ในกระบวนการดำเนินงานจริงขององค์กร และยังไม่มีองค์กรใดก้าวสู่ระดับ “Leader” ที่สามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจจาก AI ได้อย่างเต็มรูปแบบ

งบประมาณและ ROI ยังเป็นอุปสรรคสำคัญ

รายงานชี้ว่า 57% ขององค์กรไทยมองว่า ข้อจำกัดด้านงบประมาณและความไม่ชัดเจนในการวัดผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) เป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดในการขยายการใช้งาน AI มากกว่าปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มีสัดส่วน 50%

นอกจากนี้ องค์กรถึง 76% จัดสรรงบประมาณด้านไอทีเพื่อการพัฒนา AI ไม่เกิน 5% ของงบทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่าหลายองค์กรยังอยู่ในช่วงทดลองและประเมินความคุ้มค่าของการลงทุน

ขาดบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ

อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญคือการขาดแคลนบุคลากร โดย 38% ขององค์กรยอมรับว่ายังไม่มีผู้เชี่ยวชาญเพียงพอในการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานและระบบ AI ที่มีความซับซ้อน

อย่างไรก็ตาม มีเพียง 8% ขององค์กรที่ให้ความสำคัญกับความเชี่ยวชาญของพันธมิตรด้านโครงสร้างพื้นฐานในการตัดสินใจเลือกผู้ให้บริการ ซึ่งสะท้อนถึงช่องว่างระหว่างการรับรู้ปัญหาและการวางกลยุทธ์แก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

โครงสร้างพื้นฐานยังไม่พร้อมรองรับ AI ระดับองค์กร

ผลสำรวจยังพบว่าองค์กรมากกว่าครึ่งเผชิญข้อจำกัดด้านกำลังประมวลผล พื้นที่จัดเก็บข้อมูล และระบบเครือข่าย ขณะที่มีเพียงส่วนน้อยที่มีระบบรองรับการประมวลผล AI ขั้นสูง ทั้งในด้านแบนด์วิดท์ ความเร็วในการรับส่งข้อมูล และค่าความหน่วงต่ำ

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้หลายองค์กรสามารถเริ่มต้นใช้งาน AI ได้ แต่ยังไม่สามารถขยายการใช้งานไปสู่ระดับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าต่อการลงทุน

ความยั่งยืนและการกำกับดูแลข้อมูลยังเป็นโจทย์ใหญ่

แม้องค์กรไทยจำนวน 50% จะเริ่มลงทุนในฮาร์ดแวร์ AI ประสิทธิภาพสูงอย่าง GPU แล้ว แต่มีเพียง 15% เท่านั้นที่เริ่มศึกษา หรือใช้งานระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญสำหรับรองรับการประมวลผล AI ในอนาคต

ขณะเดียวกัน 78% ขององค์กรยอมรับว่า ประเด็นด้าน ESG หรือความยั่งยืน ยังไม่ได้รับความสำคัญเทียบเท่ากับเรื่องต้นทุนและประสิทธิภาพ

ด้านความปลอดภัยของข้อมูล ผลสำรวจพบว่าไม่มีองค์กรไทยรายใดมั่นใจอย่างเต็มที่ว่าข้อมูลจะปลอดภัยเมื่อถูกนำไปใช้ในระบบ AI สะท้อนความกังวลด้านการกำกับดูแลข้อมูล การปฏิบัติตามข้อกำหนด และความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์

STT GDC ชี้องค์กรต้องเดินหน้าพร้อมกันทั้ง 3 ด้าน

คุณบุศรินทร์ ประดิษฐยนต์ Country Head บริษัท เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้าเซ็นเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันหลายองค์กรไทยก้าวผ่านช่วงทดลองใช้งาน AI แล้ว แต่โจทย์สำคัญคือการทำให้ AI สามารถสร้างคุณค่าทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ซึ่งต้องอาศัยทั้งการลงทุนที่เหมาะสม บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับการขยายตัวในอนาคต

รายงานระบุว่า องค์กรที่สามารถก้าวจากระดับ Builder ไปสู่ Integrator ได้สำเร็จ มักมีแนวทางร่วมกัน 3 ประการ ได้แก่ การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการขยายตัว การใช้สถาปัตยกรรมแบบกระจายศูนย์ และการเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการดำเนินงาน

ทั้งนี้ STT GDC มองว่า ความสำเร็จของ AI ในองค์กรไม่ได้ขึ้นอยู่กับการลงทุนในเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และรูปแบบการดำเนินงานที่สอดคล้องกัน เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

About Author

nineFangKhaoW

nineFangKhaoW

Partners