พามาจับตัวจริงของ Sony WH-1000XM4 สุดยอดหูฟังไร้สายที่กล้าเคลมได้ว่าเป็นเบอร์ 1 ของวงการด้านเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน (Noise Canceling) พร้อมทั้งสเปคด้านเสียง อายุใช้งาน ตอบโจทย์นักเดินทาง
สเปค Sony WH-1000XM4
- อายุการใช้เมื่อเปิดโหมดตัดสียงรบกวน อยู่ได้นานสูงสุด 30 ชั่วโมง / ปิดโหมดตัดเสียงรบกวนอยู่ได้นานสูงสุด 38 ชั่วโมง
- น้ำหนักหูฟัง 254 กรัม
- ไดรเวอร์ขนาด 40 มม.
- มีระบบตัดเสียงรบกวน (Noise Cancellation)
- มีโหมดเปิดรับเสียงภายนอก (Ambient Sound) พร้อมตัวเลือกตั้งค่าตามกิจกรรมและพิกัดสถานที่
- เชื่อมต่อไร้สายด้วย Bluetooth 5.0
- มีฟีเจอร์ NFC One-Touch Listening
- ใช้ Sound Engine แบบ DSEE Extreme
- การเข้ารหัสที่รองรับ SBC, AAC, LDAC
- มีระบบสั่งงานด้วยเสียง Voice Assistant
- สีที่ขาย ดำ / เงิน
- ราคาไทย 13,990 บาท
เริ่มกันตั้งแต่แพ็คเกจของหูฟังเรียกว่าจัดมาให้ครบสมกับความพรีเมี่ยมเมื่อแกะกล่องออกมาจะพบกับใบคู่มือการเซ็ตอัพเบื้องต้นส่วนอุปกรณ์ภายในมีทั้ง
- กระเป๋าเคสหูฟังสำหรับพกพา
- สาย USB Type-C ยาวประมาณ 20ซม.
- สายต่อหูฟังยาวประมาณ 1.2 เมตร
- หัวแปลง Teavel Jack Adapter Convertor 3.5mm
WH-1000XM4 เป็นหูฟังทรงครอบหู Over-Ear แบบ Full-Size มีส่วนข้อต่อที่สามารถพับหรือบิดได้เพื่อจัดเก็บลงในกระเป๋าเคสได้สะดวก ซึ่งตัวกระเป๋าเองก็มีรูปทรงค่อนข้างบาง มีแบ่งช่องเพื่อเก็บสายต่างๆอย่างเป็นสัดเป็นส่วน ทำให้ง่ายต่อการพกพาขณะที่ตัวหูฟังเองก็มีน้ำหนักอยู่ที่ 254 กรัม
ภาพรวมงานดีไซน์จะยังคล้ายกับรุ่น WH-1000XM3 ซึ่งสีที่เราได้มาเป็นสีดำ พื้นผิววัสดุเป็นพลาสติกเนื้อดีเคลือบด้าน ตัดขอบส่วนที่เป็นโลโก้ Sony และช่องไมโครโฟนด้วยสีทองแดง
วัสดุที่หุ้มตรงเอียร์คัพทาง Sony เลือกใช้โฟมยูริเทนที่นุ่มสบาย โดยที่ทางผู้ผลิตเองก็ใส่ใจปรับดีไซน์รอยเย็บภายในเอียร์คัพใหม่เพื่อลดโอกาสที่ตะเข็บจะไปบาดหรือทำให้ใบหูระคาย นอกจากนี้ยังมีการปรับดีไซน์งานประกอบและวัสดุหูฟังเพื่อกระจายแรงกดทำให้ใส่ได้นานไม่ล้าหู
บนแป้นหูฟังฝั่งขวาเป็นแผงสัมผัสที่เพียงใช้การเคลื่อนไหวของนิ้วในการควบคุม อาทิเช่น
- แตะสองครั้ง : เล่น/หยุด เพลง หรือ รับสาย/วางสาย
- ไถนิ้วไปด้านหน้า : เลื่อนเพลงถัดไป
- ไถนิ้วไปด้านหลัง : เลื่อนกลับไปเพลงก่อนหน้า
- ไถนิ้วขึ้น : เพิ่มเสียง
- ไถนิ้วลง : ลดเสียง
- แตะสองนิ้ว : เปิด/ปิด โหมด Speak-to-Chat
ด้านล่างของแป้นหูฟังฝั่งขวาจะเป็นช่องเสียบสายชาร์จ USB Type-C พร้อมไฟแสดงสถานะ
หูฟังทางด้านซ้ายตรงแป้นจะเป็นจุดสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ด้วยระบบ NFC ด้านล่างมีปุ่มพาวเวอร์, ไฟแสดงสถานะ และปุ่ม Custom ซึ่งตัวปุ่ม Custom จะสามารถปรับแต่งให้ใช้งานได้ตามต้องการไม่ว่าจะใช้สำหรับเรียก Google Assistant, Amazon Alexa หรือควบคุมฟังค์ชั่น Ambient Sound
Sony WH-1000XM4 เป็นหูฟังที่มีออฟชั่นการเชื่อมต่อได้ทั้งแบบไร้สาย และมีสาย แถมยังมีหัวแปลง Teavel Jack Adapter Convertor 3.5mm สำหรับเสียบช่องหูฟังบนเครื่องบินติดมาให้ในกล่อง
เพื่อการทำงานกับหูฟังที่เต็มประสิทธิภาพยังไงก็แนะนำให้เชื่อมต่อแบบไร้สายไว้ก่อนซึ่งต่อได้ทั้งผ่านสัญญาน Bluetooth 5.0 หรือจะจับคู่ด้วยระบบ NFC และยังจับคู่กับ 2 อุปกรณ์ได้พร้อมกัน ซึ่งในการใช้งานเบื้องต้นก็ควรดาวน์โหลดแอปฯ Headphone Connect ที่มีให้โหลดทั้งของ iOS และ Android
ในแอปฯ Headphone Connect จะเป็นพื้นที่สำหรับแสดงสถานะต่างๆของหูฟังไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อ หรือแบตเตอรี่ รวมถึงการปรับแต่งย่านเสียง และฟังค์ชั่นต่างๆ
จุดขายของหูฟังรุ่นนี้แน่นอนว่าเป็นเทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวนภายนอก (Noise Cancellation) ที่เรียกได้ว่าดีที่สุดของวงการหูฟังในตอนนี้
WH-1000XM4 มากับชุดไมโครโฟนรอบตัวหูฟัง ที่จะทำงานร่วมกับโปรเซสเซอร์การป้องกันเสียงรบกวน HD Noise Cancelling QN1 ที่มีอัลกอริธึ่มชั้นสูงในการวางลำดับการประมวลผลใหม่แบบเรียลไทม์ เพื่อวิเคราะห์การตัดเสียงรบกวนตามสภาพแวดล้อมจริง
นอกจากนี้ยังมีระบบ Optimising Noise Cancelling ที่เป็นการวิเคราะห์และตั้งค่าระดับการตัดเสียงรบกวนเฉพาะบุคคลเพื่อหาค่ามาตรฐานของเสียงที่ได้ยิน รวมถึงระบบปรับความดันภายในหูฟังเมื่อใช้งานขณะอยู่ในไฟล์ทบิน
สิ่งหนึ่งที่ใช้คู่กับระบบ Noise Cancelling เลยคือระบบเปิดรับเสียงรอบข้าง Ambint Sound ซึ่งรุ่นนี้มีระบบ Adaptive Sound Control ภายในแอปฯ ที่จะปรับแต่งระดับการตัดเสียงรบกวน และการเปิดรับเสียงรอบข้าง ให้เข้ากับกิจกรรมที่ทำอยู่โดยอัตโนมัติ อาทิเช่น
- Staying : รูปแบบการใช้งานพื้นฐานเมื่อผู้ใช้อยู่กับที่
- Walking : รูปแบบการใช้งานเมื่อผู้ใช้เคลื่อนที่ช้าๆซึ่ง Ambient Mode จะอยู่ที่ระดับ 12 เพื่อเปิดรับเสียงรอบข้างเข้ามาบางส่วน
- Running : รูปแบบการใช้งานเมื่อผู้ใช้เคลื่อนที่เร็ว Ambient Mode จะอยู่ในระดับสูงสุด
- Transport : โหมดในขณะเดินทางบนยานพาหนะซึ่งจะเป็นระบบ Noise Cancelling ที่เข้ามาช่วยตัดเสียงรบกวนรอบตัวออกไป โดยที่ยังโฟกัสกับเสียงเฉพาะอย่างเสียงประกาศต่างๆ
ขณะเดียวกันตัวหูฟังเองก็ยังมีความสามารถใหม่อย่างระบบ Adaptive Sound Control
with Location Recognition ซึ่งเป็นการปรับแต่งค่า Adaptive Sound ตามพิกัดตำแหน่งของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ
ยกตัวอย่างเช่น เมื่ออยู่บ้านเราก็สามารถเซ็ต Ambient Sound ให้อยู่ที่ระดับ 20 ตั้ง Equalizer ให้เหมาะกับการดูหนัง/ฟังเพลง แต่เมื่อมาอยู่ในพิกัดของที่ทำงาน ก็อาจปรับให้ Ambient Sound เป็น 0 ตั้ง Equalizer ที่เหมาะกับแนวเพลงฟังสบายให้มีสมาธิกับการทำงาน เมื่อถึงเวลาใช้งานตัวหูฟังจะสลับการตั้งค่าทุกอย่างให้เองตามพิกัดที่กำหนดไว้
ในมุมของการสื่อสารตัวหูฟัง WH-1000XM4 ก็มีฟีเจอร์ Quick Attention เพียงแค่วางมือบนแป้นหูฟัง เสียงเพลงก็จะถูกลดระดับลงและเปิดรับเสียงรอบข้างได้ในทันที แต่ที่อยากให้ลองเล่นเลยคือฟีเจอร์ใหม่อย่าง Speak-to-Chat ที่จะทำให้เราสามารถพูดคุยกับคู่สนทนาได้ทันทีโดยไม่ต้องสัมผัสกับหูฟัง
ฟีเจอร์ใหม่นี้จะเป็นระบบตรวจจับเสียงสนทนาของเรา ที่เมื่อผู้ใส่พูดออกไป เพลงในหูก็จะหยุดเล่นโดยอัตโนมัติ พร้อมเปิดรับเสียงจากภายนอกทำให้ได้ยินเสียงของคู่สนทนาและสามารถพูดคุยได้อย่างต่อเนื่อง จนเมื่อการสนทนาจบประมาณ 30 วินาทีเพลงในหูก็จะกลับมาเล่นเองอีกครั้ง ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวปรับ ลด-เพิ่ม ได้จากในแอปฯ
มาถึงคุณภาพของเสียงกันบ้าง WH-1000XM4 มากับไดรเวอร์ขนาด 40 มม. พร้อมไดอะเฟรมพอลิเมอร์ผลึกเหลว (LCP) ให้คุณภาพเสียงที่ครอบคลุมทุกย่าน และรองรับย่านความถี่เต็มช่วงได้สูงสุด 40kHz
นอกจากนี้ยังมี DSEE Extreme ระบบ AI ที่เข้ามาช่วยชดเชยคุณภาพของเสียงเพลงที่อาจจะดร็อปลงจากการถูกบีบอัดเป็นไฟล์ พร้อมรองรับ 360 Reality Audio ระบบเสียงรอบทิศทางแบบ Spatial Sound ที่ทำให้การฟังเพลงนั้นมีความแปลกใหม่หรือมีความสมจริงมากขึ้น
เรื่องคุณภาพเสียงหูฟังรุ่นนี้มีโทนที่สนุกมีสีสัน เวทีเสียงกว้างสัมผัสกับทิศทางของเสียงได้ทุกทิศมีบาลานซ์ดี ด้านเสียงร้องก็มาชัดมีมวลเนื้อเสียงไม่แห้ง เบสแน่นไม่รบกวนย่านอื่น ขณะที่เสียงสูงก็ทำได้มาดีไม่บาดแก้วหู จัดว่าเป็นหูฟัง Sony ที่มาตรฐานไม่ตกและมีความน่าประทับใจอีกรุ่น
ด้านการใช้งานทั่วไปก็ไม่พบปัญหาไม่ว่าจะเป็นการคุยสายที่ชัดเจนด้วยไมโครโฟนที่ติดตั้งมามากถึง 5 ตัว และไม่พบอาการหน่วงของเสียงเมื่อใช้งานกับการชมวีดีโอออนไลน์ หรือการเล่นเกม แถมยังสามารถใช้งาน Voice Assistant ให้อ่านการแจ้งเตือนที่เข้ามาได้ด้วย
สำหรับอายุงานของหูฟังสามารถอยู่ได้นานสูงสุดถึง 30 ชั่วโมงเมื่อเปิดโหมดตัดสียงรบกวน และจะได้เพิ่มอีก 8 ชั่วโมงถ้าปิด แถมยังมี Fast Charge ชาร์จ 10 นาที ด้วยสาย USB Type-C ที่แถมมามากล่องก็สามารถใช้ต่อได้ถึง 5 ชั่วโมง
นอกจากนี้ตัวหูฟังเองก็มีฟีเจอร์ช่วยเซฟพลังงานอย่าง Wearing Detection เซ็นเซอร์อัจฉริยะที่จะตรวจจับการสวมใส่ เมื่อถอดออกเพลงก็จะดับ เมื่อใส่หูฟังกลับเพลงก็จะเล่นต่อเอง และถ้าถอดทิ้งไว้นานๆ หูฟังก็จะปิดการทำงานให้เอง
ปิดท้ายด้วยเรื่องของราคา Sony WH-1000XM4 พร้อมวางขายในไทยที่ 13,990 บาท เท่ากันกับราคาเปิดตัวของ WH-1000XM3 ซึ่งใครที่กำลังสนใจอย่างได้หูฟัง Full-Size ดีๆ สำหรับใส่เดินทาง หรือใช้งานในชีวิตประจำวัน ก็แนะนำให้พิจารณารุ่นนี้ดูได้เลย โดยจะเริ่มจำหน่าย 17 สิงหาคมนี้ เป็นต้นไป






































