
Sony เปิดตัว Alpha 7R VI กล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมรุ่นใหม่ความละเอียด 66.8MP พร้อมชิป BIONZ XR2 และเลนส์ G Master FE 100-400mm F4.5 GM OSS ที่ออกแบบมาสำหรับสาย Wildlife และ Sports โดยเฉพาะ ในไทย
Sony Alpha 7R VI
กล้อง Alpha 7R VI มาพร้อมเซนเซอร์ฟูลเฟรม Stacked Exmor RS ความละเอียด 66.8 ล้านพิกเซล มอบไดนามิกเรนจ์ที่กว้างถึง 16 สต็อป และช่วยลดสัญญาณรบกวน (Noise) ในช่วงความไวแสงระดับปานกลางได้อย่างดีเยี่ยม

ตัวกล้องติดตั้งระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอล 5 แกนที่มีความแม่นยำสูง สามารถชดเชยการสั่นไหวได้สูงสุดถึง 8.5 สต็อปที่บริเวณกึ่งกลางภาพ และ 7.0 สต็อปที่บริเวณรอบนอกเฟรม พร้อมระบบสมดุลแสงสีขาวอัตโนมัติ (Auto White Balance) ที่ขับเคลื่อนด้วยเซนเซอร์ตรวจจับแสงที่มองเห็นได้และแสงอินฟราเรด (IR) ร่วมกับการประเมินสภาพแสงด้วยระบบ Deep-learning เพื่อให้ได้สีสันที่ดูเป็นธรรมชาติและเสถียรแม้จะถ่ายภาพในที่ร่มหรือในพื้นที่เงามืด

ตัวกล้องขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล BIONZ XR2 ที่มาพร้อมหน่วยประมวลผล AI ในตัว และมีความเร็วในการอ่านข้อมูลจากเซนเซอร์ (Sensor readout) ไวกว่ารุ่นก่อนหน้าถึงประมาณ 5.6 เท่า ช่วยให้สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้แบบไร้การดับของหน้าจอ (Blackout-free) ด้วยความเร็วสูงสุดประมาณ 30 ภาพต่อวินาที พร้อมรองรับการคำนวณระบบ AF/AE สูงสุด 60 ครั้งต่อวินาทีในโหมดติดตาม AF/AE Tracking



ยิ่งไปกว่านั้นยังมีระบบ Real-time Recognition AF+ (Plus) ที่สามารถประมาณการและติดตามท่าทางของมนุษย์โดยอิงจากโครงสร้างกระดูก ช่วยให้โฟกัสได้อย่างแม่นยำบนตัว Subject ที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เช่น นักกีฬา หรือฉากที่มีความเร็วสูง
สำหรับการใช้งานระดับมืออาชีพ กล้องรุ่นนี้มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุสูงรุ่นใหม่ NP-SA100 ขนาด 2670mAh รองรับการถ่ายภาพนิ่งได้สูงสุด 710 ภาพเมื่อใช้งานผ่านหน้าจอ LCD หรือ 600 ภาพเมื่อใช้งานผ่านช่องมองภาพตามมาตรฐาน CIPA ช่วยลดความถี่ในการต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ระหว่างการทำงานที่ยาวนาน



ในส่วนของช่องมองภาพใช้จอ OLED ความละเอียดประมาณ 9.44 ล้านจุด รองรับขอบเขตสีเทียบเท่า DCI-P3 และระบบ 10-bit HDR โดยมีความสว่างสูงสุดมากกว่ารุ่นทั่วไปถึงประมาณ 3 เท่า เพื่อการมองเห็นที่ชัดเจนในสภาพแวดล้อมที่แสงแดดจัด ตัวกล้องมีระบบจัดการความร้อนที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้สามารถบันทึกวิดีโอความละเอียด 8K ได้อย่างต่อเนื่องยาวนานสูงสุดถึง 120 นาที
บอดี้ของกล้องทำจากวัสดุแมกนีเซียมอัลลอยเพื่อความเบาและความทนทาน ติดตั้งหน้าจอ LCD แบบปรับมุมได้ 4 แกน (4-axis multi-angle) เพิ่มความยืดหยุ่นในการเลือกมุมมอง มีพอร์ต USB Type-C จำนวน 2 พอร์ตสำหรับการชาร์จไฟและถ่ายโอนข้อมูลไปพร้อมกัน มาพร้อมปุ่มกดด้านหลังที่มีไฟส่องสว่างช่วยให้ใช้งานในที่แสงน้อยได้สะดวก และมีวงแหวนโหมด “Memory Recall” ที่เชื่อมโยงการตั้งค่าการถ่ายภาพเข้ากับปุ่มกดที่ปรับแต่งได้
นอกจากนี้ยังรองรับโซลูชัน Camera Authenticity ของ Sony รวมถึงมาตรฐาน C2PA เพื่อใช้ในการตรวจสอบและยืนยันว่าภาพนิ่งและวิดีโอนั้นถูกถ่ายทำขึ้นมาจากกล้องจริง ๆ ไม่ใช่ภาพที่สร้างขึ้นจากระบบ AI



ในด้านวิดีโอ Sony Alpha 7R VI รองรับการบันทึกวิดีโอ 8K 30p แบบ Oversampling จาก 8.2K รวมถึง 4K 60p และ 4K 120p แบบไม่ครอป พร้อมระบบ Dual Gain Shooting ที่ช่วยลด Noise และเพิ่ม Dynamic range ในงานวิดีโอระดับมืออาชีพ พร้อมรองรับการบันทึกเสียงภายในตัวกล้องแบบ 32-bit float เมื่อจับคู่ใช้งานร่วมกับอะแดปเตอร์ XLR-A4
สำหรับอะแดปเตอร์เสียง XLR-A4 รองรับการบันทึกเสียงดิจิทัลในตัวกล้องสูงสุด 4 ช่องสัญญาณ ผ่านไมโครโฟน XLR เช่น ECM-778 (สูงสุด 2 ช่องสัญญาณ) และเชื่อมต่อไมโครโฟนแจ็ค มินิสเตอริโอขนาด 3.5 มม. (2 ช่องสัญญาณสเตอริโอ) ผ่านช่องต่อ Multi Interface (MI) Shoe ภายในติดตั้งตัวแปลงสัญญาณ AD แบบคู่ (Dual AD converters)

ระบบสามารถบันทึกเสียงดิจิทัลได้สูงสุดที่ความละเอียด 96kHz 32-bit float จำนวน 4 ช่องสัญญาณบนกล้องรุ่นที่รองรับ โดยที่ตัวอะแดปเตอร์มีการออกแบบให้มีความสูงที่ลดลงและมีโครงสร้างแชสซีที่แข็งแกร่งขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่น XLR-K3M เพื่อความมั่นคงในการถ่ายทำ มาพร้อมสายเคเบิลต่อขยายเสียงที่ยาวประมาณ 60 ซม. นอกจากนี้ยังรองรับมาตรฐาน USB Audio Class 2.0 สามารถทำหน้าที่เป็นออดิโออินเตอร์เฟซขนาด 96 kHz 24-bit แบบ 2 ช่องสัญญาณ
อุปกรณ์เสริมสำหรับ Alpha 7R VI (จำหน่ายแยก)
Alpha 7R VI รองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การทำงานระดับมืออาชีพโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้รุ่น NP-SA100 ที่มาพร้อมระบบ InfoLITHIUM ให้ความจุพลังงานมากกว่าแบตเตอรี่ตระกูล Z รุ่น NP-FZ100 ประมาณ 1.3 เท่า พร้อมทำงานร่วมกับระบบจัดการพลังงานของกล้องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการใช้งานและการควบคุมอุณหภูมิ รวมถึงรองรับการแสดงสถานะการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ภายในกล้อง ขณะเดียวกันยังมีกริปแนวตั้ง VG-C6 ที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ รองรับการถ่ายถ่ายทั้งแนวตั้งและแนวนอน พร้อมรองรับแบตเตอรี่ SA-series ความจุสูงสุด 2 ก้อน อีกทั้งยังมาพร้อมโครงสร้างป้องกันฝุ่นและความชื้นในระดับเดียวกับตัวกล้อง

นอกจากนี้ยังมีแท่นชาร์จแบตเตอรี่ BC-SAD1 สำหรับแบตเตอรี่ NP-SA100 โดยเฉพาะ รองรับการชาร์จผ่าน USB Power Delivery กำลังไฟ 45 วัตต์ขึ้นไป สามารถชาร์จแบตเตอรี่พร้อมกัน 2 ก้อนได้ภายในประมาณ 115 นาที หรือชาร์จแบตเตอรี่ 1 ก้อนถึง 80% ได้ภายในประมาณ 55 นาที และชาร์จเต็ม 100% ภายในประมาณ 85 นาที พร้อมแสดงสถานะการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ระหว่างการชาร์จ อีกทั้งยังมี DC Coupler รุ่น DC-C2 สำหรับจ่ายไฟต่อเนื่องผ่านแหล่งจ่ายไฟภายนอกแบบ USB Power Delivery กำลังไฟ 100 วัตต์ขึ้นไป ผ่านสาย USB-C® to USB-C เพื่อช่วยให้การใช้งานกล้องต่อเนื่องเป็นไปอย่างเสถียร รองรับทั้งงานถ่ายทำและการสร้างสรรค์คอนเทนต์ระดับมืออาชีพ
ราคาจำหน่ายอุปกรณ์เสริม
- แบตเตอรี่รุ่น NP-SA100 ราคา 3,690 บาท
- แท่นชาร์จแบตเตอรี่แบบคู่ BC-SAD1 ราคา 4,290 บาท
- กริปถ่ายภาพแนวตั้ง รุ่น VG-C6 ราคา 13,290 บาท
- DC Coupler รุ่น DC-C2 ราคา 4,290 บาท
เลนส์ใหม่ FE 100-400mm F4.5 GM OSS
ควบคู่ไปกับการเปิดตัวกล้องรุ่นใหม่ Sony ยังได้ส่งเลนส์ซูมไกลรุ่นล่าสุด Sony FE 100-400mm f4.5 GM OSS ซึ่งเป็นเลนส์ซูมระยะไกลระดับ G Master เหมาะสำหรับผู้ใช้งานระบบกล้อง Sony E Mount ที่รักการถ่ายนก การถ่ายภาพกีฬา และช่างภาพสาย Wildlife


ตัวเลนส์เลือกใช้โครงสร้างชุดเลนส์คุณภาพสูงแบบ 28 ชิ้น 20 กลุ่ม ซึ่งภายในประกอบไปด้วยชิ้นเลนส์พิเศษ ได้แก่ ชิ้นเลนส์ ED XA จำนวน 1 ชิ้น, ชิ้นเลนส์ XA จำนวน 1 ชิ้น, ชิ้นเลนส์ Super ED จำนวน 2 ชิ้น และชิ้นเลนส์ ED จำนวน 3 ชิ้น เพื่อคุณภาพภาพที่คมชัดและลดความคลาดสีได้อย่างมีประสิทธิภาพ เคลือบผิว Nano AR II Coating ช่วยลดแสงสะท้อนและแฟลร์


ตัวเลนส์ได้รับการปรับแต่งมาเป็นพิเศษเพื่อรองรับความละเอียดสูงของกล้องเจเนอเรชันใหม่ ๆ ได้อย่างเต็มที่ขับเคลื่อนระบบโฟกัสอัตโนมัติด้วยมอเตอร์ XD Linear Motor จำนวน 4 ตัว มอบความเร็ว ความแม่นยำ และการติดตามวัตถุที่ลื่นไหลในทุกจังหวะการเคลื่อนไหว

ในแง่ของดีไซน์และโครงสร้างบอดี้ เลนส์รุ่นนี้มีน้ำหนักอยู่ที่ 1,840 กรัม มาพร้อมระบบซูมแบบภายใน (Internal Zoom) ที่ช่วยรักษาสมดุลของเลนส์ในระหว่างการใช้งาน สามารถจับโฟกัสได้ใกล้สุดที่ระยะ 64 เซนติเมตร รองรับการปรับค่ารูรับแสงได้ตั้งแต่ f4.5 ไปจนถึง f32 และควบคุมรูรับแสงด้วยชุดไดอะแฟรมแบบ 11 กลีบ โดยตัวเลนส์มีขนาดหน้าเลนส์อยู่ที่ 95 มม. และรองรับการใช้งานร่วมกับ Drop-In Filter ขนาด 40.5 มม. อีกด้วย



กำหนดการเปิดจองและวางจำหน่าย
โซนี่ไทยกำหนดเปิดให้สั่งจองกล้อง Alpha 7R VI (อัลฟา 7R มาร์ก 6) และเลนส์ FE 100-400mm F4.5 GM OSS อย่างเป็นทางการ โดยมีรายละเอียดราคาดังต่อไปนี้

- Alpha 7R VI ราคา 159,990 บาท * รับฟรีเมมโมรี่การ์ด CFexpress Card TOUGH Type A ขนาด 480GB มูลค่า 15,990 บาท เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์และลงทะเบียนผลิตภัณฑ์ผ่านระบบ My Sony Rewards ระหว่างวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 – 28 มิถุนายน 2569

- เลนส์ FE 100-400mm F4.5 GM OSS G Master™ ราคา 144,990 บาท * รับฟรีเก้าอี้แคมป์ปิ้งพับได้ G Master มูลค่า 1,990 บาท และกล่องของขวัญ G Master ซึ่งประกอบด้วย หมวกเดินป่า แผ่นรีดติดผ้า และ Hot Shoe ลายนกและสัตว์ป่า มูลค่า 2,590 บาท เมื่อจองผลิตภัณฑ์ระหว่างวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 – 7 มิถุนายน 2569 และลงทะเบียนผลิตภัณฑ์ผ่านระบบ My Sony Rewards ภายในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569
เปิดตัว Sony Xperia 1 VIII อัปเกรดใหญ่สุดในรอบหลายปี ดีไซน์ใหม่ กล้อง …
Sony เปิดตัวหูฟังเรือธงรุ่นพิเศษ WH-1000X The ColleXion ดีไซน์พรีเมียม …
Sony โต้ข่าวถอนตัวจากตลาดสมาร์ทโฟนจีน ยืนยันธุรกิจยังมั่นคงพร้อมเดิน …