
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นด้านการจัดการพลังงาน และระบบออโตเมชั่น โชว์ผลงานโดดเด่นก้าวข้ามปี 63 อย่างมั่นคงด้วยดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น และประเดิมความสำเร็จเปิดปี 64 ด้วยการก้าวสู่เบอร์ 1 ของโลกในการเป็นองค์กรที่ยั่งยืนที่สุด
พร้อมดันแผนเชิงรุกช่วยองค์กรทั่วโลกก้าวสู่ความยั่งยืนด้วยแพลตฟอร์มและสถาปัตยกรรมระบบเปิด EcoStruxure มุ่งสู่การเป็นพาร์ทเนอร์ด้านดิจิทัลอย่างเต็มตัว หนุนคู่ค้าและลูกค้าเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

แม้ปี 2563 เป็นปีที่ยากลำบากในการดำเนินธุรกิจรวมถึงการใช้ชีวิตของผู้คน เนื่องจากวิกฤตที่เกิดขึ้นทั่วโลก แต่ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ก็สามารถนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาช่วยในการบริหารก้าวไปสู่จุดยืนของการเป็นบริษัทด้านพลังงานและออโตเมชั่นระดับโลกได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยผลการดำเนินงานในระดับที่ยอดเยี่ยม นับเป็นเติบโตการสวนกระแสตลาด
โดยสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางธุรกิจของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่ตอบรับแนวโน้มโลกอนาคตได้อย่างชัดเจนใน 3 ธีมหลัก คือ การสร้างความยั่งยืน สร้างประสิทธิภาพ และความยืดหยุ่นในการปรับตัว (Sustainability, Efficiency, Resilient) ให้กับธุรกิจ
สเตฟาน นูสส์ ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ ดูแลประเทศไทย ลาว และเมียนมา ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าวว่า ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้ปรับมุมมองและรับมือกับวิกฤต โดยการเร่งการเข้าสู่โลกดิจิทัลได้เร็วขึ้นในทุก ๆ กิจกรรม เพราะจะเห็นได้ว่าดิจิทัลอยู่ในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมในระดับครอบครัวผ่านแอปพลิเคชัน หรือการทำงานจากที่บ้าน Work From Home และการปรับพฤติกรรมการซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ ล้วนเป็นการสนับสนุนแนวคิดที่ว่าดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่ ซึ่งวิกฤตไม่ทำให้บริษัทหยุดพัฒนา ในทางกลับกันต้องเร่งพัฒนาเพื่อให้พร้อมก้าวสู่โลกแห่งอนาคตได้เร็วขึ้น

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จึงเป็นองค์กรที่มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง ซึ่งธุรกิจของบริษัทแบ่งออกเป็น 2 ด้านหลัก ๆ ได้แก่ การจัดการพลังงาน (Energy Management) และระบบออโตเมชั่น สำหรับอุตสาหกรรม (Industry Automation) ด้วยโซลูชั่นและสถาปัตยกรรมแบบเปิด EcoStruxure ที่รองรับการใช้งาน IoT ได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยให้บริการลูกค้าใน 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ อาคาร ดาต้าเซ็นเตอร์ อุตสาหกรรม และระบบโครงสร้างพื้นฐาน
สำหรับชไนเดอร์ อิเล็คทริค ปี 2563 มีผลประกอบการทั่วโลกอยู่ที่ 25 พันล้านยูโร เป็นปีที่ร่วมฟันฝ่าวิกฤตไปพร้อมลูกค้าและเป็นปีที่น่าจดจำที่สุด โดยบริษัทได้ทำภารกิจและมีผลงานที่โดดเด่น ซึ่งสะท้อนถึงผลลัพธ์ในหลายส่วนด้วยกัน ทั้งในส่วนของผลการดำเนินงานที่นับว่าดีที่สุดในอุตสาหกรรม และทำให้ได้รับการยอมรับอย่างมากจากกลุ่มนักลงทุนทั่วโลก
บริษัทได้เร่งดำเนินการตามลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างความสำเร็จ ได้แก่ การเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบคลาวด์ ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากบริษัทชั้นนำรายใหญ่ในหลากหลายธุรกิจ นอกจากนี้ธุรกิจด้านอีคอมเมิร์ซของชไนเดอร์ อิเล็คทริค เองก็มีการขยายเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า
และที่นับเป็นความสำเร็จที่น่าจดจำ และเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่มีต่อความยั่งยืนได้เป็นอย่างดี คือการที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเบอร์ 1 ของโลกในการเป็นบริษัทที่ยั่งยืนที่สุดประจำปี 2564 (2021 Global 100 Most Sustainable Corporations) จัดทำโดย Corporate Knights นับเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ จากอันดับที่ 29 ในปี 2563 สู่อันดับหนึ่งในเวลาเพียงหนึ่งปี ซึ่งป็นบทพิสูจน์ ในเรื่องของความมุ่งมั่นที่มีมายาวนานในการรับมือกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาล (ESG) ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ในช่วงปี 2563 ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยังได้วางแผนเตรียมการสำหรับอนาคต โดยได้มีการซื้อบริษัทหลายแห่ง เพื่อมาช่วยต่อยอดศักยภาพด้านการจัดการพลังงานและโซลูชันซอฟต์แวร์ ที่ช่วยเติมเต็มรูปแบบการดำเนินงานในอุตสาหกรรมให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยเรียกว่า “4x Integration” ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค อันประกอบไปด้วย
- Energy and Automation การผสานรวมกันของระบบพลังงานและระบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของ Digital Transformation
- End Point to Cloud การเชื่อมต่อเต็มรูปแบบ โดยใช้โซลูชัน EcoStruxure ตั้งแต่ในพื้นที่โรงงาน หรือจุดที่ใช้งานไปยังคลาวด์
- Design & Build to Operate & Maintain คือ ระบบการทำงานแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการสร้าง การใช้งาน และการบำรุงรักษา
- Site by Site to Integrated Company Management เป็นความสามารถในการบริหารจัดการผ่านศูนย์ปฏิบัติการแบบครบวงจร ซึ่งจะเชื่อมต่อไซต์งานทั้งหมดขององค์กรเข้ากับระบบการจัดการแบบบูรณาการได้จากจุดเดียว
นอกจากนี้ ในปี 2564 ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยังได้เร่งดำเนินการบริการด้านความยั่งยืน เพื่อทำให้ลูกค้ามั่นใจในการเป็นที่ปรึกษาที่น่าเชื่อถือในด้านความยั่งยืน เพื่อให้ปรับตัวเข้าสู่รูปแบบดิจิทัลได้ ตลอดจนการวางกลยุทธ์และการดำเนินการ ซึ่งการบริการด้านความยั่งยืนดังกล่าว หมายถึงการซื้อพลังงานในนามของลูกค้า การประหยัดพลังงาน และการลดการปล่อยคาร์บอน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กำลังสร้างความสามารถที่ไม่เหมือนใครให้กับลูกค้าในการแปลงระบบวงจรทั้งหมดให้เป็นดิจิทัลในด้านการจัดการพลังงานสำหรับอาคาร อุตสาหกรรมและระบบโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค มีพันธกิจและวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนมาก นั่นคือการช่วยสนับสนุนให้ทุกคนสามารถเข้าถึงพลังงาน ใช้พลังงานและทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับทุกคน ในบริษัทเรียกสิ่งนี้ว่า Life Is On และกำลังเข้าสู่ปี 2564 นี้ ด้วยบรรยากาศของความแข็งแกร่ง โดยจะใช้ประโยชน์จากความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นในเชิงบวก มาผลักดันให้ธุรกิจเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ด้วยกลยุทธ์ที่เรียงลำดับความสำคัญได้แก่ 1) คือดิจิทัลในทุก ๆ ที่ 2) คือการเติบโตไปพร้อม ๆ กับพันธมิตร 3) คือกลยุทธ์ผลักดันส่งเสริมดิจิทัลพาร์ทเนอร์ เพื่อความยั่งยืนและเสริมสร้างประสิทธิภาพให้กับลูกค้า 4) คือการเร่งขยายการบริการ และ 5) คือการเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนต่อเนื่องไป

ทั้งนี้ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยังมีพันธสัญญาใหม่ในระดับโลกอีก 6 ประการ ที่มุ่งมั่นสร้างความเป็นกลางด้านคาร์บอนภายให้ได้ในสิ้นปี 2583 เพื่อสร้างความอย่างยั่งยืนให้กับโลก ด้วยการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกให้อยู่ที่ 1.5 องศาเซลเซียส
จุดยืนของชไนเดอร์ อิเล็คทริค เบื้องหลังความสำเร็จในปี 2563 และวิสัยทัศน์ในอนาคต เป็นกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นในการก้าวต่อไปอย่างมุ่งมั่น นำการพัฒนาดิจิทัลร่วมกันไปกับคู่ค้าและลูกค้า ด้วยนโยบายที่ยึดมั่น ยืนหยัดในการสร้างความยั่งยืนในแบบก้าวไปด้วยกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดของทุกคน