
การพูดอย่างสุภาพ เช่น “กรุณา” และ “ขอบคุณ” อาจไม่ฟรีอย่างที่คิด โดยเฉพาะเมื่อใช้กับ AI อย่าง ChatGPT ซึ่งทาง Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI เปิดเผยว่า การที่ผู้ใช้พูดคำสุภาพเหล่านี้ทำให้บริษัทมีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเพิ่มขึ้นถึง “หลายสิบล้านดอลลาร์”
ข้อมูลดังกล่าวได้ทำให้เราเห็นให้ภาพเบื้องหลังการทำงานที่น่าสนใจ โดยที่คำกล่าวของ Altman เป็นการตอบคำถามเกี่ยวกับผลกระทบด้านพลังงานจากการที่ใช้คำสุภาพกับ AI ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่นึกไม่ค่อยถึง
สำหรับเราในฐานะผู้ใช้งาน สิ่งต่างๆ ที่อยู่ในโลกออนไลน์ดูเหมือนจะมีการแยกจากทรัพยากรจากโลกในความเป็นจริง แต่ความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น ซึ่งเซิร์ฟเวอร์ที่รันโมเดลอย่าง GPT-4 มีการใช้พลังงานมหาศาลและต้องการระบบระบายความร้อนจำนวนมาก
ตามรายงานจาก The Washington Post ระบุว่า การให้ GPT-4 สร้างอีเมลสั้นๆ 100 คำ อาจใช้ทรัพยากรเป็นน้ำถึงครึ่งลิตร เนื่องจากศูนย์ข้อมูลที่ประมวลผลคำสั่งร้อนจัด และต้องใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งเมื่อขยายสเกลไปถึงการที่ผู้ใช้หลายล้านคนที่ถามคำถามนับไม่ถ้วนต่อวัน การใช้น้ำและพลังงานก็พุ่งสูงขึ้น ซึ่งนี้ยังไม่นับไปถึงพลังงานจำนวนมหาศาลที่ใช้ในการฝึกโมเดล AI
จุดที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือการเปรียบเทียบกับสิ่งที่บริษัทอื่นทำ ซึ่งเมื่อไม่กี่ปีก่อนทาง Google ได้เพิ่มฟีเจอร์ “Pretty Please” ใน Google Assistant เพื่อส่งเสริมให้ผู้ใช้ โดยเฉพาะเด็กๆ ใช้คำว่า “กรุณา” และ “ขอบคุณ” กับ AI ที่ทำงานด้วยเสียง เพื่อฝึกมารยาทที่ดีและหวังว่าจะพวกเขาจะนำมารยาทที่ดีนี้ไปใช้กับคนจริงๆ ซึ่งต่างจาก OpenAI ที่แสดงให้เห็นว่าการทำตัวสุภาพกับ AI นั้นมีต้นทุนด้านทรัพยากร
เรื่องนี้ชวนให้เกิดการตั้งคำถามว่า การใช้พลังงานประมวลผลคำว่า “กรุณา” นั่นคุ้มค่าพอต่อการส่งเสริมนิสัยที่ดีหรือไม่ หรือผู้ใช้ควรสื่อสารกับ AI อย่างตรงไปตรงมาเพื่อประหยัดทรัพยากร?
ChatGPT เปิดฟีเจอร์สร้างภาพ GPT-4o ให้ใช้ฟรี วางลิมิต 3 ภาพต่อวัน
คนใช้ Android เฮ! ตั้ง ChatGPT เป็นผู้ช่วยเริ่มต้น แทน Gemini ได้แล้ว