Samsung ชูวิสัยทัศน์หลัก Sustainable Living และ Connectivity ตั้งเป้า 3 ปีเป็นแชมป์ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไทย

โดย RingRangRung | 12 มกราคม 2566 เมื่อ 13:59 น. | อ่าน 222

Samsung เปิดศักราชใหม่ชูวิสัยทัศน์หลัก Sustainable Living และ Connectivity มอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ยั่งยืนและเชื่อมต่ออัจฉริยะ โดยตั้งเป้าเป็นผู้นำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยภายใน 3 ปี

ปัจจุบันรูปแบบการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป เครื่องปรับอากาศจะเป็นมากกว่าอุปกรณ์ทำความเย็น ทีวีทำได้มากกว่ามอบความบันเทิง ทางซัมซุงมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและสร้างสรรค์โปรดักซ์ที่แสดงถึงบุคลิกผู้อาศัย ตรงกับความต้องการมากขึ้นเปรียบเหมือนวันใหม่ หรือ Live A New Day

ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด มีการเปิดเผยว่าในปี 2565 ที่ผ่านมาตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับพรีเมี่ยมในไทยมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้น ขณะที้ยอดขายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มดังกล่าวของ Samsung เองก็เพิ่มขึ้น 2 เท่า และในปีนี้ทางแบรนด์ก็มีแผนเปิดตัวเครื่องใช้ไฟฟ้ารวมกันมากกว่า 100 รุ่น

สำหรับในไทยเองก็มีการเติบโตในส่วนของสมาร์ทโฮม 72% ซัมซุงได้มองเห็นพื้นที่ที่จะเติบโตในตลาดนี้ และอีกเรื่องที่คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญมากขึ้นคือการสร้างความยั่งยืน กับเรื่องการประหยัดพลังงาน

อีกจุดหนึ่งที่สำคัญคือโปรดักซ์ต้องแสดงให้เห็นถึงตัวตนผู้ใช้ โดยที่ 55% Gen Z มองหาโปรดักซ์ที่สะท้อนความเป็นตัวตนของพวกเขา ขณะที่ ของผู้บริโภค Gen MZ จะเลือกแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่แสดงออกถึงตัวตนของพวกเขาได้

Bringing Calm to Our Connected World

ซัมซุง ได้มีการผลักดันนวัตกรรม SmartThings เพื่อมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาดผ่านสมาร์ทโฮมที่ทุกอุปกรณ์เชื่อมโยงถึงกัน โดยยกระดับการเชื่อมต่อให้ดียิ่งขึ้นด้วย Home Automation ครบวงจร โดยเป็นนวัตกรรมเดียวที่สามารถควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้แบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชั่น และติดตามการใช้พลังงานของเครื่องใช้ไฟฟ้า พร้อมทั้งมี AI Saving Mode ช่วยประหยัดไฟซึ่งสามารถลดค่าไฟโดยเฉลี่ยได้มากถึง 40%

นอกจากนี้ SmartThings ยังเป็นนวัตกรรมแรกที่ได้รับรองมาตรฐานพลังงาน ENERGY STAR SHEMS โดยที่ซัมซุงเองมีการประกาศนโยบายสิ่งแวดล้อมทั้ง Net Zero ลดการปล่อยมลพิษให้เป็นศูนย์ภายในปี 2050 รวมถึงการเข้าร่วม RE 100 และสร้าง Eco Packaging ให้กล่องบรรจุภัณฑ์สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้

ในส่วนของผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในกลุ่มต่างๆ ของ Samsung มีผลงานดังนี้

ตลาดทีวีพรีเมียมมาแรง

ปกติแล้วช่วงปีที่มีเทศกาลฟุตบอลโลกโปรดักซ์ในกลุ่มนี้จะมีผลงานที่โดดเด่นแต่สำหรับปีที่ผ่านมาด้วยจากความล่าช้าด้านลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันในไทย รวมถึงปัญหาเรื่องคุณภาพการถ่ายทอดสด ทำให้ยอดขายสินค้าในกลุ่มนี้ออกมาไม่สูงเท่าที่ควร

ในปีที่ผ่านมาผู้บริโภคให้ความสนใจทีวีจอใหญ่มากขึ้นทำให้ทีวีจอ 65 นิ้ว ขึ้นไปมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้น 1.5 เท่า ซึ่งกลุ่มทีวีพรีเมียมยังคงเติบโตสูง โดยที่ Samsung Neo QLED โตขึ้น 3 เท่า โดยเฉพาะ Neo QLED 8K ที่โตขึ้นถึง 4 เท่า ขณะที่ไลฟ์สไตล์ทีวีโต 2 เท่า

ทางด้านกลุ่มเครื่องเสียงที่ทำงานคู่กับทีวีอย่าง Soundbar รวมถึง Sound Tower ก็ได้รับการตอบรับที่เพิ่มขึ้น ทั้ง Soundbar ที่ยอดขายเพิ่มขึ้น 1.5 เท่า

สำหรับปี 2566 ทาง Samsung จะส่งทีวีรุ่นใหม่ๆ ออกมาสู่ตลาดมากมายไม่ว่าจะเป็น Samsung OLED TV, Neo QLED รุ่นใหม่, Lifestyle TV และทีวีที่มี IOT บิลท์อินมาในตัว รวมถึงการสร้างประสบการณ์ให้กับผู้บริโภคทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยที่โปรดักซ์ในกลุ่มนี้มีเป้าหมายเติบโตขึ้น 17%

จัดเต็มไลฟ์อัพเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เน้น Bespoke

ปีที่ผ่านกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านภาพรวมเติบโตขึ้น 5% กลุ่มเครื่องซักผ้าและตู้เย็นโตขึ้น 5%, กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กโตขึ้น 10% ซึ่งปัจจัยหลักๆ มาจากการออกสินค้าใหม่ๆ หรือขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อตอบโจทย์เทรนด์ของผู้บริโภค, มีการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่เป็นหน้าร้านมากขึ้น นอกจากนี้จากการมี Bespoke เป็นตัวบุกเบิกตลาดก็ช่วยทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มพรีเมียมของ Samsung โตขึ้นถึง 2 เท่าจากปี 2564

ส่วนปี 2565 Samsung เตรียมเปิดตัวโปรดักซ์ใหม่ๆ รวมถึงสินค้า Bespoke Home ภายใต้แนวคิด Bespoke My Life โดยมุ่งเน้นทั้งการทำผลิตภัณฑ์ที่ผู้ใช้สามารถออกแบบสีสันและฟังค์ชั่นที่เหมาะกับตัวเองได้ พร้อมทั้งขยาย Bespoke ไปยังไลน์สินค้าอื่นๆ

อีกจุดหนึ่งคือการประหยัดพลังงานด้วย AI Saving Mode และความทนทานของผลิตภัณฑ์บนแนวคิดเรื่องความยั่งยืน โดยมีการขยายการรับประกันอินเวอร์เตอร์มอเตอร์เครื่องซักผ้าและคอมเพรสเซอร์ตู้เย็นออกไปเป็น 20 ปี พร้อมนำเสนอการเชื่อมต่อผ่าน SmartThings โดยที่ในปีนี้ Samsungมีเป้าหมายที่จะเติบโตในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านกลุ่มพรีเมียม 2 เท่า

ผู้นำโซลูชั่นเครื่องปรับอากาศ

ปีที่ผ่านมาสินค้าเครื่องปรับอากาศพรีเมียมกลุ่ม WindFree เติบโตขึ้น 30% ส่วนยอดขายกลุ่ม B2B โตขึ้น 40%

สำหรับปีนี้Samsung ได้เตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ทั้งกลุ่ม WindFree อย่าง WindFree Premium Plus, WindFree AI, WindFree, 360 Cassette, WindFree 1-Way Cassette, WindFree 4-Way Cassette และ Ceiling พร้อมขายการรับประกันสูงสุด 10 ปี นอกจากนี้ยังตีตลาดองค์กรด้วย DVM S2, Free Joint Muti (FJM) และ Ceiling Fixed Speed R32 Mark 5

About Author

RingRangRung

RingRangRung

Partners