
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทีมงาน mxphone ได้นำเสนอบทความ Samsung Galaxy Z Series vs Apple iPhone 13 Series ตัวท็อปแบรนด์ไหน เด็ดกว่ากัน? ที่ได้พูดถึงไฮไลท์เด่นของเรือธงจากทั้งสองค่ายคู่แข่งตลอดกาลมาเทียบให้ได้ดูกันว่าแต่ละรุ่นมีดีอย่างไร หรือของใครจะเด็ดกว่ากัน
และสำหรับบทความนี้ก็จะยังคงพูดถึง Samsung Galaxy Z Fold3 | Flip3 กับ Apple iPhone 13 Series เช่นเดิม แต่เป็นในแง่ของประสบการณ์ใช้งานจริงของแต่ละรุ่นว่าเป็นยังไง รุ่นไหนมีจุดเด่นอะไรบ้าง และสามารถตอบโจทย์ความต้องการที่ต่างกันอย่างไร ถ้าใครอยากรู้ก็ตามมาดูกันเลยครับ
คู่หู Galaxy Z Fold3 | Flip3 ดีไซน์แบบจอพับ ความเก๋กินขาด

Galaxy Z Fold3 และ Galaxy Z Flip3 สองคู่หูตัวท็อปสไตล์จอพับของ Samsung ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานั้น ต้องบอกว่ามีกระแสตอบรับที่ค่อนข้างดีทีเดียว ด้วยดีไซน์และฟังก์ชันใหม่ ๆ ในราคาที่ถูกลงจากเดิม

ซึ่งแน่นอนว่าดีไซน์ของ Galaxy Z Fold3 และ Galaxy Z Flip3 เป็นมือถือแบบจอพับ ซึ่งจะแตกต่างจาก iPhone 13 Series ที่เป็นแบบแท่งเหมือนมือถือทั่ว ๆ ไป
ดังนั้น Galaxy Z Fold3 และ Galaxy Z Flip3 ก็เหมาะกับคนที่ชื่นชอบอะไรแปลกใหม่และไม่จำเจ ได้ประสบการณ์ใช้งานที่ต่างจากมือถืออื่น ๆ ถือหยิบออกมากางใช้งานก็ดูเท่จนใคร ๆ ต้องเหลียวมอง

โดยเฉพาะ Galaxy Z Flip3 ที่น่าจะโดนใจวัยรุ่นยุคใหม่และบรรดาสาว ๆ ด้วยดีไซน์ที่เหมือนกับตลับแป้ง ดูลงตัวกับทุกแฟชั่น แถมมีขนาดเล็กกะทัดรัดพกพาสะดวก

ส่วน iPhone 13 Series อย่างที่บอกว่าเป็นแบบแท่งเหมือนมือถือทั่ว ๆ ไป ก็เหมาะกับคนที่ชอบใช้อะไรแบบเรียบง่าย ซึ่งดีไซน์โดยรวมก็แทบจะไม่ต่างอะไรจากรุ่นก่อนหน้ามากนัก
Galaxy Z Fold3 ทำอะไรได้มากกว่า เพราะเมื่อกางออกก็ได้มือถือหน้าจอไซส์บิ๊กเบิ้ม


นี่อาจเป็นจุดเด่นสำคัญที่ทำให้ Galaxy Z Fold3 ดูเหนือกว่า iPhone 13 Series อย่างเห็นได้ชัด เพราะเมื่อเวลาพับก็สามารถพกพาได้สะดวกเหมือนมือถือทั่วไป แต่ถ้ากางออกมาแล้วก็จะมีหน้าจอขนาดใหญ่ไซส์บิ๊กเบิ้มระดับน้อง ๆ แท็บเล็ต

ไม่ว่าจะวาด เขียน เล่นเกม ดูคอนเทนต์ หรือเล่นอะไรก็เต็มตากว่า และตอบโจทย์การทำงานหลาย ๆ หน้าจอได้พร้อมกันถึง 3 แอปฯ รวมทั้งรองรับปากกา S Pen ด้วย
หรือจะพับจอวางตั้งเพื่อวิดีโอคอล พร้อมจดประชุม หรือดูวิดีโอทำอาหาร พร้อมจดสูตรไปพร้อมกัน ก็สามารถทำได้อย่างสะดวก

ที่สำคัญยังเป็นมือถือรุ่นแรกของ Samsung ที่มีเทคโนโลยีกล้องใต้จอแสดงผล หรือ Under Display Camera (UDC) จึงช่วยให้สัมผัสกับการทำงานบนหน้าจอใหญ่ ๆ ได้อย่างเต็มพื้นที่ ไม่มีจุดดำ รอยติ่งหรือรอบากมากวนใจ

โดย Galaxy Z Fold3 สเปคหน้าจอหลัก (Main Screen) จะเป็น Dynamic AMOLED 2X ขนาด 7.6 นิ้ว รองรับรีเฟรชเรท 120Hz และมีจอรองด้านหลังเครื่อง (Cover Screen) แบบ Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.2 นิ้ว รองรับรีเฟรชเรท 120Hz เช่นกัน

ขณะที่ Galaxy Z Flip3 เองก็ไม่น้อยหน้า เพราะข้อดีของการเป็นมือถือจอพับแบบ Clamshell ของรุ่นนี้ก็คือ สามารถพับวางเพื่อใช้ถ่ายรูปหรือถ่ายวิดีโอได้โดยไม่ต้องถือ ไม่ต้องหาที่วางพิง หรือใช้ขาตั้งนั่นเอง


โดย Galaxy Z Flip3 สเปคหน้าจอหลัก (Main Screen) จะเป็น Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.7 นิ้ว รองรับรีเฟรชเรท 120Hz และมีจอรองด้านหลังเครื่อง (Cover Screen) แบบ Super AMOLED ขนาด 1.9 นิ้ว

นอกจากนี้จอรองด้านหลังเครื่องของทั้ง Galaxy Z Fold3 และ Galaxy Z Flip3 ก็ช่วยให้สามารถเช็คแจ้งเตือนต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก หรือตอนถ่ายรูปก็พรีวิวรูปคนที่ถูกถ่ายบนจอนอก ทำให้เขาสามารถเห็นท่าทางตัวเองได้ด้วย

ส่วนทางฝั่ง iPhone 13 Series นั้น ทุกรุ่นจะใช้หน้าจอ Super Retina XDR เหมือนกัน แต่จะมีแค่เฉพาะรุ่น Pro และ Pro Max ที่รองรับรีเฟรชเรท 120Hz
ซึ่งขนาดหน้าจอของ iPhone 13 Series นั้น รุ่นท็อปสุด iPhone 13 Pro Max มีขนาด 6.7 นิ้ว ถัดมาที่ iPhone 13 Pro กับ iPhone 13 มีขนาดเท่ากันที่ 6.1 นิ้ว และรุ่นเล็กสุด iPhone 13 mini มีขนาด 5.4 นิ้ว โดยทุกรุ่นยังมีติ่งหน้าจอที่เล็กลงจากรุ่นก่อนหน้าเล็กน้อยอีกด้วย

แน่นอนว่าประสบการณ์ใช้งานเกี่ยวกับหน้าจอของ iPhone 13 Series ก็คงหาได้ไม่ต่างจากมือถือแบบแท่งเหมือนกับทั่ว ๆ ไปที่ไม่มีอะไรหวือหวามากนัก
กล้องสเปคสูสี ถ่ายได้ดีเหมือนกัน แล้วแต่คนชอบ

สำหรับสเปคกล้อง ทั้ง Galaxy Z Fold3 | Flip3 และ iPhone 13 Series จะค่อนข้างใกล้เคียงกัน โดย Galaxy Z Fold3 มีกล้องหลัง 3 ตัว Ultra Wide 12MP + Wide 12MP + Telephoto 12MP กล้องหน้าที่จอหลัก 4MP และจอรอง 10MP

ส่วน Galaxy Z Flip3 มีกล้องหลัง 2 ตัว Ultra Wide 12MP + Wide 12MP กล้องหน้า 10MP

ขณะที่ฝั่ง iPhone 13 Series ใส่กล้องหน้า 12MP เหมือนกันทุกรุ่น แต่กล้องหลังของ iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max ใส่มา 3 ตัว Ultra Wide 12MP + Wide 12MP + Telephoto 12MP และเป็น LiDAR ส่วนกล้องหลังของ iPhone 13 และ iPhone 13 mini ใส่มา 2 ตัว Ultra Wide 12MP + Wide 12MP
ภาพรวมในเรื่องกล้องก็คงต้องบอกว่าถ่ายออกมาได้ดีเหมือนกัน แต่สีสันของภาพจะออกไปในคนละสไตล์ ซึ่งก็ต้องแล้วแต่คนชอบ
เป็นมือถือระดับท็อปทั้งหมด ประสิทธิภาพเหลือล้น ใช้งานลื่น ๆ

Galaxy Z Fold3 และ Galaxy Z Flip3 จัดเต็มด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 888 โดย Galaxy Z Fold3 มีหน่วยความจำ 12GB + 256/512GB ส่วน Galaxy Z Flip3 มีหน่วยความจำ 8GB + 128/256GB
ขณะที่ฝั่ง iPhone 13 Series มากับชิปเซ็ต A15 Bionic ตัวใหม่ โดย iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max มีหน่วยความจำ 128/256/512GB และสูงสุด 1TB ส่วน iPhone 13 และ iPhone 13 mini มีหน่วยความจำ 128/256/512GB

ภาพรวมในด้านประสิทธิภาพของทุกรุ่นนั้น แน่นอนว่าสามารถใช้งานได้อย่างลื่นไหล เพราะเป็นมือถือระดับท็อปในตลาด จะใช้งานทั่วไป หรือเล่นเกมหนัก ๆ ก็ทำได้แบบสบาย ๆ เหมือนกัน แต่ถ้าเป็น Galaxy Z Fold3 ก็จะเหนือกว่าในเรื่องของหน้าจอที่ใหญ่กว่ามาก ๆ แถมยังเล่นได้ทั้งบนหน้าจอหลักและจอรอง
ราคา

เรื่องของราคาก็คงต้องแล้วแต่การพิจารณาตามความเหมาะของแต่ละคนครับ ว่าชอบแบบไหน หรืองบเท่าไหร่ ได้รุ่นไหน ซึ่งทั้งGalaxy Z Fold3 | Flip3 และ iPhone 13 Series มีราคาจำหน่ายในไทยออกมาหมดแล้ว ดังนี้
Samsung Galaxy Z Fold3 5G
- 12GB + 256GB ราคา 57,900 บาท
- 12GB + 512GB ราคา 61,900 บาท
Samsung Galaxy Z Flip3 5G
- 8GB+1285G ราคา 34,900 บาท
- 8GB+256GB ราคา 36,900 บาท

iPhone 13 Pro Max
- 128GB ราคา 42,900 บาท
- 256GB ราคา 46,900 บาท
- 512GB ราคา 54,900 บาท
- 1TB ราคา 62,900 บาท
iPhone 13 Pro
- 128GB ราคา 38,900 บาท
- 256GB ราคา 42,900 บาท
- 512GB ราคา 50,900 บาท
- 1TB ราคา 58,900 บาท

iPhone 13
- 128GB ราคา 29,900 บาท
- 256GB ราคา 33,900 บาท
- 512GB ราคา 41,900 บาท
iPhone 13 mini
- 128GB ราคา 25,900 บาท
- 256GB ราคา 29,900 บาท
- 512GB ราคา 37,900 บาท
สรุปใครเจ๋งกว่า

จากทั้งหมดที่กล่าวไปในบทความนี้ ก็น่าจะช่วยให้เห็นภาพมากขึ้นว่ามือถือตัวท็อปของสองแบรนด์คู่แข่งตลอดกาลแต่ละรุ่นนั้นเป็นยังไง รุ่นไหนมีจุดเด่นอะไรบ้าง และสามารถตอบโจทย์ความต้องการที่ต่างกันอย่างไร

ถ้าหากเป็น Galaxy Z Fold3 | Flip3 เราก็จะได้ประสบการณ์ของมือถือแบบจอพับ ซึ่งเป็นอะไรที่ยังค่อนข้างแปลกใหม่ ดูเท่ ดูเก๋ โดยเฉพาะ Galaxy Z Fold3 ที่โดดเด่นเรื่องหน้าจอเมื่อกางออกมาแล้วก็จะได้หน้าจอขนาดใหญ่ จึงใช้ประโยชน์ได้มากกว่ามือถือแบบแท่งทั่ว ๆ ไป ส่วนตัวจึงยกให้คู่หูจอพับนี้น่าสนใจกว่านิด ๆ

ส่วน iPhone 13 Series แม้ว่าจะเป็นมือถือแบบแท่งธรรมดา แถมมีดีไซน์ที่ไม่ได้ต่างอะไรไปจากรุ่นเดิม แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบอะไรแบบเรียบง่ายและจุดแข็งในเรื่องของระบบปฏิบัติการ ก็ยังเป็นอีกตัวเลือกที่ดีไม่แพ้กันนั่นเอง
อ่านบทความอื่น ๆ
พรีวิว Samsung Galaxy Z Fold3 5G กับ 5 ไฮไลท์ที่ทำให้รุ่นนี้เป็นเรือธงจอพับที่ดีที่สุด
พรีวิว Samsung Galaxy Z Flip3 5G สวยบาดใจ พกพาง่าย กับราคาที่ถูกลง
รีวิว iPhone 13 Pro หนึ่งในเรือธงตัวท็อป เครื่องสวย สเปคแรง มีกล้องอัพเกรด